หมอหญิง ผู้เปิดโปงเรื่องอื้อฉาวในจีน ช่วยคนนับหมื่นจาก HIV เสียชีวิตแล้ว

หมอหญิง ผู้เปิดโปงเรื่องอื้อฉาวในจีน ช่วยคนนับหมื่นจาก HIV เสียชีวิตแล้ว

หมอหญิง ผู้เปิดโปงเรื่องอื้อฉาวในจีน

หมอหญิง

หมอหญิงชาวจีนผู้เปิดโปงความหละหลวมในการเก็บเลือดของหน่วยงานสาธารณสุข ช่วยคนจำนวนมากจาก HIV และไวรัสตับอักเสบ จนชีวิตตัวเองพังทลาย เสียชีวิตแล้ว

บาคาร่า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 26 ก.ย. 2562 ว่า ดร. หวัง ชูปิง แพทย์หญิงชาวจีนซึ่งเป็นผู้เปิดโปงปัญหาด้านสุขอนามัยในหน่วยงานการแพทย์ของจีน ช่วยชีวิตคนจำนวนมากจากการระบาดของเชื้อ HIV และไวรัสตับอักเสบในช่วงทศวรรษที่ 1990 แลกกับการที่เธอต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ เสียชีวิตแล้วเมื่อ 21 ก.ย. 2562 ในวัย 59 ปี

วีรกรรมของดร.หวังเริ่มขึ้นในปี 1991 ที่มณฑลเหอหนานของจีน เธอทำงานที่สถานีเก็บพลาสมา (น้ำเหลืองในเลือด) แห่งหนึ่ง ซึ่งในเวลานั้นชาวบ้านท้องถิ่นนิยมบริจาคเลือดให้กับธนาคารเลือดของรัฐบาลเพื่อแลกเงิน แต่หลังจากทำงานได้ไม่นาน ดร.หวังก็พบความเสี่ยงด้านสาธารณสุขร้ายแรงที่สำนักงานของเธอ เนื่องจากวิธีการเก็บเลือดที่ย่ำแย่ ทำให้ผู้บริจาคจำนวนมากติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี จากผู้บริจาคคนอื่น

ดร.หวังนำเรื่องนี้ไปแจ้งต่อแพทย์อาวุโสในสำนักงานเพื่อขอให้เปลี่ยนวิธีการ แต่กลับถูกเพิกเฉยและได้รับคำตอบว่า การทำเงินนั้นทำให้งบประมาณสูงขึ้น เธอจึงทำเรื่องรายงานไปยังกระทรวงสาธารณสุข ผลก็คือทางการกระทรวงประกาศให้ผู้บริจาคเลือดทุกคนต้องผ่านการคัดกรองหาไวรัสตับอักเสบ เพื่อลดความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจาย

แต่เรื่องนี้ทำให้ดร.หวังต้องออกจากงาน โดยหัวหน้าของเธอระบุว่า พฤติกรรมของเธอเป็นการขัดขวางธุรกิจ ทำให้เธอถูกย้ายไปทำงานที่หน่วยงานสาธารณสุขแห่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในปี 1995 เธอก็พบเรื่องอื้อฉาวใหม่อีก คือผู้บริจาคที่ผลตรวจเชื้อ HIV เป็นบวก ยังสามารถไปบริจาคเลือดในสถานที่ต่างกันถึง 4 แห่ง เธอจึงรีบแจ้งหัวหน้าให้ตรวจหาเชื้อ HIV ที่สถานีเก็บเลือดทั้งหมดในมณฑลเหอหนาน แต่ก็ได้รับคำตอบแบบเดิมว่าใช้งบประมาณมากเกินไป

ดร.หวังจึงตัดสินใจจัดการด้วยตัวเอง โดยซื้ออุปกรณ์ทดสอบและสุ่มตรวจตัวอย่างเลือดจำนวน 400 ตัวอย่างและพบเชื้อ HIV ในตัวอย่างถึง 13% จากจำนวนตัวอย่างทั้งหมด เธอจึงนำผลที่ได้ไปแจ้งให้รัฐบาลในกรุงปักกิ่งทราบ และเรื่องนี้ก็ทำให้เธอตกเป็นเป้าการประทุษร้าย โดยเธอเล่าว่าชายซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าของหน่วยงานสาธารณสุขที่เธอทำงานอยู่ บุกไปที่ศูนย์ทดสอบเลือดของเธอและทำลายอุปกรณ์ เมื่อดร.หวังพยายามห้าม เธอกลับถูกตีด้วยกระบอง

ในปี 1996 สถานีเก็บเลือดและพลาสมาทุกแห่งทั่วประเทศจีนถูกปิดเพื่อปรับปรุง ก่อนจะเปิดโดยเพิ่มการตรวจเชื้อ HIV เข้ามา ซึ่งดร.หวังระบุว่าเธอรู้สึกดีใจมากที่งานของเธอได้ช่วยเหลือปกป้องคนยากจน …แต่คนอื่นๆ ไม่ยินดีด้วย โดยปลายปีเดียวกันนั้นเธอก็ได้ไปร่วมประชุมด้านสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งลุกขึ้นกล่าวโจมตี “ชาย” คนหนึ่งในศูนย์ตรวจประจำเขตที่กล้ารายงานเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อ HIV ถึงรัฐบาลกลางโดยตรง

“เขาพูดว่า ชายคนนี้เป็นใคร กล้าดียังไงถึงเขียนรายงานเรื่องนี้” ดร.หวังบอกกับสำนักข่าว บีบีซี “ฉันเลยยืนขึ้นแล้วพูดว่า ฉันไม่ใช่ผู้ชาย ฉันเป็นผู้หญิงและฉันเป็นคนรายงานเรื่องนี้” แต่หลังจากนั้นไม่นาน ดร.หวังก็ถูกเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบอกให้หยุดทำงานและให้อยู่ที่บ้านเพื่อช่วยงานของสามีซึ่งทำงานในกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม ผลจากการเปิดโปงของดร.หวังทำให้สามีของเธอถูกกีดกันโดยเพื่อนร่วมงาน จนกระทั่งชีวิตแต่งงานของทั้งคู่พังทลาย

ในปี 2001 ดร.หวังย้ายไปอยู่ที่รัฐยูทาห์ ของสหรัฐฯ เพื่อทำงาน โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า ‘ซันไชน์’ โดยในปีเดียวกันนี้ รัฐบาลจีนออกมายอมรับว่าพวกเขากำลังเผชิญการระบายอย่างรุนแรงของโรคเอดส์ ซึ่งเกิดจากเชื้อ HIV ในภาคกลางของประเทศ โดยมณฑลเหอหนานเป็นหนึ่งในที่ที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด และเชื้อว่าคนกว่าครึ่งล้านติดเชื้อจากการบริจาคเลือดที่ธนาคารเลือดท้องถิ่น จนรัฐบาลต้องตั้งคลินิคพิเศษเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์โดยเฉพาะ

หลายปีหลังจากนั้น ดร.หวังได้แต่งงานใหม่กับ แกรี คริสเตนเซน ที่เมือง ซอลต์ เลค ซิตี โดยเธอเริ่มทำงานเป็นนักวิจัยยาที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ แต่อดีตยังตามมาหลอกหลอนเธอ โดยดร.หวังเล่าว่าในปีนี้ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของจีนเดินทางไปหาญาติและอดีตเพื่อนร่วมงานของเธอในมณฑลเหอหนาน เพื่อกดดันให้เธอยกเลิกการสร้างละครเวทีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตของเธอ แต่เธอปฏิเสธ และละครเวทีเรื่อง “The King of Hell’s Palace” ก็ได้แสดงรอบปฐมฤกษ์ที่โรงละคร แฮมป์สตีด ในกรุงลอนดอนเมื่อเดือนกันยานยน

ดร.หวังจะเสียชีวิตระหว่างเล่นสกีกับสามีและเพื่อนๆ ที่ซอลต์ เลค ซิตี โดยสาเหตุการณ์เสียชีวิตคาดว่าเป็นเพราะหัวใจวาย “การพูดออกไปทำให้ฉันเสียงาน, ชีวิตแต่งงาน และความสุขในเวลานั้น แต่มันก็ช่วยชีวิตผู้คนนับแสน” ดร.หวังให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ แฮมป์สตีด เธียร์เตอ ราว 1 เดือนก่อนที่เธอจะเสียชีวิต

 

 …