พบศพทหารลอยกลางแม่น้ำน่าน

พบศพทหารลอยกลางแม่น้ำน่าน

พบศพทหารลอยกลางแม่น้ำน่าน

พบศพทหารลอยกลางแม่น้ำน่าน

11 ก.พ.62 เมื่อเวลา 10.30 น. ร.ต.ท.หญิง ชนานันท์ ชัยกาวิน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งพบศพลอยน้ำที่บริเวณกลางแม่น้ำน่าน หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุพบศพชายลอยกลางแม่น้ำน่าน ระยะทางกว่า 2 ก.ม. จนถึงด้านหลังวัดท่ามะปราง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ จึงลงไปลากศพขึ้นมาไว้ที่ริมตลิ่งแม่น้ำน่าน ตรวจสอบเบื้องต้น พบศพชาย แต่งกายคล้ายทหาร สวมเสื้อยึดสีเขียว ระบุ ร.4 พัน 3 กางเกงสีเขียว ตามร่างกายไม่พบเอกสารหรือทรัพย์สินใดๆ สภาพศพขึ้นอึดคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำ 48 ชม. ต่อมา พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร กองทัพภาคที่ 3 เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และทราบว่าเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ามีพลทหารหายออกไปจากกองทัพ 1 นาย เบื้องต้นทางแพทย์จะต้องตรวจสอบพิสูจน์ว่าศพดังกล่าวเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมเร่งสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

พ่อกรอกยาพิษลูกก่อนปลิดชีพตัวเองตายตาม

พ่อกรอกยาพิษลูกก่อนปลิดชีพตัวเองตายตาม

พ่อกรอกยาพิษลูกก่อนปลิดชีพตัวเองตายตาม

พ่อกรอกยาพิษลูกก่อนปลิดชีพตัวเองตายตาม

เปิดปมเศร้า! พ่อกรอกยาพิษลูกชายฝาแฝด ก่อนปลิดชีพตัวเองตายตาม

ความคืบหน้ากรณีพ่อกรอกยาพิษลูกชายฝาแฝด ก่อนปลิดชีพตัวเองตายตาม เมียเผยเคยเป็นคนใจดีและขยัน แต่เปลี่ยนไปเพราะติดการพนัน

จากกรณี นายสมชาย อายุ 45 ปี ได้ให้น้องนินจาและโชกุน อายุ 1 ปี 7 เดือน ลูกชายฝาแฝด ดื่มน้ำอัดลมผสมกับยากำจัดศัตรูพืชจนเสียชีวิต ก่อนตนเองจะกินยาตายตาม เหตุเกิดเมื่อวานนี้ (1 ก.พ.) เวลา 07.05 น. ที่บ้านพักหลังหนึ่ง บ้านบักจรัง หมู่ที่16 ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นอกจากนี้ นายสมชาย ผู้ตาย ยังจดหมายลาตายอีก 1 ฉบับ สั่งเสียไม่ให้ภรรยามางานศพของตนเองและลูกฝาแฝด

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้ลงพื้นที่ไปที่บ้าน นายสมชาย อายุ 45 ปี ผู้เสียชีวิต พบบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติๆ ในขณะที่เพื่อนบ้านก็มาแสดงความเสียใจในครั้งนี้ ชาวบ้านต่างก็ช่วยกันขนเต็นท์ จัดเตรียมสถานที่บำเพ็ญกุศลตามศาสนา

ส่วนศพของลูกชายฝาแฝดทั้ง 2 คน นางจีราพร อายุ 20 ปี ผู้เป็นแม่ และญาติได้นำเอาศพกลับไปทำบุญที่บ้านพัก บ้านตาเมา ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านของนางจีราพร ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว ฐานะค่อนข้างยากจน ญาติพี่น้อง และชาวบ้าน มาช่วยกันกาง โต๊ะ เต็นท์ เก้าอี้ เพื่อจัดงานศพ น้องนินจาและโชกุน ฝาแฝด วัยเพียง 1 ปี 7 เดือน มีการนิมนต์พระมาสวดพระอภิธรรมศพ เพียงคืนเดียว และจะทำการฌาปนกิจศพในวันนี้ (2 ก.พ.) เวลา 13.00 น. ณ เมรุวัดบ้านตาเมา

นางจีราพร อายุ 20 ปี ผู้เป็นแม่ ได้เล่าลำดับเหตุการณ์ด้วยอาการโศกเศร้าว่า ตนและสามีลงทุนปลูกมันสำปะหลังด้วยกัน ตอนแต่งงานมาอยู่กินด้วยกันใหม่ๆ มาช่วยแม่ทำไร่ดอกดาวเรือง พอได้กำไรแม่ซื้อทองให้ 1 บาท และให้เงินอีก 20,000 บาท

ทำไร่ดาวเรืองมีเงินเก็บเกือบแสนบาท แต่ไม่เคยมีเหลือเพราะเขาเล่นการพนันด้วย ด้วยความที่คิดว่าเงินส่วนนี้เขาก็เป็นคนหาด้วย เลยไม่เคยว่าอะไร หาคนใจดีแบบนี้ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

เขาขอเงินเท่าไหร่ตนให้หมดไม่เคยมีเหลือ ตอนคลอดลูกฝาแฝดไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ต้องวิ่งหยิบยืมเงินญาติพี่น้องได้มา 3,000 บาท เพื่อไปโรงพยาบาล ในวันที่ตนเข้าโรงพยาบาลเขาก็เล่นการพนันอยู่ที่แถวๆ หมู่บ้านของเขา เล่นเงินไม่พอมายืมพี่เขาอีก 3,000 บาท

ซึ่งตอนนั้นยังปลูกดอกดาวเรือง เขาก็ไม่ค่อยใส่ใจ เราก็ตามใจผัว รักเขาก็ตามใจเขาหมดเลย เขาอยากได้อะไร ตามใจเขาหมด ไร่ดาวเรืองพ่อใส่น้ำให้ แม่ใส่ปุ๋ยให้ แม่ออกค่าจ้างตัดดอกดาวเรืองให้ ลงทุนให้ทุกอย่าง

ตนและสามีมากันตัวเปล่าไม่มีต้นทุนอะไรเลยมาอยู่บ้าน จนพอมีเงินเป็นกอบเป็นกำ พอมีลูกชายฝาแฝด ตนจะออกไปทำงานอะไรก็ไม่ได้เพราะต้องเลี้ยงลูกทั้ง 2 คน ตอนแรกๆ มีลูกของป้า มาช่วยเลี้ยงพอเด็กคลานได้ ภาระทุกอย่างในบ้านตนเป็นคนดูแลทั้งหมด

ส่วนสามีเขาจะเอาแค่ดูแลตัวเอง ส่วนมากจ้าง ส่วนเขาก็ชอบเล่นการพนัน ตอนจะเลิกปลูกดอกดาวเรืองมีเงินในบัญชีธนาคาร 13,200 บาท ตนนอนกับลูกอยู่บนบ้าน เขามากลางดึกมาบอกว่าไปกดตังค์ให้หน่อย ตนยอมทั้งลูกชายฝาแฝดให้นอนกันเพียงลำพัง เพื่อไปกดเงินสดให้เขา

ก่อนเกิดเหตุการณ์ พ่อของเด็กได้มารับลูกๆ ไปอยู่เมื่อวันพุธ โดยไม่ได้เอะใจอะไรเพราะเป็นพ่อลูกกัน เพียงแต่ก่อนหน้านี้เขาเคยเปรยๆ ว่าจะฆ่าตัวตาย ฆ่าลูกให้ตาย ด้วยความเป็นห่วง ตนจะไปรับลูกตั้งแต่เมื่อคืน วันที่ 31 ม.ค.

ตนได้สตาร์ทรถจะเดินทางไปรับลูกแล้ว แต่แม่ได้ห้ามไว้ก่อนให้รอไปตอนเช้า ถ้าตนเองไปแต่เมื่อคืนลูกๆคงไม่ตาย ตนคิดว่าพ่อเด็กต้องการฆ่าตนมากกว่า ไม่คิดว่าเขาจะทำกับลูกได้แบบนี้ เพราะปกติเขาไม่เคยแสดงอาการก้าวร้าวกับตนเลย

ด้าน นางตี อายุ 47 ปี ยายของเด็กแฝด เล่าว่า ตนถึงกับช็อก และยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่คิดว่า พ่อแท้ๆ จะทำกับลูกๆ ได้อย่างนี้ โดยปกติลูกสาวกับลูกเคยจะอาศัยอยู่ที่นี่แต่ช่วงหลังๆ ลูกเขยได้ย้ายไปอยู่บ้านอ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งก็ไปมาประจำ โดยวันสุดท้ายที่มาคือวันก่อนเกิดเหตุ 2 วัน มารับหลานๆ …

ฝรั่งผัวเมียผงะเจอศพมัดเป็นมัมมี่

ฝรั่งผัวเมียผงะเจอศพมัดเป็นมัมมี่

ฝรั่งผัวเมียผงะเจอศพมัดเป็นมัมมี่

ฝรั่งผัวเมียผงะเจอศพมัดเป็นมัมมี่

ผัวเมียฝรั่งผงะเดินเที่ยวถ้ำ เจอศพฆาตกรรมมัดเป็นมัมมี่
2 สามีภรรยานักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไปเดินเล่นในถ้ำท่อ ใน อ.แม่ทา จ.ลำพูน ก่อนมีกลิ่นเน่าโชยมาเตะจมุก เดินดูถึงกับผงะ พบศพคล้ายพระสงฆ์ถูกห่อด้วยพลาสติกสีขาว ถูกมัดด้วยเชือกอย่างแน่นหนาคล้ายมัมมี่ เจ้าหน้าที่ชี้ถูกฆาตกรรมเมื่อวันที่ 31 ม.ค. พ.ต.ท.สมนึก คำพีระรองผกก.สอบสวน สภ.ทากาศ  อ.แม่ทา จ.ลำพูน ได้รับแจ้งจาก 2 สามีภรรยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ว่า ขณะที่ตนเองเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวบริเวณถ้ำชื่อถ้ำท่อ ซึ่งอยู่ในเขตบ้านแม่เหล็ก หมู่ที่ 8  ต.ทาขุมเงิน อ.แม่ทา จ.ลำพูน  ขณะกำลังเดินเข้าไปในถ้ำได้ประมาณ 30 เมตร ก็ได้กลิ่นคล้ายซากศพบริเวณช่วงระหว่างทางเดินจึงพากันเดินไปดู  ต้องตกใจเพราะพบวัตถุมีลักษณะคล้ายกับคนถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีขาว ถูกมัดด้วยเชือกอย่างแน่นหนา จึงพากันรีบเดินออกจากถ้ำและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภายในถ้ำห่างจากปากถ้ำประมาณ 40 เมตร บริเวณติดกับทางเดินที่บนโขดหิน พบศพถูกห่อพันด้วยเสื่อและพลาสติกและมีเชือกมัดอย่างแน่นหนา  ทางเจ้าหน้าที่จึงให้กู้ภัยนำศพออกมา จากนั้นจึงได้แกะเชือก ก็พบว่ามีพลาสติก เสื่อ ผ้าปูนอน สำหรับพระสงฆ์ใช้ห่อหุ้มศพอีกหลายชั้น ด้านในพบศพชายลักษณะศีรษะโล้นคล้ายกับพระสงฆ์ สภาพศพเน่าเปื่อยและแห้งกรังจนไม่เหลือสภาพ มีผ้าคลุมที่น่าเปื่อยคล้ายกับจีวรของพระสงฆ์ติดอยู่กับร่าง ในเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมานานหลายเดือนแล้วและน่าจะถูกฆาตกรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร และจะได้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dailynews.co.th