ด.ญ.คุกเข่าไหว้ขอชีวิต เสี่ยไม่สนใจ ยิงแม่ต่อหน้าต่อตา ก่อนเป่าหัวหนีความผิด

เสี่ยไม่สนใจ ยิงแม่ต่อหน้า ก่อนเป่าหัวหนีความผิด

สะเทือนใจ เสี่ยเมืองชลฯ ควง 9 มม. บุกยิงสาวชาวสระแก้ว วัย 38 ดับคาบ้านจมกองเลือด ก่อนลั่นไกใส่หัวปลิดชีพตนเองหนีความผิด ตำรวจรีบคลี่ปมสังหาร เปิดเผย เด็กหญิงวัย 13 คุกเข่าไหว้ขอชีวิตแม่แล้ว แต่ว่าเสี่ยไม่สนใจ ยิงแม่ต่อหน้า

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 6 กุมภาพันธ์63 พันตำรวจตรีอภิชนัน วัฒนวรางกูร ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี รับบอกเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต เหตุกำเนิดที่บ้านเลขที่ 139/32 ม.4 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งก็เลยรุดไปพิจารณา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มหมอ รวมทั้งข้าราชการช่วยเหลือสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานที่เมืองพัทยา

จุดเกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว มีประชาชนมามุงมองหลายชิ้น ข้างในห้องนอนพบร่าง นางสาวชญาน์นันท์ ประสพสุข อายุ 38 ปี เป็นชาว จังหวัดสระแก้ว ถูกอาวุธปืนยิงที่หัว นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ข้างกันเจอร่างคนบาดเจ็บอีก 1 ราย รู้ชื่อเป็น นายงาม ถิตาความสนุก อายุ 67 ปี อาเสี่ยรับ

เหมากลบดินในเขตพื้นที่ จังหวัดชลบุรี ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่เข้าทางขมับขวานอนจมกองเลือด เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือรีบปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต ก่อนย้ายที่นำส่ง โรงพยาบาลแต่ทนความเจ็บไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาถัดมา ยิ่งกว่านั้นใกล้กันยังเจออาวุธปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 กระบอก ข้าราชการก็เลยเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นางสาวอมรรัตน์ มีพันธ์ อายุ 29 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมิได้ยินเสียงทะเลาะกัน ได้ยินเพียงแต่เสียงปืนดังขึ้นมา 1 ครั้ง แล้วได้ยินเสียงกรีดของเพศหญิง ก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัดหมาย ไม่นานก็มองเห็นบุตรสาววัย 13 ปี ของ นางสาวอมรรัตน์ วิ่งร้องไห้ออกมาขอความช่วยเหลือจากประชาชนในละแวกใกล้เคียง ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือฯเข้าช่วยเหลือดังที่กล่าวถึงมาแล้ว

พื้นฐาน พันตำรวจตรีอภิชนัน วัฒนวรางกูร ผู้กำกับการสภ.ห้วยใหญ่ สั่งให้ข้าราชการชุดไต่สวน แล้วก็ข้าราชการชุดสืบสาว ลงพื้นที่หามูลเหตุสำหรับเพื่อการก่อเหตุจากคนสนิทของผู้เสียชีวิตทั้งสอง พร้อมพิจารณากล้องวงจรปิดที่บ้านข้างหลังเกิดเหตุ ก่อนที่จะผสานข้าราชการกองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจทานอีกทีในวันที่ 7 เดือนกุมภาพันธ์นี้

นอกจากนั้น ตำรวจยังได้รับการเปิดเผยอีกว่า เวลาที่เกิดเหตุนั้น บุตรสาวของ นางสาวชญาน์นันท์ 1 ในคนตายอยู่ด้วยแล้วก็มองเห็นเรื่องทั้งหมดทั้งปวง ซึ่งในช่วงเวลานี้อยู่ในอาการโศกเศร้าใจอย่างมาก โดยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุอุตสาหะยอตัวยกมือขึ้นไหว้ขอชีวิตแม่แล้ว จาก

นายงาม แต่ว่า นายโสภณ ไม่สนใจคำขอให้ช่วยเหลือ และก็ลั่นไกยิงใส่ นางสาวชญาน์นันท์จนกระทั่งเสียชีวิต ก่อนหันกระบอกปืนยิงใส่ขมับตนเองต่อหน้า สร้างความรู้สึกสะเทือนใจให้กับเด็กผู้หญิงวัย 13 ปี อย่างมากมาย…

ยิงดับหนุ่มเมืองคอน เหยื่อกำลังช่วยภรรยาตากที่นอน มือสังหารทำทีถามทาง

ยิง ดับหนุ่มเมืองคอน

อุกอาจ ฆาตกรระดมยิง 4 นัด ดับหนุ่มเมืองคอน วัย 32 ปี ขณะกำลังช่วยเมียตากและก็ซ่อมที่นอน เปิดเผยมือสังหารทำทีมาถาม รู้จักบ้านแฟรงค์มั้ย

นักข่าวกล่าวว่าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 มกราคม63 พันตำรวจโทภูเบศ ทองเหี่ยง สว.(สืบสวน) สภ.ดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี รับบอกเหตุยิงกันตาย รอบๆที่บัานเลขที่ 19/4 มัธยม9 ตำบลปากแพรก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ ก็เลยรีบไปพิจารณาพร้อม พันตำรวจเอกสุทธิ นิติอัครพงศ์ ผู้กำกับการสภ.ดอนสัก แพทย์เวร โรงพยาบาลดอนสัก ข้าราชการชุดสืบสวน ข้าราชการพิสูจน์หลักฐาน 8

จุดเกิดเหตุ เจอศพนายสิทธิชัย ประดิษฐแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 กลุ่ม 1 ตำบลนพพิตำ อำเภอนพพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช นอนเสียชีวิตอยู่รอบๆข้างบัาน ในภาวะนอนตะแคงทางซ้าย ใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงที่มีขาสั้นสีแดง จากการพิสูจน์พื้นฐาน เจอรอยแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่เคยทราบขนาด ปริมาณ 4 นัดหมาย เข้าที่เข้าทางรอบๆเหนือหูขวา 2 นัดหมาย รอบๆบั้นท้ายทางด้านขวา ปริมาณ 1 นัดหมาย รอบๆนิ้วกลางมือขวา ปริมาณ 1 นัดหมาย ที่ข้างศพยังเจอหัวกระสุนตกอยู่ 1 หัว แล้วก็อาวุธมีดมีดโต้ อีกปริมาณ 1 เล่ม ข้าราชการก็เลยเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนาง เอ (นามสมมุติ) เมียผู้เสียชีวิต ทราบดีว่า ช่วงเวลาที่คนเสียชีวิตรวมทั้งตัวเองได้ออกมาตากแล้วก็ซ่อมบำรุงที่พักผ่อนรอบๆข้างบ้านข้างหลังจุดเกิดเหตุ

ได้มีผู้ร้ายเป็นชาย 1 คนขับรถมอเตอร์ไซค์ แบรนด์ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีดำ แดง ไม่เคยรู้เลขทะเบียน สวมเสี้อแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงที่มีสีดำเหมือนลายพลางทหาร ใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ ตะพายกระเป๋าเป้สีดำลักษณะสะพายแล่ง หยุดรถยนต์ลงมาถามคนตายว่า “รู้จักบ้านแฟรงค์มั้ย” คนตายก็เลยตอบไปว่า “ไม่เคยทราบ” ต่อจากนั้นผู้ร้ายได้ล้วงอาวุธปืนไม่รู้จักขนาด จากกระเป๋าเป้ที่สะพายแล่งมายิงใส่ไปที่ผู้เสียชีวิตปริมาณ 4 นัดหมาย จนถึงล้มลงเสียชีวิต ก่อนรีบขี่มอเตอร์ไซค์แอบหนีไปทางถนนหนทางสายบ่อโค มุ่งหน้าไปทาง อำเภอขนอน จังหวัดนครศรีธรรมราช

ส่วนต้นสายปลายเหตุเบื้อนต้นข้าราชการคาดว่ามาจากการขัดกันส่วนตัว แม้กระนั้นยังไม่ตัดประเด็นอื่น รวมทั้งจะได้เชิญชวนตัวเมีย คนเสียชีวิตไปสอบสวนอย่างประณีตอีกรอบ และก็ได้ให้ข้าราชการลงพื้นที่รีบติดตามตัวมาดำเนินคดีถัดไป.…

เปิดเรื่องราว “แม่น้องเอก” อดีตเอเจนซี่สู้ชีวิต ลูกชายปี 4 ถูกยิงตายต่อหน้า

เปิดเรื่องราว จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิงนายกมลวิช สุวรรณทัต อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย

เปิดเรื่องราว ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊ก Peerapat Tle Peeraman ได้เล่าเรื่องราวสุดสะเทือนใจ เนื่องจากตนเองเพิ่งได้เจอและโพสต์ภาพ นางเขมนิจ และ นายกมลวิช ผู้ตาย ลงบนหน้าเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม หรือเพียงหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุร้าย

เปิดเรื่องราว

นายพีระพัฒน์ เจ้าของเฟซบุ๊ก เล่าว่า นางเขมนิจ หรือ เจ๊กิ่ง เคยทำงานอยู่ในแวดวงโฆษณา บริษัทเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง แต่ถูกเลิกจ้างมาได้ราวๆ 2 ปี และผันตัวมาขายอาหาร โดยมีลูกชายคนโตคือ นายกมลวิช หรือ น้องเอก มาช่วยขาย

ซึ่งตนเองรู้สึกชื่นชมในความสู้ชีวิต และความกตัญญูของลูกชายที่นอกจากช่วยแม่ขายของแล้วยังรับจ๊อบขับรถส่งของให้บริษัทขนส่งชื่อดัง และเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ผู้เป็นแม่ยังปรึกษาเรื่องอนาคตของลูกชายที่กำลังจะเรียนจบปริญญาตรีอยู่เลย ไม่คิดว่าเพียงหนึ่งวันน้องเอกจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

สำหรับความคืบหน้าของคดี ล่าสุด วานนี้ (13 ต.ค. 61) พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นขณะนี้ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วซึ่งทราบตัวคนร้ายและเส้นทางการหลบหนี แต่อยู่ระหว่างดำเนินการจึงไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับกระสุนจะเป็นชนิดใดนั้นต้องรอทางการแพทย์ทำการผ่าตรวจพิสูจน์ให้แน่นชัดเสียก่อน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งปมปัญหาการก่อเหตุไว้ 3 ปม คือ ปัญหาส่วนตัว (ชู้สาว), ปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือไม่ และปัญหาเรื่องของสถาบัน อย่างไรก็ตามยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง พร้อมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนพยานเพิ่มเติม ก่อนเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com