นักศึกษาสาว ปวส. รับไม่ได้ แฟนหนุ่มบอกเลิก ชักมีดปักอกซ้ายตายคาที่

นักศึกษาสาว ปวส. สาว ปวส.ยืนสะอื้นหน้าศพแฟน รับไม่ได้โดนแฟนหนุ่มบอกเลิก หลังคบกันได้ 5 เดือน ชักอาวุธมีดขึ้นมาปักอกซ้ายดับอนาถ

นักศึกษาสาว ปวส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุพบผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ภายในซอยรามอินทรา 75 (ซอยสันติสุข)

แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. ในที่เกิดเหตุพบ นายพีรศิลป์ อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 2 ถูกอาวุธมีดแทงปักเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย 1 แผล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงกันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีม่วง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

นักศึกษาสาว

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบ น.ส.สุพรรษา อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 2 กำลังยืนร้องไห้รอให้การกับทางตำรวจ ก่อนเชิญตัวไปสอบสวนที่ สน.คันนายาว

นางรัตนา อายุ 53 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ลูกชายเคยมาระบายให้ฟังว่า อยากจะเลิกคบกับเพื่อนหญิง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยถูกไล่ทำร้ายด้วยอาวุธมีด

เนื่องจากเป็นคนอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว อีกทั้งฝ่ายหญิงเคยมีครอบครัวมาก่อน ตนจึงกำชับให้ลูกชายคอยระมัดระวังตัวด้วย จนกระทั่งในวันนี้ถูกทางฝ่ายหญิงทำร้ายด้วยอาวุธมีดเล่มเดิม เนื่องจากลูกชายเพิ่งจะขอเลิกรา หลังจากเพิ่งคบกันได้เพียง 5 เดือน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

แม่บ้านน้ำตานอง โดนลูกค้าตบแบบไม่รู้ตัว กล้องวงจรปิดจับภาพชัด

แม่บ้านน้ำตานอง ตำรวจออกหมายเรียกหนุ่มพฤติกรรมแปลก ตบหน้าพนักงานทำความสะอาดหอพัก ทั้งที่ไม่เคยรู้จัก สาวร้องขอทั้งน้ำตา

แม่บ้านน้ำตานอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี นายอำนาจ เจ้าของอะพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง ริมถนนสายพระยาสัจจา ขาเข้าตัวเมืองชลบุรี หมู่ 3 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ได้พา น.ส.สุภาภรณ์ แม่บ้านของหอพักดังกล่าว เข้าพบกับ พ.ต.อ.อตินันท์ นุชนารถ กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี

แม่บ้านน้ำตานอง

โดยระบุว่า อยู่ดีๆ นายสราวุธ ผู้เช่าอะพาร์ตเม้นต์ได้ทำร้าย น.ส.สุภาภรณ์ โดยภาพวงจรปิดได้จับภาพขณะที่ นายสราวุธ ได้เดินป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณชั้นล่างของหอพัก ในลักษณะมีอาการงุ่นง่าน หลังจากนั้นได้ไปหยิบยาชูกำลังมาดื่ม 1 ขวด และไม่ยอมจ่ายเงิน หลังจากนั้นได้เดินปรี่เข้ามาหา น.ส.สุภาภรณ์ แล้วใช้มือตบไปที่ศีรษะอย่างจัง หลังจากนั้นได้เดินจากไป

จากการสอบถาม น.ส.สุภาภรณ์ พูดด้วยน้ำตาคลอ ช่วงเกิดเหตุกำลังจะมาทำความสะอาด นายสราวุธ ได้เดินเข้ามาพูดกับตนว่า “มึงพูดอะไร”

ทั้งที่ตนไม่ได้พูดอะไรเลย หลังจากนั้นได้ใช้มือตบศีรษะอย่างแรงทำให้รู้สึกมึนไปหมด ก็ไม่รู้ว่ามาตบทำไม ทั้งที่ไม่รู้จักมาก่อน ทำให้ตนเสียใจและเสียความรู้สึก ทำงานมาตลอด มีแต่ยิ้มแย้มให้กับลูกค้า เมื่อถูกทำร้ายจึงได้มาแจ้งความจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ทางด้าน พ.ต.อ.อตินันท์กล่าวว่า ในเรื่องนี้ตำรวจจะได้ออกหมายเรียกนายสราวุธมารับทราบข้อกล่าวหาฐานทำร้ายร่างกายไม่บาดเจ็บสาหัส ซึ่งผู้เสียหายยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ก็สามารถฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกค่าเสียหาย จึงอยากให้นายสราวุธมาพบพนักงานสอบสวน ก่อนที่จะออกหมายจับด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

หนุ่มใหญ่เลือดร้อน ! คว้าฉมวกยิงปลายิงเสียบคอคู่อริดับ คาดขัดแย้งเรื่องไก่ชน

หนุ่มใหญ่เลือดร้อน รับแจ้งมีคนถูกปืนยิงปลายิงใส่ บริเวณลำคอ มารักษาตัวอยู่ที่ รพ.สต.บางแก้ว ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จึงเดินทางมาตรวจสอบ

หนุ่มใหญ่เลือดร้อน ด้านหน้า รพ.สต.บางแก้ว พบร่างนายสุพจน์ ง่อมเขียว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/5 ม.2 ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี สภาพมีลูกฉมวกสำหรับยิงปลาติดอยู่ที่บริเวณลำคอ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.บางแก้ว และหน่วยกู้ชีพ รพ.บ้านแหลม พยายามปั๊มหัวใจนานกว่า 20 นาที แต่นายสุพจน์ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

หนุ่มใหญ่เลือดร้อน

สอบถามญาติของนายสุพจน์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุพจน์ได้ออกไปตัดหญ้าบริเวณวัดพิกุลแก้ว ม.4 ต.บางแก้ว ขณะนั้นได้พบกับนายนุ ชาวบ้านแหลม อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน ทั้งสองได้มีปากเสียงด่าทอและลงมือชกต่อยกัน ก่อนที่นายนุจะได้ใช้ปืนยิงปลายิงใส่นายสุพจน์ที่บริเวณลำคอแล้วหลบหนีไป ส่วนนายสุพจน์วิ่งออกมาริมถนน ขอความช่วยเหลือ พลเมืองดีที่ประสบเหตุจึงรีบนำมารักษาตัวที่ รพ.สต.บางแก้ว กระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว

โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแหลม ได้จับกุมตัวนายนุผู้ก่อเหตุได้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมาน อายุ 46 ปี พร้อมกับนำตัวไปชี้ของกลางซึ่งเป็นปืนยิงปลาที่ใช้ก่อเหตุที่นำไปแขวนไว้กับขื่อบ้าน รถจักรยานยนต์ ลูกดอกยิงปลาอีกจำนวนหนึ่ง สอบถามนายสมานสารภาพว่า ก่อนหน้านี้มีเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้ตายเรื่องเลี้ยงไก่ชนมาหลายครั้ง

ขณะเกิดเหตุตนออกไปยิงปลา และได้พบกับผู้ตาย ผู้ตายได้เดินเข้ามาต่อว่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคายและถ่มน้ำลายใส่หน้า จากนั้นผู้ตายได้ตรงเข้ามาชกต่อยตน ตนพยายามปัดป้องแต่ผู้ตายยังไม่เลิกราพยายามคว้าไม้

ซึ่งตกอยู่บริเวณใกล้เคียงจะเข้ามาทำร้ายตน ตนจึงใช้ปืนยิงปลาที่ถืออยู่ในมือยิงสวนเข้าไป 1 ครั้ง และจากนั้นได้หลบหนีกลับมาที่บ้านพักเพื่อเอาปืนยิงปลามาเก็บและไปติดต่อนายสมพร บัวน้อย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.บางแก้ว ให้พาเข้ามอบตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายสมานไปดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ครูโหดบุกบ้าน สาวใหญ่โน้มน้าวทำสัญญากู้เงิน คว้าอีเหน็บฟันเจ็บ 2 ราย

ครูโหดบุกบ้าน จากกรณีที่เกิดเหตุครูในชัยนาทบุกใช้มีดทำร้ายร่างกาย เจ้าของร้านขายวัสดุอุปกรณ์เคมีเกษตร

ครูโหดบุกบ้าน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุเพื่อพบกับนางสุภาภรณ์ กลิ่นชะเอม เจ้าของร้านที่ถูกบุกใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย มีบาดแผลที่ใบหน้า ปาก ศีรษะ มือ และอีกหลายแห่ง ยังคงมีอาการเจ็บแผลที่ถูกเย็บจากการฟันและหวาดระแวงวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านโดยนางสุภาภรณ์ กลิ่นชะเอม อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า ชนวนเหตุที่ทำให้ครูรายนี้ก่อเหตุ คาดว่าน่าจะไม่พอใจ หลังจากที่มาขอให้ตนเองนั้นทำสัญญากู้เงินจำนวน 200,000 บาทกับตน แต่ตนปฏิเสธไป

ครูโหดบุกบ้าน

 

ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองได้กู้เงินจากธนาคารออมสินมา 100,000 บาท เพื่อมาลงทุนค้าขาย และได้ปรับสภาพหนี้ที่ศาลเหลือเงินที่ต้องใช้หนี้กับธนาคารอีก 80,000 บาท โดยมีนายบุญส่ง เป็นครูอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ห้วยกรด เป็นผู้ค้ำประกัน

โดยวันเกิดเหตุนายบุญส่งได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อพูดคุย และขอร้องให้ตนเองทำสัญญากู้ยืมเงินกับนายบุญส่ง แต่ไม่บอกว่าเพื่ออะไร จากนั้นตนเองจึงเดินไปหยิบสัญญาเงินกู้ของธนาคารออมสินเพื่อมาให้นายบุญส่งดู แต่นายบุญส่งเดินตามเข้ามาในห้อง ตนเองจึงหันกลับไปถามว่าเดินตามมาทำไม

จากนั้นนายบุญส่งก็หยิบมีดอีเหน็บที่วางอยู่บนตู้กระจกขึ้นมาฟันเข้าที่หัว และพยายามฟันอีกหลายครั้ง ต่อสู้กันจนตนเองล้ม นายบุญส่งก็ใช้มีมาแทงที่ท้องแต่โชคดีแทงไม่เข้า

หลังจากนั้นพ่อของตนได้เดินเข้ามาเพื่อช่วยเหลือ แต่นายบุญส่งก็ใช้มีดฟันเข้าไปที่แขนด้านขวา 1 ครั้ง และขึ้นรถหลบหนีไป จากนั้นทางเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท ได้นำตนเองและพ่อส่งยังโรงพยาบาลสรรคบุรี และแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สรรคบุรีไว้เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ธ.ค. 2561 นางสุภาภรณ์เดินทางมายัง สภ.สรรคบุรี พร้อมญาติ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และหลังจากนั้นจะเรียกนายบุญส่ง ผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ และรับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาพบทางเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการออกหมายจับต่อไป

ด้านนายบุญส่ง ครูผู้ก่อเหตุขณะนี้ยังคงนิ่งเฉย ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทางผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ

โดยทางคนสนิทบอกว่าทางครูยังไม่พร้อมที่จะให้การใดๆ ขอไปให้การกับตำรวจทีเดียวที่ สภ.สรรคบุรี โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการออกหมายเรียกมาสอบปากคำ ถ้าไม่มาตามหมายเรียกจะทำการออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

อันธพาลครองเมือง ! วัยรุ่นดุพกอาวุธทั่วเมือง เจออริดักรอชักปืนขู่

อันธพาลครองเมือง วัยรุ่นพกอาวุธเพ่นพ่านทั่วเมืองเจอคู่อริดักรอชักปืนขู่มีดไล่ฟัน อีกฝ่ายเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนี

อันธพาลครองเมือง ร.ต.อ.ทรัพย์ ปองดอง รอง สวป.สภ.เมืองลำปาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ร่วมตรวจสอบเหตุ บริเวณข้างวิทยาลักเทคนิค ลำปาง ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง หลังก่อนหน้านี้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุ ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีวัยรุ่นถูกอริไล่ทำร้ายร่างกายโดยมีอาวุธปืน ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจและระงับเหตุด้วย

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 5 คนอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุที่รับแจ้ง โดยมีวัยรุ่นนายหนึ่งนั่งอยู่ที่พื้นฟุตปาธ ไม่สวมเสื้อร่างกายมีเลือดออก สอบสวนทราบชื่อต่อมา นายเอกพล ก๋ามูล อายุ 21 ปี

อันธพาลครองเมือง

จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนครลำปางเข้าปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นพบว่ามีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมที่บริเวณหูขวามีแผงฉีกขาด ไหล่ขวามีรอยยาวประมาณ 3 เซนติเมตร นิ้วก้อยซ้ายมีรอยมีดจนเล็บหลุดหายไป ซึ่งหลังปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

จากการสอบถามจากเพื่อนผู้บาดเจ็บทราบว่า ก่อนหน้านี้ผู้บาดเจ็บพร้อมกลุ่มเพื่อนประมาณ 4-5 คน เข้าไปเที่ยวสถานบริการแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ หลังสถานบริการปิดก็พากันกลับบ้าน แต่ระหว่างที่จะไปขึ้นรถเกิดเจอกับคู่อริเก่าที่มีคนเยอะกว่า และมีอาวุธปืนและมีดมาด้วย ซึ่งทั้งสองกลุ่มเกิดมีปากเสียงกัน และสุดท้ายเกิดไล่ตะลุมบอนกัน อีกฝ่ายซึ่งมีทั้งอาวุธมีดและปืนก็ได้เปรียบ ขณะที่พวกของผู้บาดเจ็บไม่มีอาวุธ

เมื่ออีกฝ่ายชักปืนออกมาขู่ฝ่ายผู้บาดเจ็บที่คนน้อยกว่า และไม่มีอาวุธเห็นท่าไม่ดีต่างคนวิ่งหลบหนีคนละทิศละทาง แต่ตัวผู้บาดเจ็บเองเป็นคนตัวใหญ่วิ่งไม่ทันจึงถูกมีดฟันหลายแห่ง ก่อนจะวิ่งหนีมาขอความช่วยเหลือจากร้านค้าบริเวณดังกล่าว และตามพวกมาสมทบพร้อมทั้งโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมารับตัวดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ทำเกินเหตุ ? แก๊งผู้ใหญ่บ้านตีเด็กหญิง 14 เข้า รพ. บังคับให้บอกที่ซ่อนเงิน

ทำเกินเหตุ ? จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์เรื่องผู้ใหญ่บ้านตีเด็กหญิงอายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บ จนต้องส่งไปโรงพยาบาล ซึ่งต่อมาผู้ใหญ่บ้าน ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และล่าสุด

ทำเกินเหตุ ? ล่าสุด วันที่ 16 ต.ค. 61 อาการของเด็กหญิงอายุ 14 ปี ผู้บาดเจ็บ ดีขึ้นตามลำดับ สามารถทานอาหารและลุกจากเตียงได้ พูดคุยกับเพื่อนที่มาเยี่ยมได้อย่างสนุกสนาน ส่วนอาการที่มีรอยฟกช้ำ บริเวณแขนและขา เริ่มจาง แต่ก็ยังมีร่องรอย และยังมีอาการปวดที่ศีรษะ ซึ่งทางแพทย์ให้ยารักษาเด็กหญิงดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่า 1-2 วัน จะกลับบ้านได้

ทำเกินเหตุ

นางกามารียะ น้าสาวของเด็กหญิง เปิดเผยว่า ตนไม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่เห็นบาดแผลที่ถูกตีที่โรงพยาบาลแล้ว รู้สึกสงสารหลานมาก ตนถึงกับร้องไห้ หลังจากเห็นบาดแผลที่มือ ขา และคอ ก็รู้สึกรับไม่ได้ ส่วนสาเหตุที่ถูกตี หลานยอมรับว่าขโมยเงิน เพียงแต่หาเงินที่ซ่อนไว้ไม่พบ ซึ่งจากคำบอกเล่า ไม่ทราบว่าใครเป็นคนตี แต่มากับผู้ใหญ่บ้าน โดยพากันมาที่บ้าน และคนตีก็ไล่คนในบ้านให้ออกไปให้หมด ไม่ให้เข้าไปยุ่ง ซึ่งเรื่องนี้ จะเรียกร้องอย่างไรนั้น ก็แล้วแต่พ่อแม่ของหลาน ซึ่งเขาก็ไม่ยอมเช่นกัน

ส่วนเด็กหญิง อายุ 14 ปี เล่าว่า ตอนนั้นผู้ใหญ่บ้านพาผู้ชายคนหนึ่งมาที่บ้าน ซึ่งคนที่ตี ตนไม่รู้จักว่าเป็นใคร ส่วนสาเหตุที่ตีนั้น เพราะตนไม่ยอมบอกว่าเงินที่ซ่อนอยู่ที่ไหน เพราะตนจำไม่ได้ เขาจึงตีหลายครั้ง กับสายยางแก๊ส โดยถูกตีที่แขน ขา และตบที่คอ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านก็ตบหน้าตนด้วย โดยหลังจากนี้ ขอปรึกษาพ่อแม่ก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งตนก็ยอมรับว่าขโมยเงินจริง แต่ไม่น่าถูกทำรุนแรงถึงขนาดนี้

หลังเกิดเรื่อง นายอับดุลการิม ยีดำ นายอำเภอทุ่งยางแดง จ.ปัตตานีได้นำผู้กำกับของสถานีตำรวจในพื้นที่ พร้อมด้วยนายเจ๊ะอารงมามะ ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.พิเทน รวมทั้งนายมักคา วาลี คนที่ตีเด็ก มารับทราบปัญหาดังกล่าว

ซึ่งผู้ใหญ่บ้าน ก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนคนตี ก็ยอมรับผิด ว่าตีจริง ด้วยอารมณ์โมโห เพราะเด็กหญิงที่ถูกตีขโมยเงิน แต่พาไปหลอกหาที่ซ่อนเงินหลายจุดไม่พบ แล้วมาบอกว่าจำไม่ได้ ส่วนทางคดี ทางผู้กำกับก็รับแจ้งความตามปกติ แบ่งเป็น 2 คดี คือเรื่องขโมยเงิน และเหตุตีเด็ก ซึ่งต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com