เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์ ปมรักอลเวง-ภาพไม่ควรในโซเชียล

เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์

เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์ มีรายงานว่า พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รอง ผบช.สกพ.) ปฏิบัติราชการ ผบช.สกพ. มีบันทึกข้อความ สกพ. ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เรื่องให้ข้าราชการปฏิบัติราชการในสังกัด ตร. ถึงผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา และผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางความว่า

ด้วย ตร.มีบันทึกลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ให้ ร.ต.อ.สงกรานต์ เตชะณรงค์ รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการปราบปราม รักษาราชการแทน รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 ปฏิบัติราชการ ที่ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจ กองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง (บก.ฝรก.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผกก.ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจ บก.ฝรก.มอบหมาย ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ มีรายงานว่าการย้ายครั้งนี้ เนื่องมาจากปัญหาครอบครัวของ ร.ต.อ.สงกรานต์ ที่มีข่าวหย่าร้างกับภรรยา และไปคบหากับนางเอกสาวอีกคน รวมทั้งภาพของ ร.ต.อ.สงกรานต์ ที่ปรากฏรอยสักตามตัวลงตามโซเชียลต่าง ๆ สร้างความไม่เหมาะสมไปถึงหน่วยงาน บก.ตร.มหด.รอ.904 ที่เจ้าตัวสังกัด โดยที่ผ่านมาต้นสังกัดได้ตักเตือนและสั่งการให้ ร.ต.อ.สงกรานต์ แก้ไขปัญหาดังกล่าวหลายครั้ง แต่ยังไม่มีความคืบหน้า และยังปรากฏภาพไม่ควรในโซเชียลอีก เชื่อว่าเป็นที่มาของคำสั่งย้ายข้ามบก.ครั้งนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

จ่อยิงหัวหนุ่มวัย22ปีอ้างมาจีบแฟนสาว

จ่อยิงหัวหนุ่มวัย22ปีอ้างมาจีบแฟนสาว

จ่อยิงหัวหนุ่มวัย22ปีอ้างมาจีบแฟนสาว

จ่อยิงหัวหนุ่มวัย22ปีอ้างมาจีบแฟนสาว

หนุ่มวัย 22 ปี ถูกยิงจ่อหัวอาการสาหัส สาเหตุเพราะถูกเข้าใจผิดคิดว่าไปจีบแฟนชาวบ้าน

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 2ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบ นาย มธุพจน์ ศิริชนะ อายุ 22 ปี ถูกอาวุธปืนยิงบริเวณศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส

ส่วนผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ คือ นายชญานิน เปรียบวารี อายุ 29 ปี พร้อมอาวุธปืนใช้ก่อเหตุเป็น ปืนพกสั้น แบบไทยประดิษฐ์ขนาด จุด38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุนปืนที่ยังคงเหลือ 1 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า นายชญานิน เข้าใจว่า นายมธุพจน์ มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว กับภรรยาของตัวเองเมื่อพบ นายมธุพจน์ มาเที่ยวที่ร้านอาหารดังกล่าวจึงใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปที่ศีรษะทันที เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา พยายามฆ่า พกพาอาวุธไปในเมืองและที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
ส่วนอาการของ นายมธุพจน์ จนถึงขณะนี้ยังอาการสาหัสยังอยู่ในความดูแลของแพทยือย่างใกล้ชิด

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

รวบแก๊งหลอกเหยื่อให้โอนเงินต่อประกันภัยรถยนต์

รวบแก๊งหลอกเหยื่อให้โอนเงินต่อประกันภัยรถยนต์

รวบแก๊งหลอกเหยื่อให้โอนเงินต่อประกันภัยรถยนต์

รวบแก๊งหลอกเหยื่อให้โอนเงินต่อประกันภัยรถยนต์

ตำรวจ 191 ที่มีหมายจับกว่า 20 หมาย รับซื้อข้อมูลเหยื่อมาจากเว็บไซต์ชื่อละ 3 บาท อ้างเป็นตัวแทนจำหน่ายประกันภัยโทรหลอกเหยื่อทำประกัน

นางสาว จุฑาภาส อังกาพย์ และนายจักรพันธ์ สาคะริชานนท์ ถูกตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 จับได้ที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังร่วมกันหลอกเหยื่อให้ทำประกันภัยรถยนต์ โดยซื้อข้อมูลของเหยื่อมาจากนายโฟล์ค ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง ผ่านเว็บไซต์ในราคารายชื่อละ 3 บาท โดยจะเลือกเหยื่อที่ประกันภัยรถยนต์ใกล้หมดอายุ จากนั้นก็จะโทรศัพท์อ้างเป็นตัวแทนบริษัทประกันภัย ชักชวนให้เหยื่อทำประกันกับตนเอง เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ ก็จะให้โอนเงินมาให้รายละ 18,000 บาท ก่อนจะจัดส่งใบเสร็จปลอมไปให้

พลตำรวจตรีสำราญ นวลมา ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กล่าวว่า เหยื่อส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่ใช้รถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง ที่นางสาวจุฑาภาส มีข้อมูลเชิงลึกราคาประกันภัยรถยนต์ และจากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหา พบรายชื่อลูกค้า 300-400 รายชื่อ สมุดบัญชีเงินฝากที่มีเงินหมุนเวียน จึงนำมาตรวจสอบ และขยายผลผู้ที่นำข้อมูลของลูกค้ามาขาย

ทั้งนี้ นางสาวจุฑาภาส มีหมายจับถึง 21 หมาย และเคยถูกกองปราบปราม จับกุมต้นปี 2561 และได้ประกันตัวออกมาก่อเหตุซ้ำอีก

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

แก๊งโจรบุกปล้นโรงแรมดังตำรวจเร่งตามล่า

แก๊งโจรบุกปล้นโรงแรมดังตำรวจเร่งตามล่า

แก๊งโจรบุกปล้นโรงแรมดังตำรวจเร่งตามล่า

แก๊งโจรบุกปล้นโรงแรมดังตำรวจเร่งตามล่า

ล่าแก๊งโจรบุกปล้นโรงแรมดัง เล่นใหญ่จับพนง.ชิง3หมื่น
3 โจรอุกอาจบุกปล้นโรงแรมดัง กลางเมืองเชียงใหม่ ล็อกตัวพนักงานมีดฟันแขนบาดเจ็บชิงเงิน 3 หมื่นบาท พร้อมเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดหนี ตำรวจเร่งล่าหวั่นกระทบท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย ร.ต.ท.พีรวัฒน์ ไชยสมศรี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดบุกเข้าปล้นโรงแรมแอร์พอร์ตเรสซิเดนซ์ เลขที่ 179/9 ถนนมหิดล ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน ที่เกิดเหตุพบว่าพนักงานโรงแรมยังอยู่ในอาการตกใจ และมีนายยศกร เด็ดเดี่ยวยิ่ง อายุ 30 ปี พนักงาน ได้รับบาดเจ็บถูกมีดฟันที่แขนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเป็นเงินสดประมาณ 30,000 บาท พร้อมกับเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด

สอบสวน นายยศกร ให้การว่า ช่วงเช้าตรู่มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 3 คน แต่งกายใช้เสื้อแขนยาวมัดหัวคลุมหน้าเดินเข้ามาในโรงแรม ตนพยายามสอบถามว่ามาทำอะไร จากนั้นคนร้ายได้ตรงเข้ามาล็อกคอตนพร้อมกับบอกให้อยู่เฉยๆ ตนพยายามขัดขืนก่อนที่คนร้ายอีกรายจะชักอาวุธมีดออกมาข่มขู่จึงเกิดการยื้อแย่งกัน ซึ่งตนสู้แรงของคนร้ายไม่ไหวจนถูกมีดบาด 2 แผล จากนั้นคนร้ายได้ทำการรื้อค้นบริเวณเคาเตอร์ต้อนรับแขกและภายในสำนักงาน ระหว่างนั้นคนร้ายได้พูดคุยกันมีสำเนียงคล้ายกับคนต่างด้าวและใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 20 นาที ซึ่งหลังจากคนร้ายได้ทรัพย์สินไปก็ได้พากันหลบหนีโดยซ้อนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนออกไปทางถนนมหิดล ตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ

ด้านพ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เร่งติดตามเบาะแสคนร้ายจากกล้องวงจรปิดในบริเวณรอบจุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังจะได้มีการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บลายนิ้วมือแฝง เพื่อจะได้ติดตามหาตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เนื่องจากคนร้ายได้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์อาจจะส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์เรื่องความปลอดภัยและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://www.dailynews.co.th

หนีตายชุลมุนเหตุเพลิงไหม้บ้าน2ชั้นย่านท่าข้าม

หนีตายชุลมุนเหตุเพลิงไหม้บ้าน2ชั้นย่านท่าข้าม

หนีตายชุลมุนเหตุเพลิงไหม้บ้าน2ชั้นย่านท่าข้าม

หนีตายชุลมุนเหตุเพลิงไหม้บ้าน2ชั้นย่านท่าข้าม

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 3 ก.พ.62 พ.ต.ท.โสภณ หมั่นขีด สว.(สอบสวน) สน.ท่าข้าม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 23 ซอยบางขุนเทียนชายทะเล 8 แขวงและเขตแสมดำ กทม. จึงประสานรถน้ำจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตบางขุนเทียน 3 คัน รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ปลูกในรั้วรอบขอบชิด พื้นที่ประมาณ 40 ตารางวา พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งจากบริเวณชั้นล่างก่อนลุกลามขึ้นบนชั้นที่ 2 ของตัวบ้านอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันวางหัวฉีดเข้าสกัดกั้นเพลิง นาน 15 นาที จึงสงบตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นพบบ้านดังกล่าวถูกเพลิงไหม้จนหมดทั้งหลังและมีอาคารพาณิชย์ข้างเคียงที่ติดกันได้รับความเสียหายเล็กน้อย  สอบสวน นายประเสริฐ พงศ์วิจิตรสกุล อายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งยังอยู่ในอาการตระหนกให้การว่า นอนอยู่กับภรรยา ลูก และญาติๆ ในบ้าน รวม 5 คน ก่อนเกิดเหตุมีกลิ่นควันไฟและแสงเพลิงพวยพุ่งมาจากด้านล่างจนแดงฉานจึงพากันรีบวิ่งหนีออกมาโทรแจ้งตำรวจ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบว่าเกิดจากสิ่งใด ซึ่งพนักงานสอบสวนจะประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอีกครั้งก่อนสรุปสาเหตุเพลิงไหม้ต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.komchadluek.net

สยองผัวปืนโหดยิงเมียดับ

สยองผัวปืนโหดยิงเมียดับ

สยองผัวปืนโหดยิงเมียดับ

สยองผัวปืนโหดยิงเมียดับ

สยองทั้งรีสอร์ต ผัวปืนโหดยิงหัวเมียก่อนฆ่าตัวตาย 2 ศพนอนกอดกันบนเตียง

(30 ม.ค.) พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ แสนสุข สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรท่าใหม่ ได้รับแจ้งจากเจ้าของรีสอร์ต ว่ามีคนยิงกันตายภายในห้องพักรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รุดไปที่เกิดเหตุ

เมื่อเดินทางไปถึงพบว่าเป็นรีสอร์ต อยู่ใจกลางอำเภอท่าใหม่ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย และหญิงนอนกอดกันตายอยู่บนที่นอนภายในห้องพัก ตรวจสอบศพผู้หญิงพบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ขมับขวาทะลุซ้าย ทราบชื่อ คือ นางสำลี อายุ 63 ปี ส่วนศพผู้ชายพบว่าที่ขมับขวาทะลุซ้ายมีการถูกยิงเช่นกัน ทราบชื่อ คือ นายปัญญา อายุ 63 ปี ในที่เกิดเหตุยังพบอาวุธปืนขนาด .38 ตกอยู่ที่หน้าอกของผู้ชาย และกระสุนปืนตกอยู่บนที่นอน และพื้นห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบถาม เจ้าของรีสอร์ต กล่าวว่า ผู้ตายทั้ง 2 คน ได้มาเปิดห้องพักตั้งแต่เมื่อวานนี้ และวันนี้ได้เวลาเช็คเอาต์ แต่ก็ยังไม่เห็นผู้ตายออกจากห้องพัก จึงได้เดินไปเคาะประตูเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบ ตนเองจึงได้ให้พนักงานรีสอร์ตไปเอากุญแจสำรองมาเปิดห้องดู ก็พบว่าผู้ตายทั้ง 2 คน นอนกอดกันเสียชีวิตอยู่บนที่นอน ก่อนที่ตนเองจะโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตรวจสอบดังกล่าว

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตาย น่าจะเป็นสามีภรรยากัน และน่ามีเรื่องทะเลาะวิวาทกันอย่างหนัก และตกลงกันไม่ได้ก่อนที่สามีจะใช้อาวุธปืนขนาด .38 ที่เตรียมมายิงภรรยาเสียชีวิต ก่อนที่สามีจะใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองตายตามดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

แม่วัยใสใจเหี้ยม ทุบตี-ทารุณลูกขวบครึ่งจนตาย เหตุโกรธเล่นเครื่องสำอาง-ไม่ยอมกินนม

แม่วัยใส อายุ 17 ปี ทารุณลูกน้อย วัย 1 ขวบครึ่งอย่างสาหัส เอาไม้ฟาดไม่ยั้ง จับหัวโขกกำแพง แถมให้ญาติ ๆ ช่วยกันทำร้าย แถมยังหิ้วศพลูกไปร้องคาราโอเกะ เพราะไม่รู้ว่าตาย

 

แม่วัยใสใจเหี้ยม

 แม่วัยใสใจเหี้ยม

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ รายงานเหตุการณ์สุดโหดเหี้ยมสะเทือนใจ แม่วัยใสชาวไต้หวัน อายุ 17 ปี (ไม่เปิดเผยนาม) ก่อเหตุฆาตกรรมลูกสาวตัวน้อย วัย 1 ขวบ 6 เดือน ด้วยการทุบตีอย่างโหดร้ายทารุณ และเมื่อจัดการจนสาแก่ใจแล้ว แม่รายนี้ไม่ได้พาลูกไปหาหมอแต่อย่างใด แต่ออกไปร้องเพลงคาราโอเกะอย่างครื้นเครง และพาลูกไปด้วย โดยที่ไม่รู้ว่าลูกเสียชีวิตแล้ว

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เด็กสาววัย 17 ปี รายนี้ ได้คบหาดูใจอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งสองมีสัมพันธ์กันจนฝ่ายหญิงตั้งท้องและคลอดลูกออกมา ตอนนั้นเด็กสาวอายุแค่ 16 ปี เท่านั้น ส่วนฝ่ายชายอายุ 20 ปี แน่นอนว่าการตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดและทั้งสองก็ไม่พร้อมที่จะมีลูก พวกเขาได้เลิกรากันหลังจากนั้นไม่นาน และฝ่ายหญิงรับหน้าที่เลี้ยงดูลูก ในเวลาต่อมา แม่วัยใสได้พาลูกย้ายไปอยู่กับญาติพี่น้อง 3 คน เป็นผู้หญิงวัย 20 ปีกว่า ๆ นอกจากนี้ยังมีคนอาศัยอีกคน เป็นชาย อายุ 27 ปี ประกอบอาชีพคนขับแท็กซี่

แม่วัยใสรายนี้ก็อยู่กับญาติ ๆ ต่อไป และเลี้ยงลูกไปแบบตามมีตามเกิด จนกระทั่งในวันที่ 15 มกราคม เด็กสาวรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจที่ลูกไม่ยอมกินนม และเมื่อเธอรับรู้ว่าลูกแอบไปเล่นไปเหยียบเครื่องสำอางของตนจนเละเทะ เธอก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้า คว้าไม้นวดหลังมากระหน่ำทุบตีลูกอย่างรุนแรง หลังจากนั้นก็ให้ญาติพี่น้องรับช่วงต่อ ผลัดกันรุมทุบตีเด็กน้อยกันอย่างโหดร้าย เด็กส่งเสียงร้องไห้อยู่ตลอดเวลา แต่แม่กับญาติ ๆ ก็ไม่หยุด ซ้ำยังตีหนักกว่าเดิม จนกระทั่งเด็กแน่นิ่งไป

 

เด็กสาวกับญาติ ๆ คิดว่าเด็กแค่หลับ และก็ปล่อยทิ้งเอาไว้แบบนั้น จนกระทั่งตกเย็น หนุ่มสาวกลุ่มนี้ก็ออกไปร้องคาราโอเกะกันโดยพาเด็กติดไปด้วย พวกเขาร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานรื่นเริงติดต่อกันประมาณ 3 ชั่วโมง ในระหว่างนั้น เด็กสาวผู้เป็นแม่สังเกตเห็นว่าลูกตาเหลือก เธอรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจและทุบหัวลูกซ้ำไปอีก ก่อนจะกลับไปสนุกต่อ หลังจากร้องเพลงกันมาจนสบายใจแล้ว ทั้งหมดก็เตรียมจะเดินทางกลับบ้าน ในตอนนั้นเอง แม่วัยใสเพิ่งสังเกตได้ถึงความผิดปกติ

แม่รายนี้รีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที สภาพร่างกายของเด็กน้อยทำให้แพทย์ตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว และมีรอยเล็บอยู่เต็มไปหมด แพทย์พยายามยื้อชีวิตให้กับเด็กน้อย แต่ก็สายเกินไป เด็กสิ้นลมเสียแล้ว ทางโรงพยาบาลได้แจ้งตำรวจให้เข้ามาสืบสวน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เด็กจะเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ

ศพของเด็กได้ถูกส่งไปผ่าหาสาเหตุการเสียชีวิต และผลการชันสูตรเผยว่าเด็กเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมอง ซึ่งตำรวจคาดว่าอาจเกิดจากการที่เด็กล้มลงหัวฟาด หรือไม่ก็มีใครจับหัวเด็กกระแทกเข้ากับกำแพง โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมแม่เด็ก และทุกคนที่อยู่ด้วยกัน ทั้งหมดให้การสารภาพว่าได้ลงมือทำร้ายเด็กอย่างโหดร้ายทารุณจริง แต่ก็อ้างว่าทำไปเพราะเด็กถูกผีสิง ทุกคนจึงต้องช่วยกันจัดการทุบตีเด็ก เพื่อขับไล่วิญญาณร้ายให้ออกไป

 

นอกจากนี้แล้ว พนักงานสอบสวนยังได้รับรู้อีกว่า การกระทำรุนแรงต่อเด็กรายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นมาพักใหญ่แล้ว โดยเมื่อใดก็ตามที่เด็กร้องไห้ แม่จะเข้าไปฟาดหรือทุบตีทุกครั้งและเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปตรวจค้นบ้านพักของแม่เด็กและญาติ ๆ พวกเขาพบไม้นวดหลัง ไม้เท้า และท่อพลาสติก ซึ่งเป็นอาวุธที่แม่กับญาติ ๆ ใช้ในการทุบตีเด็ก

ข่าวโหดร้ายนี้สร้างความสะเทือนใจแก่สังคมเป็นอย่างมาก ชาวบ้านที่โกธแค้นจำนวนไม่น้อยรวมตัวเดินทางไปยังสถานีตำรวจ เพราะต้องการเข้าไปรุมประชาทัณฑ์กลุ่มคนร้าย เนื่องจากก่อเหตุที่โหดเหี้ยมเกินรับได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวางกำลังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ชาวบ้านเข้าไปถึงตัวคนร้ายกลุ่มนี้ เพราะพวกเขาอาจถูกรุมประชาทัณฑ์จนตาย

ทางด้านพ่อและย่าของเด็กก็ตกตะลึงและโศกเศร้าเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดฝันว่าแม่เด็กจะสามารถลงมือก่อเหตุโหดเหี้ยมอำมหิตได้ขนาดนี้

พ่อของเด็กเปิดเผยว่า ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ยอมให้ลูกอยู่ในความดูแลของอดีตแฟนสาว จนต้องมาพบเจอชีวิตที่โหดร้ายเช่นนี้ เขาอยากบอกลูกว่ารักลูกมาก ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เด็กคนนี้มาเกิดเป็นลูกของตนอีกครั้ง และตนจะเดินหน้าต่อสู้ให้คนร้ายได้รับโทษทางกฎหมายอย่างสาสม และเพื่อนำความยุติธรรมมาให้กับลูก

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://hilight.kapook.com