พระมรณภาพกระดูกหักทั่วร่าง กู้ภัยขึ้นบันได 230 ขั้นไปเก็บศพ ในถ้ำศักดิ์สิทธิ์

ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ (19 มกราคม63) เมื่อเวลา 20.00 น. พนักงานสอบสวนเวร สภ.พระพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งข้าราชการหน่วยกู้ภัยประชากรพร้อมใจ เดินทางเข้าไปในถ้ำเขาขุนพนม ข้างในวัดเขาขุนพนม ซึ่งเป็นวัดโบราณแล้วก็สถานที่ปฏิบัติธรรมมีชื่อในตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระพรหมคีรี ภายหลังรับแจ้งว่าพระสงฆ์ตกจากที่สูงในถ้ำสถานที่ปฏิบัติจนกระทั่งแก่ตาย

ในจุดเกิดเหตุข้าราชการต้องเดินเท้าขึ้นบันไดไปกว่า 230 ขั้น และก็ต้องไต่ลึกลงไปในถ้ำที่มีระดับความสูงลดหลั่นไปอีกกว่า 50 เมตร เจอศพพระภิกษุสงฆ์รู้ชื่อเป็น พระประเสริฐตระกูล อายุ 30 ปี ตายอยู่บนพื้นถ้ำในภาวะกระดูกหักอีกทั้งร่าง ข้างในอังสะเจอไฟฉายยังเปิดสวิทฉายแสงสว่างอยู่ รวมทั้งเจอร่องรอยชนพื้นถ้ำอย่างชัดเจน โดยจุดตกก่อนจะมากมายระแทกพื้นมากถึง 48 เมตร

ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ศพพระภิกษุสงฆ์ตกช่องเหวลึก

ข้าราชการเก็บรวบรวมข้อมูลได้การว่าพระภัทรพงศ์พันธุ์ เป็นพระจากวัดในเมืองนครศรีธรรมราช ได้เดินทางมาเจริญภาวนาในถ้ำวัดเขาขุนพนม ซึ่งเป็นถ้ำที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุสำคัญหลายประการ รวมทั้งขึ้นชื่อเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพยกย่องของชาวนครศรีธรรมราช มีพระภิกษุแล้วก็ผู้ปฏิบัติเข้าไปนั่งวิปัสนาเสมอ

ก่อนเกิดเหตุน่าเชื่อว่าพระดีวงศ์วานบางทีอาจเดินตรวจสอบพื้นที่แล้วไปพลาดตกช่องเหวลึกระหว่างเพิงหินทำให้ร่างตกลงมากมายระแทกกับพื้นดินข้างล่างที่ลึกลงไปถึง 48 เมตร ถึงแก่กรรมโดยทันทีต่อจากนั้นมีคนที่เจริญภาวนารายอื่นได้ยินเสียงก็เลยมาดูพบว่าพระงามเหล่ากอตายก็เลยแจ้งข้าราชการเข้ากระทำการสอบปากคำและก็ตรวจตราจุดเกิดเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น…

หลงเชื่อถือกว่า 4 แสน หลอกเงินญาติโยม ตามจับพระหนีหนี้จีวรปลิว

หลอกเงินญาติโยม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตัว กองกำกับการ 1 กองสั่งงานกำจัด นำโดยว่าที่ พันตำรวจตรีปรัชญ์ แม้อำนาจวาสนา สว.กิโลกรัม1 บก.เปรียญพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่รัฐตำรวจ ชุดปฎิบัติการ 4กองกำกับการ 1 กองกำกับการทำลายล้าง ได้ด้วยกันจับกุมตัวนายบรรเทิง (รักษาชื่อสกุล) หรือ พระบรรเทิง ชยธมโม อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ในความผิดพลาดฐาน ทุจริตพสกนิกร จับถึงที่กะไว้รอบๆกึ่งกลางซอกซอยลาดกระบัง 38/4 ตำบลลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ต่อเนื่องมาจาก นายบรรเทิง ผู้ต้องหาได้มาบรรพชาเป็นพระ แล้วก็จำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์ ตำบลเหล่า อำเภอโกสุมวิสัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งจะมีญาติโยมที่เลื่อมใสแวะเวียนมาหาผู้ต้องหาไม่น้อยเลยทีเดียว ผู้ต้องหาก็เลยได้ยืมเงินญาติโยมที่เลื่อมใส โดยกล่าวถึงว่าอยากได้นำเงินไปทำธุรกิจคนกลางที่ดินกับสีกานางหนึ่ง แม้ขายเสร็จจะได้รับผลตอบแทนหลายชิ้น

หลอกเงินญาติโยม นายบรรเทิง ผู้ต้องหาได้มาบรรพชาเป็นพระ

แล้วจะนำเงินที่ยืมมาคืนพร้อมผลกำไร ก็เลยมีราษฎรที่เชื่อยอมยืมเยอะมากๆ รวมราคาความเสื่อมโทรมโดยประมาณ 400,000 บาท แต่ว่าปรากฎว่าธุรกิจไม่ประสบผลสำเร็จ ผู้ต้องหาไม่สามารถที่จะนำเงินมาคืนได้ ก็เลยถอดผ้าเหลืองออกมาจากร่มกาสาวพัสตร์ แอบหนีออกนอกพื้นที่ ตำรวจก็เลยได้ขออนุมัติหมายศาลเพื่อติดตามจับตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมาย

จนกระทั่ง ช่วงวันที่ 18 เดือนมกราคม63 เวลาราวๆ 10.30 น. ตำรวจ กิโลกรัม1 บก.เปรียญ สอบสวนรู้ว่า ผู้ต้องหาได้แอบหนีมาปฏิบัติงานรับจ้างอยู่ในเขตพื้นที่ ตำบลลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ก็เลยเดินทางไปตรวจทานและก็เฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อตำรวจเจอเพศผู้ต้องหาก็เลยได้เข้าไปจับกุมตัว พื้นฐานผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ ตำรวจก็เลยนำตัวส่งเจ้าหน้าที่สอบสวนสภ.เหล่า เพื่อดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวเนื่องถัดไป…

เกิดเหตุเถียงกับแฟน ชายผูกคอตาย แฟนสาวนั่งร้องไห้โศกเศร้าใจ

ชายผูกคอตาย (8 มกราคม63) เมื่อเวลา 21.30 น. ตำรวจ สภ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายผูกคอตายข้างในห้องสุขาระเบียงข้างหลังหอพักชั้น 5 ห้องพักแห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ข้างหลังรับแจ้งก็เลยและข้าราชการข้างสอบปากคำและก็มูลนิธิร่วมรู้คุณ เดินทางเข้าตรวจดู

ห้องจุดเกิดเหตุอยู่รอบๆชั้น 5 ของห้องเช่าดังที่กล่าวผ่านมาแล้วด้านในห้องอาบน้ำข้างหลังห้องได้เจอร่างของ นายสรำไพศ อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ นอนหงายเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ โดยมีไม้แขวนเสื้อแบบลวดเหล็กผูกอยู่คอ ที่แขนข้างขวามีรอยแผลคล้ายกับถูกของมีคมกรีดกว่าสิบแผล คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 3 ชั่วโมง โดยมีคู่รักสาวของผู้เสียชีวิตนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าส้วมด้วยความเศร้าโศกเศร้าใจ

ชายผูกคอตาย น้อยใจที่มีปากมีเสียงกับแฟนสาว

จากการถามแฟนสาวผู้เสียชีวิต ทราบดีว่า ผู้เสียชีวิตพักอยู่กับตัวเองพียงสองคน แล้วก็เมื่อ 3 วันที่ผ่านมาตนรวมทั้งคนเสียชีวิตได้เถียงกันเรื่องเฉพาะบุคคล แล้วก็เมื่อช่วงเวลาเช้าของวันนี้ต่างคนต่างออกไปดำเนินงานตามเดิม กระทั่งในตอนค่ำตนได้กลับมาจากปฏิบัติงานมาถึงหอพัก เปิดประตูแล้วก็เข้าไปไม่เจอคนตาย ก็เลยเดินมาเปิดประตูห้องอาบน้ำที่ระเบียงข้างหลัง แม้กระนั้นเปิดไม่ออกคล้ายกับมีอะไรขวางอยู่ ก็เลยออกแรงผลักประตูเปิดเข้าไปได้เจอร่างคนเสียชีวิตนอนหงายเสียชีวิตอยู่ด้านในห้องน้ำ ตนทำอะไรผิดได้แต่ว่านั่งมองดูด้วยและก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าใจ จนถึงแม่บ้านที่ดูแลห้องเช่าได้ยินรวมทั้งเข้ามามอง ก่อนจะแจ้งข้าราชการมาวิเคราะห์

พื้นฐาน ข้าราชการคาดว่าผู้บางทีอาจจะอกน้อยใจที่มีปากมีเสียงกับแฟนสาว วันนี้ข้างหลังเลิกงานคนเสียชีวิตก็เลยได้ใช้ของมีคนกรีดที่แขนกว่า 10 ครั้ง ก่อนจะใช้ไม้แขวนเสื้อรัดคอตนเองจนถึงเสียชีวิตดังที่กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็แล้วแต่จะได้ทำไต่สวนความจริงอีกทีเพื่อปฏิบัติงานตามกฎหมายถัดไป…

ผัวโหดรับสารภาพ ฆ่าเมียดับ เอาผ้าห่อศพอุ้มไปทิ้งในป่าอ้อย

ฆ่าเมียดับ จากกรณี เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา พบชิ้นส่วนของมนุษย์ถูกไฟเผาไหม้ภายในป่าไร้อ้อย ซึ่งตั้งอยู่ด้านท้ายของหมู่บ้านโคกเวง ม.10 ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ต่อมาทราบชื่อ ผู้เสียชีวิต คือ นางสาวทวน อายุ 52 ปี ซึ่งญาติได้แจ้งความคนหายไว้เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 62 และชาวบ้านสงสัยว่าคนร้ายคือ นายเสมอ อายุ 56 ปี สามีของผู้เสียชีวิต เพราะไม่มีออกตามหาภรรยา แถมยังท้าทายชาวบ้านว่าไม่มีวันหาตัวเจอ

ล่าสุด (11 ม.ค.) เมื่อเวลา 13.00น. พ.ต.อ.จุลฑะ จันทน ผกก.สภ.กาบเชิง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กาบเชิง สามารถจับกุมตัว นายเสมอ อายุ 56 ปี สามีผู้เสียชีวิต ได้ในเขตพื้นที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ขณะไปรับจ้างตัดอ้อย และนำตัวมาสอบปากคำ

โดย นายเสมอ ได้รับสารภาพ ว่าเป็นคนลงมือฆ่า นางสาวทวน อายุ 52 ปี ผู้เป็นภรรยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 63 โดยตัวเองได้มีปากเสียงกันกับ น.ส.ทวน ภรรยา ได้ทำร้ายร่างกาย จนกระทั่ง น.ส.ทวน แน่นิ่งไป ตนเองก็ได้อุ้มเอาร่าง น.ส.ทวน ไปทิ้งในป่าอ้อยท้ายหมู่บ้าน และไม่ห่างจากบ้านตนเองมากนัก แล้วกลับมาอยู่ที่บ้าน

ชาวบ้านมาสอบถามหานางทวน ตนเองก็บอกว่าไม่รู้ ว่าเขาหายไปไหน แม้แต่ชาวบ้านค้นหา ตนเองก็ไม่ได้ออกตามหาด้วย จนกระทั่งเดินทางออกจากบ้านไปรับจ้างตัดอ้อยที่จังหวัดสุพรรณบุรี จนกระทั่งมีผู้พบศพ นางทวน ถูกไฟไหม้ในป่าอ้อย ตำรวจไปตามจับตัวได้

ฆ่าเมียดับ ถูกชาวบ้านรุมแช่งด่าทำร้าย

จากนั้น พ.ต.อ.จุลฑะ จันทน ผกก.สภ.กาบเชิง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พนักงานสอบสวนเวร สภ.กาบเชิง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกาบเชิง ได้นำตัวนายเสมอ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านของนายเสมอ โดยนายเสมอได้มีปากเสียงกันและลงมือทำร้ายภรรยา ซึ่งเป็นที่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ซักเกร็งอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเสียชีวิต และเอาผ้าห่อศพอุ้มไปทิ้งในป่าอ้อย ท้ายหมู่บ้าน

ซึ่งขณะทำแผนปะกอบคำรับสารภาพ มีชาวบ้านในหมู่บ้านที่ทราบข่าว พากันเดินทางมามุงดูและส่งเสียงด่าสาปแช่งด้วยความไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถยนต์ออกจากหมู่บ้าน เพราะเกรงว่าจะถูกชาวบ้านรุมทำร้ายผู้ต้องหา

และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิง ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย และซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย…

จากสถานะการณ์ ฆ่าภรรยาเอาถุงดำคลุมหัว ใช้เชือกผูกเท้า ยัดใส่กระเป๋า ทิ้งศพลงทะเล

ชาวบ้านเปิดเผยผัวไต้หวัน ความก้าวหน้าปัจจุบัน เมื่อวานนี้ (12 มกราคม 63) เวลา 17.30 น. มีผู้เจอ ศพหญิงสาว ถูกฆาตกรรมผูกมือผูกเท้า เอาถุงสีดำปกคลุมหัวยัดใส่กระเป๋า ลอยสมุทรมาเกยริมทะเลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ช่วงวันที่ 10 เดือนมกราคม 2563

ก่อนหน้านี้พลตำรวจตรีประการ ประควร ผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมตำรวจแล้วก็ชุดสืบสาว สามารถจับตัว นายทาง จือหยาง อายุ 38 ปี ชนชาติไต้หวัน ผู้ต้องหาฆ่า นางสาวเลี่ยว ลี่ ลี่ อายุ 33 ปี เชื้อชาติจีน ซึ่งเป็นเมีย

วานนี้ข้าราชการ นำเพศผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำยอมรับสารภาพ โดยนายทาง จือหยาง ฆ่าเมียด้วยการใช้แขนรัดคอกระทั่ง เสียชีวิต ก่อนไปซื้อเทปกาวสีเหลือง เชือก และก็สายเคเบิ้ลไท จากร้านแห่งหนึ่งในอำเภอศรีราชา

ก่อนที่จะทำใช้เทปกาวผูกรอบหัวแล้วก็ใช้เคเบิ้ลไทผูกมือและก็ใช้เชือกผูกเท้า ยัดใส่กระเป๋าที่มีไว้ใส่ของเมื่อเดินทางก่อนที่จะเอามาใส่ด้านหลังรถเก๋งฮอนด้า สีขาว ขับเข้าไปในซอกซอยลึกกว่า 700 เมตร ขอบริมหาดบางพระ กลุ่ม 2 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ก่อนที่จะเปิดด้านหลังรถยนต์แล้วโยนกระเป๋าที่ข้างในมีศพเมียที่เสียชีวิตอยู่ลงไปในทะเล

ชาวบ้านเปิดเผยผัวไต้หวัน ฆ่า นางสาวเลี่ยว ลี่ ลี่ อายุ 33 ปี

ชาวบ้านเปิดเผยผัวไต้หวัน

ซึ่งภายหลังการควบคุมตัวนายทาง จือหยางมาทำแผนในจุดที่ทิ้งเสร็จแล้ว ทางข้าราชการก็ได้กักคุมกลับขึ้นรถเพื่อนำตัวไปสอบปากคำเสริมเติมอย่างประณีตก่อนที่จะส่งฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป

ด้านนายจ้อย อายุ 62 ปี ราษฎรที่มองเห็นสถานะการณ์ขณะผู้ต้องหานำศพไปทิ้ง เล่าว่า เมื่อตอนโดยประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 8 เดือนมกราคม 2563 มองเห็นนายทาง จือหยาง ขับขี่รถ

เก๋งคันดังที่กล่าวถึงมาแล้ว โดยเปิดกระจกข้างรถผู้ขับ เข้าไปในซอกซอยแล้วลงไปที่หาด ที่ธรรมดาราษฎรแถวนั้นจะไม่มีผู้ใดขับลงไป ขับขี่รถลงไปขอบชายทะเล

ซึ่งตอนนั้นน้ำทะเลลดพอดิบพอดี ขับกระทั่งล้อเก๋งจมลงไปในทราย ตัวเองก็เลยเดินเข้าไปมอง กับเรียกหลานๆมาช่วยชูรถเก๋งที่จมขึ้น โดยไม่รู้ว่ารถยนต์คันดังที่ได้กล่าวมาแล้วนำศพมาทิ้งสมุทร

>> ชะงัก ศพหญิงสาวเหมือนคนท้องถูกฆ่าตายยัดกระเป๋า ลอยเกยริมหาดบางพระ

>> รู้สึกตัวแล้ว สาวถูกฆ่าตายยัดกระเป๋าลอยเกยชายหาด ที่จริงเป็นคนจีน คาดผัวเป็นคนลงมือ…

ขออนุมัติหมายจับ หลานปืนโหดยิงลุงกับลูกพี่ลูกน้องดับ 2 ศพ จ.สุราษฎร์ธานี

ขออนุมัติหมายจับ หลานปืนโหดยิงลุงกับลูกพี่ลูกน้องดับ 2 ศพ จ.สุราษฎร์ธานี

ขออนุมัติหมายจับ หลานปืนโหดยิงลุงกับลูกพี่ลูกน้องดับ 2 ศพ จ.สุราษฎร์ธานี

ขออนุมัติหมายจับ

ผกก.สภ.ท่าฉาง เผย ขอศาลจังหวัดไชยา อนุมัติหมายจับ หนุ่มวัย 42 ปี ผู้ก่อเหตุยิงลุงแท้ๆ กับลูกพี่ลูกน้องตาย 2
ศพ ข้อหาฆ่าคนตายและ พ.ร.บ.อาวุธปืน โดยปมเหตุมา
จากเรื่องหนี้สิน

จากกรณีเมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.จริยวัฒน์ แท่นชื่น รอง สว.
(สอบสวน) สภ.ท่าฉาง อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงกันที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง
ในพื้นที่ ต.ท่าฉาง อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้ นายอุทัย เพ็งบูลย์ อายุ 76 ปี เจ้า
ของบ้านที่เกิดเหตุ เสียชีวิตคาที่ มีบาดแผลถูกยิงที่ขาซ้ายและซี่โครงขวา และ น.ส.เกศรา
เพ็งบูลย์ อายุ 51 บุตรสาวนายอุทัย ถูกยิงที่ศีรษะและแขนขวา ถูกนำส่งโรงพยาบาล
และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.นิพล ชาตรี ผกก.สภ.ท่าฉาง พ.ต.ท.ประภาส ทองสมุทร รอง ผกก.กู้ภัยกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี พิสูจน์หลักฐาน 8 เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุน 9 มม. จำนวน 9 ปลอก หัวกระสุน 1 หัว เก็บไว้เป็นหลักฐาน

นายมินชิก (นามสมมติ) อายุ 20 ปี หลานชายผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายนิรุตติ์ เพ็งบูลย์ อายุ 42 ปี ลูกของน้องชายนายอุทัย เป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งขณะเกิดเหตุ นายอุทัย และ น.ส.เกศรา ได้นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ก่อนที่ นายนิรุตติ์ จะขับขี่รถ จยย.เข้ามาหา และมีการพูดคุยกันประมาณ 5 นาที และเกิดการโต้เถียงขึ้น เรื่องปัญหาหนี้สิน โดยภรรยานายนิรุตติ์ ได้ยืมคนในครอบครัว จนมีการฟ้องร้อง รวมถึงของ น.ส.เกศรา ด้วยจำนวน 80,000 บาท แต่ไม่ได้มีการฟ้องร้อง ก่อนที่นายนิรุตติ์จะชักปืน ขนาด 9 มม.ยิงใส่นายอุทัยจนล้มฟุบลงกับพื้น และ น.ส.เกศรา ซึ่งนั่งอยู่ใกล้กัน วิ่งเข้าสวมกอดพร้อมห้ามไม่ให้ยิง จนถูกนายนิรุตติ์ยิงใส่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งขณะนั้นตนเองได้เดินออกมาจากห้องน้ำมายังหน้าบ้าน นายนิรุตติ์เดินเข้ามาพร้อมยกกระบอกปืนมายังตนเอง จึงได้คว้าประตูปิดแล้วหลบหนีออกทางหลังบ้าน ก่อนที่นายนิรุตติ์จะขับขี่รถ จยย.หลบหนี

ล่าสุดต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ต.ค. พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เข้าประชุมเร่งรัดคดี โดยมี พ.ต.อ.นิพล ชาตรี ผกก.สภ.ท่าฉาง และชุดสืบสวนสอบสวนร่วมประชุม ก่อนที่ พ.ต.ท.นิพล ชาตรี ผกก.สภ.ท่าฉาง จะร่วมหารือกับพนักงานสอบสวนในการสอบปากคำพยานบุคคลและประจักษ์พยาน เพื่อขออนุมัติหมายจับ

ผกก.สภ.ท่าฉาง กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าสาเหตุของการยิงในครั้งนี้ เนื่องจากภรรยาของนายนิรุตติ์ เป็นหนี้จำนวนมาก และได้ทำการยืมเงินบุคคลในครอบครัวนายอุทัยจำนวนมาก มีทั้งการฟ้องร้องเป็นคดีในศาลและไม่ได้เป็นคดี รวมถึงของ นายสมบัติ สมเพชร 53 ปี บุตรเขยนายอุทัย จำนวน 300,000 บาท ที่มีการขึ้นศาลในกระบวนการไกล่เกลี่ยล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้มีการทวงถามกัน ทำให้มีปากเสียงในช่วงหลัง น่าจะเป็นเหตุจูงใจให้ก่อเหตุ และผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตเป็นญาติใกล้ชิดกัน โดยได้เชิญพยานบุคคลมาสอบ จำนวน 5 ปาก ซึ่งมีนางมาลี เพ็งบูลย์ แม่ผู้ต้องหามาสอบด้วย ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ตั้งจุดสกัดแต่ยังไม่พบตัว และเตรียมขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดไชยาในวันนี้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. …

ปลอมเสียงเป็นลูกชายอ้างขับรถชนคน ให้แม่โอนเงินให้ด่วน

ปลอมเสียงเป็นลูกชายอ้างขับรถชนคน ให้แม่โอนเงินให้ด่วน

ปลอมเสียงเป็นลูกชายอ้างขับรถชนคน

ปลอมเสียงเป็นลูกชายอ้างขับรถชนคน

วันที่ 26 ก.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Aumaim Natnaraya ได้โพสต์คลิปและข้อความ เล่าว่า ช่วง 04.00 น. มีหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่รู้จักโทรมาที่เครื่องของแม่ตน บอกว่า ลูกคุณขับรถชนลูกผมคุณจะเอายังไงคุณคุยกับลูกคุณเลย และยื่นโทรศัพท์ให้คนที่อ้างว่าเป็นพี่ชายของเธอ พูดด้วยเสียง ร้องไห้ฟูมฟายบอกว่าขับรถไปชนเขา เขาเรียกผม 15,000 บาท ให้แม่ช่วยด้วย ให้รีบโอนเงินไปให้เพราะคู่กรณีจะแจ้งความ เมื่อแม่ถามว่าไปชนที่ไหน กลับไปยอมบอกสถานที่แต่บอกว่าไปส่งเพื่อนและขอให้อย่าเพิ่งถามให้คุยกับคู่กรณีก่อน บาคาร่า

จากนั้นมีการส่งโทรศัพท์ให้ผู้ชายที่อ้างว่าตัวเองเป็นพ่อของคนที่บาดเจ็บคุยต่อ ระบุว่า ลูกของตนบาดเจ็บหนักเย็บ 10 เข็ม จะเอาเรื่องจะไปแจ้งตำรวจ ให้รีบโอนเงินไปให้ ผู้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ช่วงที่เธอได้คุยด้วย ปลายสายเสียงเหมือนพี่ชายเธอมาก บอกกับเธอว่า กูขับรถไปชนเขาบอกแม่ให้รีบเคลียร์ให้หน่อย

อย่างไรก็ตาม ต่อมาผู้โพสต์เฟซบุ๊กได้โทรศัพท์ไปหาพ่อที่อยู่บ้านอีกหลัง และพบว่าพี่ชายยังคงนอนหลับอยู่บ้านปกติ เธอจึงตั้งข้อสังเกตว่า ขบวนการที่มาหลองลวงเสียงเหมือนพี่ชายเธอมากๆ และรู้ข้อมูลคนในครอบครัว รู้ชื่อพี่ชาย เมื่อบวกกับความที่ทุกคนยังตกใจและเป็นห่วงพี่ชายมากเลยทำให้ไม่ได้เอะใจตอนแรก

เธอระบุด้วยว่า เคยได้ยินแต่กรณีที่เกิดขึ้นกับคนอื่น เมื่อเจอกับตัวเองก็ตกใจอยู่เหมือนกัน “สงสารถ้าไปแกล้งคนที่เป็นโรคหัวใจเราว่าช็อคแน่ๆ เพราะแม่เราก็แทบช็อค เราถามอะไรแม่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว สั่นไปหมด. อยากฝากเตือนแม่ๆหรือผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเล่นโซเชียลให้ระวังมิจฉาชีพใช้ความเป็นแม่ลูกมาหลอกลวง. ทำไมหากินกันง่ายจัง สังคมสมัยนี้น่ากลัวมากขึ้นทุกวัน #มิจฉาชีพ”

ด้านแอดมิดเพจ Drama-addict ระบุว่า หมายเลข 080-646-1329 ที่คนร้ายใช้โทรเข้ามาหลอก เคยใช้ก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาก่อนแล้ว…

ซัดกันนัว 2 สถาบัน นร.อุเทน-ปทุมวัน ตีกันบนสกายวอล์ค สถานีรถไฟฟ้า

ซัดกันนัว 2 สถาบัน นร.อุเทน-ปทุมวัน ตีกันบนสกายวอล์ค สถานีรถไฟฟ้า

ซัดกันนัว 2 สถาบัน นร.อุเทน-ปทุมวัน ตีกันบนสกายวอล์ค สถานีรถไฟฟ้า

ซัดกันนัว

นักเรียน อุเทนถวาย-เทคโนโลยีปทุมวัน ตีกันบนสกายวอล์ค สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ คนผ่านไป-มาหนีกระเจิง บาคาร่า

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ นายทินกร จงรุ่งโรจน์บวร โพสต์คลิปกลุ่มวัยรุ่น 2 ฝ่าย ยกพวกตีกันบนทางเดินสถานีรถไฟฟ้า พร้อมระบุ อุเทนถวายตีกับเทคโนโลยีปทุมวัน บนสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งในคลิปเป็นภาพกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 40-50 คน กำลังตะลุมบอนเตะต่อยกันชุลมุน บริเวณสกายวอล์ค สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3-4 นาย เข้าห้ามปรามและพยายามให้ทั้งสองฝ่ายแยกออกจากกัน

จากการตรวจสอบจากผู้โพสต์คลิปนี้ เปิดเผยกับทีมข่าวเวิร์คพอยท์ว่า เป็นคลิปที่ส่งต่อกันมาในกลุ่มไลน์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้เข้าระงับเหตุการณ์ก่อนที่จะบานปลายจนต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนผู้ที่ผ่านไปมาต่างตกใจกลัวจะถูกลูกหลงไปด้วย หลังจากที่คลิปดังกล่าวมีการแชร์ออกไปมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยในการใช้ความรุนแรงและควรหันมาสนใจเรื่องเรียนมากกว่า…

ล่าโจรใต้ บุกยิงหญิงวัย 52 ดับสยองคาร้านน้ำชา จับตัวได้ 2 อีก 2 รอด

ล่าโจรใต้ บุกยิงหญิงวัย 52 ดับสยองคาร้านน้ำชา จับตัวได้ 2 อีก 2 รอด

ล่าโจรใต้ บุกยิงหญิงวัย 52 ดับสยองคาร้านน้ำชา จับตัวได้ 2 อีก 2 รอด

ล่าโจรใต้

บุกยิงหญิงวัย 52 ดับสยองคาร้านน้ำชา อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี 3 คนร้ายขี่รถ จยย.

มาจอดหน้าร้าน หนึ่งคนลงจากรถทำทีเข้ามาซื้อน้ำชา สบโอกาสชักปืนลั่นไกจ่อยิง

หัวเหยื่อขณะนั่งกินน้ำชาจนร่วงตกเก้าอี้สิ้นใจคาที่ก่อนวิ่งกลับไปซ้อนท้ายเพื่อน

ซิ่งเผ่นหนีลอยนวล ตำรวจพุ่งปมมรณะเรื่องส่วนตัวโยงฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

ส่วนที่ จ.สงขลา แกะรอยตามรวบ 2โจรใต้พัวพันคดียิงถล่มสำนักสงฆ์และลอบบึมป่วนเมือง

หนีไปได้ 2 คนเป็นแนวร่วมอาร์เคเคระดับปฏิบัติการ ค้นรถพบกระสุนปืนพร้อมอุปกรณ์

ยังชีพเพียบ ก่อนขอหมายศาลบุกค้นโรงเรียนสอนศาสนาให้ที่พักพิง

ด้านศาลจังหวัดยะลาพิพากษาจำคุก21ปี 7 โจรใต้ ลอบวางเพลิงเผา หจก.ชินวรยะลา

ก่อสร้าง เมื่อปี 60 บาคาร่า

สถานการณ์รุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง คนร้ายบุกยิงผู้หญิงตายคาร้านน้ำชาเปิดเผยเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 14 ก.ย. ร.ต.อ.พลเทพ เกิดมุด รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตในร้านน้ำชา บ้านเลขที่ 24 บ้านบาแฆะ หมู่ 5 ต.พิเทน จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ทราบ พร้อมนำกำลังไปตรวจสอบ ในร้านพบศพนางแมะด๊ะ เจ๊ะสู อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ 2 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง นอนจมกองเลือดอยู่ข้างโต๊ะ ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะ 1 นัด ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนหัวกระสุน 1 ชิ้น เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเดินมานั่งกินน้ำชาที่ร้านเกิดเหตุอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านของผู้ตาย ภายในร้านมีเพื่อนบ้านนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ระหว่างนั้นมีคนร้าย 3 คนนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.มาจอดหน้าร้าน หนึ่งในคนร้ายลงจากรถเดินเข้ามาทำทีซื้อน้ำชา ก่อนสบโอกาสชักปืนพกออกมาจ่อยิงเข้าที่ศีรษะผู้ตาย 1 นัดจนร่วงตกเก้าอี้เสียชีวิตคาที่ สร้างความแตกตื่นตกใจให้คนในร้าน ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งกลับไปขึ้นซ้อนท้ายรถ จยย.ที่เพื่อนติดเครื่องจอดรออยู่หลบหนีไป ตำรวจกระจายกำลังออกตามล่าตัวพร้อมวิทยุสกัดจับแต่ยังไม่พบวี่แวว

พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กล่าวว่า ผู้ตายมีอาชีพรับจ้างกรีดยางและเป็นคนตรงไปตรงมาเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน หลังเกิดเหตุสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่เก็บวัตถุพยานเพิ่มเติมพร้อมสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพอทราบเบาะแสของคนร้ายบางคนแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ กำลังประสานพยานให้มาชี้ตัวภาพจากแฟ้มประวัติอาชญากรรมและคดีความมั่นคงว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ เพื่อจะหาความเชื่อมโยงกับหลักฐานอื่นๆ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่คงต้องรอผลตรวจวัตถุพยานอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจะเร่งสืบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

ที่ จ.สงขลา ช่วงเช้าวันที่ 15 ก.ย. พล.ท.จตุพร กลัมพสุต รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดนาทวี นำกำลังเข้าตรวจค้นโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ เป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หมู่ 8 ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา โดยประสานกับผู้นำศาสนาและผู้บริหารโรงเรียนเพื่อเป็นสักขีพยานในการตรวจค้น ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 ก.ย. ร.ต.อ.พิทยาคม ธรรมพิทักษ์ ผช.ฝขว.ฉก.ตชด.43 สืบทราบว่ามีแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่ จ.สงขลา พบเป้าหมายต้องสงสัยเป็นชาย 4 คนขับรถเก๋งฮอนด้าซีวิค สีทอง ทะเบียน กฉ 9154 สงขลา มาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อริมถนนสายเอเชีย ต.ลำไพล อ.เทพา จึงประสานตำรวจ สภ.ห้วยปลิง เข้าตรวจค้น

ปรากฏว่า คนในรถไหวตัวทันรีบเปิดประตูวิ่งเผ่นหนี เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจับกุมได้ 2 คนคือนายเดะแว อาแว อายุ 34 ปี ชาว อ.เทพา จ.สงขลา ผู้ต้องสงสัยคดีลอบยิงสำนักสงฆ์ชะเมา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อกลางปี 61 และนายสาการียา อาแวลาเตะ อายุ 30 ปี ชาว อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ผู้ต้องสงสัยคดีลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าใน อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 61 ส่วนที่หลบหนีไปได้ 2 คนคือนายอับดุลเลาะ บาเฮง …

หนุ่มขับกระบะชนเก๋ง เหตุเล่นชู้กับเมียตนเอง

หนุ่มขับกระบะชนเก๋ง เหตุเล่นชู้กับเมียตนเอง

หนุ่มขับกระบะชนเก๋ง เหตุเล่นชู้กับเมียตนเอง

หนุ่มขับกระบะชนเก๋ง

ผมรักเมียของผม หนุ่มขับกระบะชนรถชู้เมียยับ หลังรู้ไปรับที่บ้านพ่อตาแม่ยาย ปรากฏเจอรถแต่ไม่เจอเมีย แถมเอาค้อนทุบกระจกพังยับทั้งคัน โกรธจัดบอกอภัยมา 3 ครั้ง แต่ก็ยังลักลอบมาเจอกัน บาคาร่า

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 15 ก.ย. 62 ร.ต.อ.สมหวัง โพธิพันธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันภายในซอยแห่งหนึ่ง ใน ต.บ้านสวน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.อ.อัครเดช แก้วร่องคำ รอง สวป.

ทั้งนี้ พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ขอสงวนเลขทะเบียน สภาพกระจกหลังมีรอยถูกทุบแตกทั้งบาน ยางล้อทั้ง 4 เส้นรั่วหมด และด้านหน้ารถพังยับเยิน โดยมีกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ขอสงวนเลขทะเบียน สภาพด้านท้ายรถเกยอยู่หน้ารถเก๋ง นอกจากนี้ยังมีจักรยานยนต์ และรถเก๋งอีกคันได้รับความเสียหายด้วย

หนุ่มขับกระบะชนเก๋ง

สอบถามนายพล (นามสมมติ) อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะเผย อ้างว่าตนเป็นคนถอยชนเอง เนื่องจากได้ติดตามหานางสาวนิด (นามสมมติ) ซึ่งเป็นเมียตน โดยเมื่อตอนกลางวัน เมียบอกว่าจะไปบ้านพ่อแม่

ทั้งนี้ ตนตามไปเขาบอกว่ามีรถเก๋ง และทะเบียนนี้มารับไปแล้ว ตนก็ทราบทันทีว่าเป็น รถไอ้บอล ซึ่งไอ้บอล มันเป็นชู้ และมีความสัมพันธ์กับเมียตน 3 ครั้งแล้ว แต่ที่ผ่านมาตนให้อภัย เพราะตนรักเมียคนนี้ แต่ตอนหลังมาจับได้ว่าทั้งคู่ยังไม่เลิกติดต่อกัน แอบมารับไปตลอดเวลาที่ตนไม่อยู่ เพราะเมียตนเคยเสพยาเสพติด และไอ้บอลก็ขายยาเสพติดด้วย

เมื่อเห็นรถจอดอยู่จึงได้ตะโกนเรียกไปทั่วห้องแถว แต่มันไม่ออกมา ตนยอมรับว่าเกิดอารมณ์โมโหจึงถอยรถชนรถเก๋งและทุบรถพังเสียหาย รถจักรยานยนต์ และรถเก๋งอีกคันที่เสียหายตนรับผิดชอบ แต่รถไอ้บอล ตนไม่รับผิดชอบ เพราะมาเป็นชู้กับเมียตน

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า เบื้องต้นได้เก็บรถทั้ง 2 คันเอาไว้ก่อน จะต้องรอให้เจ้าของรถเก๋งผู้เสียหายมาแจ้งความเสียก่อน เพื่อจะได้นัดสอบสวนทั้งคู่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป…