ยิงลูกน้อง 9 นัดรวด คาดแค้นหึงหวง โยงปมตีท้ายครัว

ยิงลูกน้อง 9 นัดรวด คาดแค้นหึงหวง โยงปมตีท้ายครัว

เถ้าแก่แอบแค้นลูกน้อง คิดว่าย่อง ตีท้ายครัว มีสัมพันธ์กับเมียสาว พกปืนไล่ตามยิง 9 นัดรวด ขณะนั่งท้ายกระบะกำลังไปเก็บมะพร้าวน้ำหอม ตำรวจเร่งสอบสวน

(17 ส.ค.) ร้อยตำรวจเอกวัชระ ค้นหาสุข ร้อยเวร สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบเหตุยิงกันบนถนนสายบางกุ้ง-บางยี่รงค์ ใกล้เคียงวัดบางกุ้ง พบรถปิกอัพอีซูซุ สีขาว กระบะท้ายใส่ลูกกรงดัดแปลง สำหรับบรรทุกมะพร้าวน้ำหอม จอดนิ่งอยู่ริมถนน

ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนภาลัยไปแล้ว ทราบชื่อคือ นายพนมพร อายุ 26 ปี เป็นคนงานตัดมะพร้าวน้ำหอม โดยตามร่างกายมีบาดแผลถูกยิงหลายแห่ง ทั้งบริเวณลำคอ แขน ลำตัว แผ่นหลัง และใต้ราวนม รวมทั้งหมด 9 นัด ปรากฏว่า นายพนมพร ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

ยิงลูกน้อง 9 นัดรวด คาดแค้นหึงหวง โยงปมตีท้ายครัว

ขณะที่ผู้ก่อเหตุคือ นายวราวุฒิ อายุ 43 ปี บาคาร่า เป็นเจ้าของล้งมะพร้าวชื่อดังในตำบลโรงเข้ ชื่อว่า “แดงพยนต์” โดยหลังก่อเหตุนายวราวุฒิไม่ได้หลบหนีไปไหน ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. เป็นของกลางที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า นายพนมพร เป็นลูกจ้างของนายวราวุฒิ ก่อนเกิดเหตุภรรยาของนายวราวุฒิได้ขับรถปิกอัพคันดังกล่าว พานายพนมพรและคนงาน 6 คน กำลังจะไปตัดมะพร้าวน้ำหอม เมื่อถึงที่เกิดเหตุ นายวราวุฒิ ได้ขับรถปิกอัพอีกคันตามมา และสั่งให้จอดรถ ก่อนจะชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่นายพนมพรที่นั่งอยู่ด้านท้ายกระบะ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุอาจจะเกิดจากปัญหาความแค้นส่วนตัว หรือจากปมเรื่องความหึงหวง เพราะคิดว่าผู้เสียชีวิตที่เป็นลูกน้อง กำลังแอบย่องตีท้ายครัวตนเอง มีสัมพันธ์ชู้สาวกับภรรยา จึงเกิดความแค้นและไล่ตามมายิงทิ้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอยู่…

ผัวหนีเที่ยว ติดผู้หญิง บุกราดน้ำมันจุดไฟเผากลางร้านคาราโอเกะ

ผัวหนีเที่ยว ติดผู้หญิง บุกราดน้ำมันจุดไฟเผากลางร้านคาราโอเกะ

พ.ต.อ.พิรุณ กลัดทอง ผกก.สภ.ลานสกา เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 15 ส.ค. เวลา 23.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ศักรินทร์ แสงเจริญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุมีคน ถูกไฟเผา ภายในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง พื้นที่ หมู่ 4 ต.ท่าดี อ.ลานสกา มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย หลังรับแจ้งพร้อมด้วย พ.ต.อ.พิรุณ กลัดทอง ผกก.สภ.ลานสกา และเจ้าหน้าที่สมาคมหน่วยกู้ภัยลานสกา รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุภายในร้านคาราโอเกะพบชาย 1 ราย (ขอสงวนนาม) อายุ 35 ปี สภาพเสื้อผ้าถูกไฟไหม้ ส่วนผิวหนังตามร่างกายและใบหน้า ถูกไฟไหม้เช่นกัน จนผิวหนังหลุดออกมา ซึงได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนร้องครวญคราง ด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลสกาในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบภายในร้านคาราโอเกะ พบขวดน้ำเปล่ารอยใส่น้ำมันเบนซิน และมีคราบน้ำมันเบนซินกระจัดกระจายทั่วบริเวณ

ผัวหนีเที่ยว ติดผู้หญิง บุกราดน้ำมันจุดไฟเผากลางร้านคาราโอเกะ

จากการสอบสวน ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า บาคาร่า ก่อนเกิดเหตุคนเจ็บได้นั่งดื่มกินภายในร้านพร้อมกับเพื่อนอีก 2-3 คน ขณะเดียวกันก็มีผู้หญิงซึ่งทราบว่าเป็นภรรยา ได้เดินเข้ามาภายในร้านในมือถือขวดน้ำเปล่าซึ่งได้ใส่น้ำมันไว้ข้างใน ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาและเทน้ำมันเบนซินลงที่ศีรษะของคนเจ็บก่อนจุดไฟเผา

หลังก่อเหตุจุดไฟเผาคนเจ็บ ก็ได้เดินหลบหนีไปทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อนคนเจ็บและพนักงานของร้าน หลังตั้งสติได้ก็ช่วยกันดับไฟที่คนเจ็บและแจ้งให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือในเวลาต่อมา

ทางด้าน พ.ต.อ.พิรุณ กล่าวว่า ล่าสุดในช่วงเช้าที่ผ่านมา ภรรยาของคนเจ็บที่ก่อเหตุได้เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด แต่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อน ส่วนสาเหตุที่ลงมือจุดไฟเผาสามี มาจากเรื่องภายในครอบครัวซึ่งภรรยามีความหึงหวงที่คนเจ็บชอบไปเที่ยวคาราโอเกะ คิดว่าไปติดพันสาวที่ร้านจึงได้ลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจ…

ไล่แทงน้องชาย ป่วยทางจิต เตะซ้ำไม่ยั้งดับคาบ้าน สุดทนชอบทำร้ายทุบตีแม่

ไล่แทงน้องชาย ป่วยทางจิต เตะซ้ำไม่ยั้งดับคาบ้าน สุดทนชอบทำร้ายทุบตีแม่

เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 15 ส.ค.62 พ.ต.อ.พันธมิตร จ้างประเสริฐ รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุแทงกันเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 51 ซอยเรวดี 10 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ที่ห้องรับแขกพบ ผู้เสียชีวิต นอนตะแคงอยู่บนม้านั่งไม้ ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นลายทหาร มีบาดแผลถูกแทงด้วยของแหลมที่บริเวณชายโครงด้านขวา 1 แผล ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายปริญญา อายุ 22 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุพี่ชายของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือนายปิติพงษ์ อายุ 30 ปี รอเจ้าหน้าที่อยู่ภายในบ้านหลังโทรแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่ง สถ.เมืองนนทบุรี ในที่เกิดเหตุพบอาวุธเหล็กขูดชาร์ปยาวประมาณ 18.5 ซม.

ไล่แทงน้องชาย ป่วยทางจิต เตะซ้ำไม่ยั้งดับคาบ้าน สุดทนชอบทำร้ายทุบตีแม่

ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ได้เมื่อเวลา 21.29 น.เป็นภาพที่ผู้เสียชีวิตวิ่งหนีออกมาจากบ้าน จากนั้นพี่ชายผู้ก่อเหตุได้วิ่งตามมาและแทงไปที่ชายโครงขวาจนผู้เสียชีวิตล้มลง จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เตะไปอีกจำนวน 6 ครั้ง ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ผู้เสียชีวิตได้พยายามลุกขึ้น และเดินตามเข้าไปในบ้านและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบถาม นางปรางทิพย์ อายุ 56 ปี มารดาของทั้งสอง บาคาร่า ทราบว่าลูกชายที่เสียชีวิตไม่ค่อยปกติ เป็นผู้พิการทางจิต วันนี้มาขอเงินแม่ แม่ไม่ให้ก็พยายามตีแม่ เขาจะตีประจำ พี่ชายเขาบอกว่าจะอะไรนักหนาจากนั้นก็ชกต่อยกัน ตนนอนอยู่ในบ้าน น้องชายได้วิ่งออกมาที่หน้าบ้าน พี่ชายจึงวิ่งเข้าไปเอาเหล็กขูดชาร์ปแทง แม่ไม่เห็นตอนแทง ก่อนหน้าเกิดเหตุแม่พาไปหาหมอก็ไม่อยากไป ยาก็ไม่กิน ป่วยมาตั้งแต่ปี 57 เป็นคนสมาธิสั้น ดื้อมาก ตอนไปเรียนก็ไปกินเหล้าทำให้เขาเบลอ เขาจะขอเงินประจำไม่รู้เอาไปทำอะไร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อสอบปากคำอย่างละเอียด จากนั้นได้มอบร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตร จากนั้นได้เชิญมารดาของทั้งสองไปสอบปากคำที่เพื่อประกอบสำนวนคดี ก่อนดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุต่อไป…

ชาวมาเลเซีย ญาติคนงานตัดหญ้าเหยื่อเก๋งสาวมาเลย์ 5 ศพ ยังช็อกทำใจไม่ได้

ชาวมาเลเซีย ญาติคนงานตัดหญ้าเหยื่อเก๋งสาวมาเลย์ 5 ศพ ยังช็อกทำใจไม่ได้

ญาติคนงานตัดหญ้า ที่ถูกนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียขับรถเก๋งชน เสียชีวิต 5 ศพ ยังช็อกและทำใจไม่ได้เพราะล้วนเป็นเสาหลักของครอบครัว

ความคืบหน้ากรณีเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่พุ่งชนคนงานตัดหญ้าของแขวงทางหลวงกำแพงเพชร ที่กำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ริมถนนสายเอเชีย พื้นที่ ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา จำนวน 6 คน เสียชีวิต 5 คน บาคาร่า  และบาดเจ็บ 1 คน

ชาวมาเลเซีย ญาติคนงานตัดหญ้าเหยื่อเก๋งสาวมาเลย์ 5 ศพ ยังช็อกทำใจไม่ได้

บรรดาครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คน ยังช็อกและทำใจไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนี้ เพราะทั้ง 5 คน ล้วนเป็นเสาหลักของครอบครัว เช่น ครอบครัวของ นายสมพร อายุ 54 ปี หนึ่งในคนงานที่เสียชีวิตซึ่งตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดรัตภูมิธรรมาวาส ใน อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยากที่จะทำใจที่ต้องมาสูญเสียหัวหน้าครอบครัวโดยไม่ได้ร่ำลา

นางจินดา อายุ 45 ปี ภรรยา ซึ่งยังอยู่ในอาการเศร้าเสียใจอย่างหนักและแทบพูดอะไรไม่ออก บอกว่าทันทีที่รู้ข่าวสามีเสียชีวิตถึงกับช็อกทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นและจากไปอย่างกะทันหัน รวมถึงลูกทุกคนต่างเสียใจ เนื่องจากสามีเป็นหัวหน้าครอบครัวและเป็นคนหาเลี้ยง เนื่องจากตนมีอาชีพขายของเล็กๆ น้อยๆ ในตลาดนัด

โดยครอบครัวมีลูก 3 คน คนโตอายุ 27 ปี มีครอบครัวแล้วแต่รับจ้างทั่วไป ลูกสาวคนรองอายุ 22 ปี เรียนจบแล้วแต่ยังว่างงาน ส่วนลูกสาวคนเล็กอายุ 14 ปี ยังว่างงาน หลังจากนี้ครอบครัวคงลำบากกว่าเดิม…

ยกครัวคารถ ญาติสะอื้นรับศพ 3 พ่อแม่ลูก เปิดปมเหตุรมควันเสียชีวิต

ยกครัวคารถ ญาติสะอื้นรับศพ 3 พ่อแม่ลูก เปิดปมเหตุรมควันเสียชีวิต

ญาติเข้ารับศพ 3 พ่อแม่ลูก ก่อเหตุน่าเศร้าสลดรมควันตัวเอง เสียชีวิตภายในรถ โดยพบสาเหตุมาจากปัญหาทางธุรกิจ เนื่องจากกำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนัก

ยกครัวคารถ ญาติสะอื้นรับศพ 3 พ่อแม่ลูก เปิดปมเหตุรมควันเสียชีวิต

ความคืบหน้าคดี 3 พ่อแม่ลูก ก่อเหตุรมควันตัวเองเสียชีวิตภายในรถยนต์โตโยต้า สีดำ เหตุเกิดภายในซอยบุญลักษณ์ ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ บาคาร่า หมู่ 14 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ล่าสุด นายวีรพันธ์ พี่ชายของผู้เสียชีวิตได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า น้องสาวคือ นางณัฐณิชา อายุ 33 ปี กับสามีได้ทำธุรกิจ เคยเปิดเต็นท์รถและก็ร้านชาบูมาก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จและประสบปัญหาเรื่องหนี้สินอย่างหนัก เมื่อออกจากบ้านไปก็ไม่ได้บอกกับใครว่าจะไปไหน พอรู้อีกครั้งทั้ง 3 คนก็ได้รมควันตนเองเสียชีวิตคารถไปแล้ว

ทางด้าน พ.ต.อ.จักรแก้ว แก้วแสงยศ ผกก.สภ.ลำลูกกา เปิดเผยว่า หลังจากที่เมื่อวานนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบภายในรถก็พบกับกระดาษที่เขียนเป็นลายมือของนางณัฐณิชา โดยระบุว่า “ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้นะคะ หมดหนทางแล้วจริงๆ ค่ะ ที่แบกอยู่ตอนนี้มันหนักเกินไปมากๆ”

โดยล่าสุดร่างทั้ง 3 ศพนั้น ทางญาติได้นำออกจากโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ เพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสายไหมต่อไป…

ศพก้นสระ มีรอยถูกยิงท้อง ญาติเชื่อถูกฆ่าเพราะรู้เห็นธุรกิจมืด

ศพก้นสระ มีรอยถูกยิงท้อง ญาติเชื่อถูกฆ่าเพราะรู้เห็นธุรกิจมืด

สืบเนื่องจากเย็นวันที่ 12 ส.ค.62 พ.ต.ท.สมนึก เหล่าจันดา รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เชียงกลม จ.เลย แพทย์ รพ.ปากชม ได้รับแจ้ง พบผู้เสียชีวิต ถูกยิงภายในสระน้ำสวนยางพารา ท้ายหมู่บ้านชมเจริญ ต.ชมเจริญ อ.ปากชม เมื่อรับแจ้งประสานไปยังแพทย์ รพ.ปากชม กู้ภัยเลย จุดเชียงกลม เดินทางไปชันสูตรพลิกศพ

ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำในสวนยางพาราพบชาวบ้านช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากสระน้ำ ชื่อ นายคฑายุทธ อายุ 26 ปี สภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำตาล กางเกงบอลขาสั้นสีดำ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณท้องน้อย 1 นัด เสียชีวิตมาแล้ว 6-7 ชม. บริเวณที่เกิดเหตุพบเสื้อผ้า กระเป๋าเงิน อุปกรณ์ทำอาหารของผู้ตายอยู่ริมสระน้ำ และพบร่องรอยการต่อสู้ และได้นำเพื่อนของผู้ตายที่สงสัยมาสอบปากคำแต่ให้การปฏิเสธ

ศพก้นสระ มีรอยถูกยิงท้อง ญาติเชื่อถูกฆ่าเพราะรู้เห็นธุรกิจมืด

พ.ต.อ.พิชญุตม์ พุฒศิริวัชรวิชญ์ ผกก.สภ.เชียงกลม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ให้ พนักงานสอบสวย และชุดสืบสวน สภ.เชียงกลม ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.เลย ลงพื้นที่หาข่าว และ พร้อมกับส่งร่างของผู้เสียชีวิตไปชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์

จ.ขอนแก่น ผ่าพิสูจน์อีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต บาคาร่า ถ้าผลการผ่าชันสูตรออกมาอย่างไร ขอรวบรวมพยานหลักฐานหาสาเหตุได้ ส่วนสาเหตุว่าผู้เสียชีวิตถูกยิงหรือไม่นั้นยังไม่สามารถชี้ชัดได้ ต้องรอผลตรวจจากการผ่าพิสูจน์ก่อน ว่าเสียชีวิตจากการถูกยิงหรือจมน้ำตาย

ส่วนเพื่อนของผู้ตายที่สงสัย ได้นำตัวมาสอบปากคำตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเพื่อนทั้งสามคนให้การปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง ว่าวันที่ 11 ส.ค.62 ที่ผ่านมา ทั้งสามคนไปพบผู้ตายที่ริมสระน้ำไปตกปลาและกินเหล้า จนตกเย็นจึงกลับบ้านจึงกลับบ้านก่อน จนสามทุ่มไม่เห็นผู้ตายกลับบ้านจึงไปตามหาที่สระน้ำแต่ไม่พบ พบแต่ปืนปากกาขนาด .22 จำนวน 1 กระบอกของผู้ตายตกอยู่และเสื้อแขนยางลายพรางทหาร และกระเป๋าเงินตกอยู่ จึงเอาเสื้อห่อปืนปากกาไปวางไว้ที่กระท่อมที่ห่างออกไปประมาณ 30-40 เมตร แล้วเดินตามหาผู้ตายไม่พบจึงกลับบ้านกัน จนญาติผู้ตายมาพบว่าถูกยิงจมสระน้ำตาย ส่วนสาเหตุไม่แน่ชัดว่าผู้ตายทำปืนลั่นหรือถูกยิง ต้องรอชันสูตรจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 167 หมู่ 6 บ้านชมเจริญ ต.ชมเจริญ อ.ปากชม จ.เลย ของผู้เสียชีวิต พบว่าบรรยากาศเงียบเหงา ด้วยความเศร้าโศก มีญาติและผู้ตายนั่งคุยกันอยู่ พบนายบุญสูง อายุ 69 ปี ตาของผู้ตายเล่าว่า ตนเองได้พยายามเดินตามหาหลานจนมาถึงที่สระน้ำพบมีเสื้อ กระเป๋าเงินและร่องรอยการต่อสู้หญ้าล้มเหมือนถูกทับหรือเหยียบ ด้วยความสงสัยจึงลงไปงมหาร่างที่สระน้ำแต่ไม่พบ จนไปตามเพื่อนมา 4-5 คน ช่วยกันงมจนพบร่างเสียชีวิตอยู่ก้นสระน้ำ จึงช่วยกันนำร่างขึ้นมาและแจ้งตำรวจ

จนมาทราบว่านำศพส่ง รพ.ป่กชม พบถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่หน้าท้อง 1 นัด ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าหลานชายไปรู้เรื่องเกี่ยวกับของผิดกฎหมาย จึงถูกยิงตาย ส่วนทางญาติติดใจการเสียชีวิตว่าถูกฆาตกรรม วันนี้จะนำร่างหลานชายส่งไปผ่าชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น…

คอนโดพังถล่ม ดับ 1 ศพ ช่วยคนงานติดใต้ซากอีก 2 ราย

คอนโดพังถล่ม ดับ 1 ศพ ช่วยคนงานติดใต้ซากอีก 2 ราย

เมื่อเวลา 14.15 น. วันนี้ (11 ส.ค.) เกิดเหตุระทึกขึ้น เมื่อโครงสร้างอาคารส่วนหน้า และนั่งร้านโครงการ VIP ราไวย์ คอนโดมิเนียม ตั้งอยู่บริเวณถนนรอบเกาะ ใกล้กับเทศบาลตำบลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ถล่มลงมาในขณะที่คนงานจำนวนหนึ่งกำลังทำงาน ทำให้มีคนงานติดอยู่ในซากอาคารและนั่งร้านจำนวนหนึ่ง เบื้องต้น ช่วยออกมาได้แล้ว จำนวน 9 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 8 รายได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้น บาคาร่า คาดว่ายังเหลือคนงานที่ติดอยู่ในซากอาคารที่พังลงมาอีก 2 ราย

คอนโดพังถล่ม ดับ 1 ศพ ช่วยคนงานติดใต้ซากอีก 2 ราย

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ นายธัญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือในการค้นหาคนร่างของคนงานที่ติดอยู่ในซากอาคาร ซึ่งขณะนี้คาดว่าจะมีคนติดอยู่ในอาคารอีก 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่เร่งรื้อซากอาคารและนำเครื่องตัดถ่างเข้าไปตัดรื้อซากอาคาร เพื่อค้นหาร่างของคนงานที่ติดอยู่

โดยอาคารดังกล่าวเป็นอาคารส่วนหน้าของคอนโดฯ ซึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น ขณะที่เกิดเหตุกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างชั้นที่ 2 ซึ่งมีการต่อนั่งร้านขึ้นไป และมีการเทปูนเพื่อเทในส่วนของพื้นอาคารชั้นที่ 2 แต่คาดว่าอาคารรับน้ำหนักไม่ไหวจึงพังถล่มลงมา

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ค้นพบร่างผู้ประสบภัย 2 ราย ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารจากเหตุนั่งร้านพังถล่มที่ภูเก็ตระหว่างก่อสร้างแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างใช้เครื่องมือตัดถ่างเปิดทางเพื่อเข้าให้การช่วยเหลือ…

กอล์ฟทุ่งฝาย บุกปล้นเงิน-ปาดคอป้าร้านของชำ

กอล์ฟทุ่งฝาย บุกปล้นเงิน-ปาดคอป้าร้านของชำ

ตามไล่ล่าอยู่ 3 วันเต็ม “กอล์ฟ ทุ่งฝาย” สิ้นท่าคาด่านตำรวจ ระหว่างขี่รถจะหนีไปอยู่บ้านลุง สารภาพปล้นป้าร้านของชำ เงินที่ได้มาใช้หมดแล้ว เช็กประวัติเจอคดียาวเป็นหางว่าว

เมื่อคืนวานนี้ (10 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง ได้นำกำลังไปรับตัว นายวุฒินันท์ หรือกอล์ฟ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดลำปาง คดีชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกาย และจิตใจ หลังบุกเข้าไปล็อกคอและใช้มีดจี้ นางอรพิน อายุ 57 ปี เจ้าของร้านขายของชำ กลางหมู่บ้านท่าโทก ม.4 ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุยังได้ชกหน้า นางอรพิน กระทั่งหมดสติ ก่อนที่จะขโมยกระเป๋าคาดเอว ที่มีเงินอยู่ประมาณ 5,000 บาท หลบหนีไปนานกว่า 3 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามตัวในพื้นที่ ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง ที่คาดว่าจะเป็นแหล่งซ่อนตัว บาคาร่า กระทั่งมีชาวบ้านพบขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในพื้นที่บ้านกลาง ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่จึงออกปูพรมตามหา แต่ก็ไม่พบ

กอล์ฟทุ่งฝาย บุกปล้นเงิน-ปาดคอป้าร้านของชำ

ในที่สุดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจค้นยาเสพติดของ สภ.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง ที่ตั้งด่านอยู่บนถนนพหลโยธินสายลำปาง-ตาก ขาออก จ.ลำปาง ก็พบ นายวุฒินันท์ ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาด่าน จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยผู้ต้องหากำลังขี่รถจะไปขอหลบซ่อนตัวที่บ้านญาติที่เป็นลุง ใน อ.สบปราบ ส่วนเงินที่จี้ปล้นไป ผู้ต้องหาได้นำไปใช้หมดแล้ว

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายกอล์ฟ ให้การยอมรับสารภาพ ได้เตรียมอาวุธมีดออกมาจากบ้าน และตรงไปที่ร้านขายของชำดังกล่าวทันที หลังจากวนเวียนดูลาดเลาอยู่หลายครั้ง เห็นว่าเหยื่ออยู่ร้านขายของชำเพียงลำพัง ก่อนจะเข้าทำที่ไปถามหาลูกชาย และสบโอกาสจี้ปล้นทรัพย์ แต่เหยื่อขัดขืนและใช้ปากกัดนิ้ว จึงใช้มีดแทงใส่ลำคอด้วยความโมโห ก่อนจะชกต่อยใบหน้าจนสลบ และนำกระเป๋าคาดเอวหลบหนีไป

หลังก่อเหตุได้นำมีด และป้ายทะเบียนรถไปโยนทิ้งลงในน้ำ จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและนับเงินที่ได้มา ประมาณ 4,200 บาท จากนั้นได้นำเงินไปซื้อยาบ้า 10 เม็ด ราคา 1,000 บาท เพื่อนำมาเสพ และนำเงินส่วนที่เหลือเติมน้ำมันรถและ จ่ายค่าที่พัก และใช้ซื้ออาหารระหว่างหลบหนี อีกทั้งพยายามติดต่อหาซื้อปืนแต่ไม่สามารถซื้อได้ และเมื่อทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามไล่ล่า จึงหาทางหนีทีไล่ไปหาลุงที่ต่างอำเภอ กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ที่ด่านตำรวจในที่สุด

สำหรับผู้ต้องหารายนี้นั้น เพิ่งพ้นโทษในคดีเสพยาเสพติดออกมาได้ประมาณ 2 เดือน และยังมีคดีติดตัวอยู่อีกหลายคดี ทั้งคดีเสพยาเสพติด และคดีลักทรัพย์ ทั้งที่ศาลตัดสินไปแล้วและคดีที่เพิ่งก่อขึ้นใหม่ จึงทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง วอนให้ทางเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวมาให้ได้ เพราะเกรงจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่น…

คนร้ายย่อง เข้ารีสอร์ต ปล้นทำร้ายสาวเมืองกรุง พบยังเป็นแค่เยาวชน

คนร้ายย่อง เข้ารีสอร์ต ปล้นทำร้ายสาวเมืองกรุง พบยังเป็นแค่เยาวชน

ตำรวจรวบตัว เยาวชนวัย 17 บุกปล้นทำร้ายสาวคารีสอร์ต เจ้าของยืนยันไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ แต่เจรจาค่าเสียหายไม่ได้ ด้านผู้เสียหายเปิดใจสภาพจิตใจแย่ ยังหวาดระแวงไปหมด

จากกรณีที่หญิงสาววัย 26 ปี ได้โพสต์ภาพและเรื่องราวเหตุคนร้ายบุกงัดเข้าห้องพัก และทำร้ายร่างกาย ก่อนจะปล้นชิงทรัพย์สินเป็นเงินสด 1,000 บาท และรองเท้าแตะ 1 คู่หลบหนีไป ภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 4 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าของรีสอร์ตเสนอจ่ายเงินหมื่น เพื่อต้องการให้จบเรื่อง ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุดในวันนี้ (9 ส.ค.) พันตำรวจเอก ต่อศักดิ์ ธรรมมิ่งมงคล ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรบัวใหญ่ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว พบว่าเป็นเยาวชนชายอายุ 17 ปี อาศัยอยู่ในละแวกรีสอร์ตที่เกิดเหตุ

คนร้ายย่อง เข้ารีสอร์ต ปล้นทำร้ายสาวเมืองกรุง พบยังเป็นแค่เยาวชน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายโอม (นามสมมติ) บาคาร่า ได้ให้การสารภาพว่าเข้าไปในห้องพักของผู้เสียหายจริง เนื่องจากประสงค์ต่อทรัพย์สิน ทั้งนี้มีรายงานว่านายโอมมีอาการผิดปกติทางประสาท ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำผู้ต้องหารายนี้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ นางสาวสรินหทัย ผู้ดูแลรีสอร์ตที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุทางรีสอร์ตก็ได้วางมาตรการดูแลห้องพักเข้มงวดมากกว่าเดิม โดยไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดในวันที่เกิดนั้น กล้องวงจรปิดของทางรีสอร์ตเกิดระบบเซฟเวอร์พังพอดี ขณะนี้ได้ให้ช่างมาติดตั้งปรับปรุงแก้ไขระบบกล้องวงจรปิดใหม่ทั้งหมดแล้ว

ทั้งนี้ทางรีสอร์ตพร้อมจะรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ และไม่ได้รู้จักกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุแต่อย่างใด แต่เนื่องจากทางผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินไป จึงทำให้ยังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าเสียหายกันได้
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับผู้เสียหายผ่านทางโทรศัพท์ โดยเจ้าตัวได้ทราบเรื่องแล้วว่า สามารถจับกุมตัวคนร้ายเอาไว้ได้แล้ว โดยในวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปที่จังหวัดนครราชสีมาอีกครั้ง เพื่อชี้ตัวผู้ต้องหา ส่วนกรณีที่เจ้าของรีสอร์ตระบุว่าทางตนเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนนับแสนบาทนั้น ตนมองว่าจำนวนเงินนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ตนอยากจะให้ทางรีสอร์ตแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ เพราะเหตุร้ายเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ดูแล

โดยหลังเกิดเหตุตนเจอเจ้าของรีสอร์ตเพียงแค่ครั้งเดียว ก็คือในวันที่เกิดเหตุ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ตนก็ยังไม่เคยได้รับการติดต่อจากทางรีสอร์ตมาอีกเลยสักครั้งเดียว ซึ่งสภาพบาดเจ็บทางร่างกายของตนอาจจะเจ็บไม่มากนัก แต่สภาพทางจิตใจยังย่ำแย่ เพราะตนกลายเป็นคนไม่สามารถอยู่เพียงลำพังได้เลย หวาดระแวงไปหมด…

ลูกชายโกงค่าสินไหม 1.4 ล้าน ยายฟื้น” ลั่นถ้ายังเป็นคนคงไม่ทำแบบนี้

ลูกชายโกงค่าสินไหม 1.4 ล้าน ยายฟื้น” ลั่นถ้ายังเป็นคนคงไม่ทำแบบนี้

คุณยายฟื้นถูกลูกชายและ ตัวแทนบริษัทประกันชีวิต ร่วมกันวางแผนโกงเงินสินไหมจากกรมธรรม์ประกันชีวิต ไปกว่า 1.4 ล้านบาท

ความคืบหน้ากรณีลูกชายร่วมกับตัวแทนบริษัทประกันชีวิต วางแผนถอนเงินในบัญชีของแม่ตัวเองอายุ 88 ปี จนเกลี้ยงบัญชีกว่า 1,400,000 บาท ซึ่งเป็นเงินสินไหมจากกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ลูกสาวคนสุดท้องที่เสียชีวิตทำไว้ให้แม่ และล่าสุดทางพนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายจับลูกชายและตัวแทนบริษัทประกัน ฐานร่วมกันลักทรัพย์จากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิด ขณะที่วางแผนพาแม่ไปเปิดบัญชีและถอนเงินออกมา

ล่าสุด ทาง ร.ต.อ.รัชกฤต ภูวเดชเดชาสิน รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีนี้เดินทางไปพบกับ นางฟื้น อายุ 88 ปี หรือ คุณยายฟื้น ที่บ้านพักรวมทั้งลูกๆ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวและข้อมูลของ นายมนตรี อายุ 56 ปี ลูกชายซึ่งเป็นคนที่หลอกถอนเงินแม่ไป บาคาร่า เพื่อประกอบสำนวนคดีก่อนที่จะดำเนินการออกหมายจับทั้ง 4 คน ซึ่งมีพฤติกรรมและหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่าร่วมมือกัน

ลูกชายโกงค่าสินไหม 1.4 ล้าน ยายฟื้น” ลั่นถ้ายังเป็นคนคงไม่ทำแบบนี้

จากการสอบถามคุณยายฟื้น ยังยืนยันคำเดิมว่าให้นายมนตรี ลูกชายนำเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เอาไปมาคืนให้หมด หรือให้มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและคุยความจริงกัน หากไม่เป็นไปตามนี้ก็ไม่ต้องมาคุยอะไรกันอีก ถ้ายังมีสำนึกของความเป็นคนอยู่คงไม่ทำแบบนี้ และให้ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด

และยืนยันว่าในวันที่นายมนตรีพาไปเปิดบัญชีแทบไม่รู้เรื่องอะไร เขาให้เซ็นอะไรก็เซ็นไปเพราะลูกชายบอกว่าเปิดบัญชีเพื่อโอนเงินมาให้ใช้ และบัญชีธนาคารลูกชายก็เป็นคนเอาไปตนไม่ได้รู้เห็นอะไรเลย

ด้าน นายไพบูลย์ อายุ 58 ปี ลูกชายอีกคน เปิดเผยว่า เรื่องนี้ถ้านายมนตรี น้องชายมาคุยความจริงก็อาจจะให้อภัยได้ และเท่าที่ทราบหลังเกิดเรื่องนายมนตรีอ้างว่าตัวเองได้เงินมาแค่ 5 แสนเท่านั้น ส่วนที่เหลือทางบริษัทประกันเป็นคนเอาไปทั้งหมด ซึ่งเป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆ

และหลังเข้าแจ้งความก็แทบติดต่อไม่ได้อีกเลยโทรไปก็ไม่รับส่งไลน์ไปเปิดดูแต่ก็ไม่ตอบ มีบ้างบางครั้งที่น้องสาวและหลานอีกคนพอจะติดต่อพูดคุยได้บ้าง และขณะนี้กระดูกของน้องสาวที่เสียชีวิตก็ยังไม่ได้เข้าบัว

ในขณะที่ หลานสาวอีกคน บอกว่า หลังกลายเป็นเรื่องขึ้นมาได้ติดต่อกับนายมนตรี เพื่อให้โอนเงินที่ยังเหลืออยู่กลับมาให้ยายฟื้น และยอมโอนเงินกลับมาให้ 1 แสนบาท โดยให้ไปเปิดบัญชีใหม่ แต่ยายฟื้นไม่เอาบอกว่าต้องเอาเงินมาคืนทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้โอนเงินค่าใช้จ่ายเรื่องการจัดงานศพน้องสาวที่เสียชีวิตมาให้บางส่วนด้วย แต่หลังจากนั้นก็หายไปไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

ในส่วนของ ฝ่ายตัวแทนบริษัทประกันชีวิต ทางพนักงานสอบสวนโทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้จัดการภาคอาวุโสบริษัทประกันแห่งนี้ ซึ่งเป็นชายที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดที่มาเปิดบัญชีและถอนเงินในวันเกิดเหตุชี้แจงว่า ในวันนั้นเพียงแค่มาช่วยบริการลูกค้าในการเคลมเงินประกันเท่านั้น เพราะตัวแทนประกันชีวิตคนนี้เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ และมาดูว่าผู้รับเงินตรงกับเอกสารที่ยื่นหรือไม่

ส่วนเงินทั้งหมดนายมนตรีและแม่เป็นคนเปิดบัญชีและถอนเงิน ตนไม่เกี่ยวข้องเพียงแต่คอยดูอยู่ห่างๆ ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ และนายมนตรีก็เป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากกรุงเทพฯ มาหาดใหญ่เพื่อมาช่วยอำนวยความสะดวก

ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมต้องติดต่อเรื่องเงินเคลมประกันผ่านนายมนตรีคนเดียวไม่ผ่านญาติคนอื่นๆ เนื่องจากนายมนตรีเป็นคนยื่นเอกสารของตัวเองและของแม่ ในการติดต่อประสานงานขอเคลมเงินประกัน รวมทั้งนายมนตรีก็กำชับว่าเรื่องนี้ให้ติดต่อผ่านตัวเองคนเดียวเท่านั้น

ส่วนเรื่องที่จะถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ด้วยนั้น ก็พร้อมที่จะไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด…