โจรชิงทอง รับ ปล้นคืนแฟน

โจรชิงทอง ตระเวนหาลายเหมือนคืนแฟน

โจรชิงทอง ตระเวนปล้นทองคืนแฟนสาว ไม่รอดเจอผลเมืองดี ไล่ตามแจ้งตร.

โจรชิงทอง เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 11 มี.ค.2563 พ.ต.ท.สุชาติ หมีลำพอง สว.สอบสวน สภ.เมืองภูเก็ตได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านทองเยาวราช 2 ถ.ติลกอุทิศ 1 หน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยนภูเก็ต ต.ตลาด

ใหญ่ อ.เมืองว่าได้มีคนร้ายได้ก่อเหตุชิงสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 2 เส้นของที่ร้านแล้วหลบหนีไป จากนั้น พ.ต.อ.ธีระวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.เมืองนำกำลังสายตรวจเคลื่อนที่

เร็วและชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบที่ร้านทองดังกล่าว ขณะเดียวกันได้รับแจ้งจากสายตรวจว่าพลเมืองดีและสายตรวจได้ช่วยกันจับกุมผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุได้ภายในซอยฮับเอก ถ.ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง ห่างจากร้านทองจุดเกิดเหตุราว 700 เมตร

โดยจุดที่พลเมืองดีและสายตรวจ สภ.เมืองภูเก็ตช่วยกันจับตัวคนร้ายไว้ได้นั้น เป็นซอยที่สามารถทะลุได้ 2 ถนน ประกอบด้วย ถนนภูเก็ตและถนนตลิ่งชัน ซึ่งถือว่าเป็นกลางใจเมืองภูเก็ต

รายล้อมไปด้วยชุมชนและบริษัท ห้างร้านต่างๆ พบชายฉกรรจ์สวมเสื้อแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงินถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือไพล่หลังอยู่บนรถกระบะสายตรวจ สภ.เมือง

ภูเก็ต ต่อมาทราบชื่อคือ นายทวีศักดิ์ เปลี่ยวเกตุ อายุ 21 ปี อยู่หมู่ 5 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้ทำการตรวจค้นในกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่คนร้ายสวมใส่ พบสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 2 เส้น จึงควบคุมตัวไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองภูเก็ต เบื้องต้นนายทวีศักดิ์ให้การ

สารภาพว่าก่อนหน้าที่จะลงมือก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำของแฟนสาวไปจำนำที่ร้านทองเยาวราช สาขาห้างเทสโก้โลตัส ภูเก็ต ถ.เยาวราช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง แต่ไม่มีเงินไปไถ่ถอน

คืน จึงตระเวนไปตามร้านทองเพื่อดูสร้อยคอทองคำลายที่เหมือนกันสร้อยคอเส้นเดิมของแฟนสาว จนพบว่าที่ร้านทองเยาวราช 2 ถ.ติลกอุทิศ 1 มีลายเดียวกันกับสร้อยคอเส้นเดิม จึงลงมือก่อเหตุ เพื่อต้องการนำสร้อยไปคืนแฟนสาว แต่มาถูกจับกุมตัวเสียก่อน

แหล่งที่มา  komchadluek

หนุ่มใหญ่ช่างไฟฟ้า ลือดร้อน ชักปืนรัว ผู้ช่วย ผญบ. ดับ !

หนุ่มใหญ่ช่างไฟ เลือดร้อน

หนุ่มใหญ่ช่างไฟ เมาฉุนโดนด่า คว้า 9 มม.รัวดับ ผช.ผญบ.เซ่นปมหมากัดกัน

หนุ่มใหญ่ช่างไฟฟ้า เมาเลือดร้อน ชักปืนรัวดับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กระสุนฝั่งใน 9 นัด เสียชีวิตคาถนนหน้าบ้าน รับสารภาพ ปมหมากัดกันเป็นเหตุ

มื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 11 มี.ค.63 ร.ต.อ.ธนัญชัย คันธหัตถี รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต ที่หน้าบ้านเลขที่ 10/2 หมู่ 1 ซอยวัดจำปา ถนนนครอินทร์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.ศิวัช ศรีวิชัย

ผกก.พ.ต.ท.เมษนนท์ นาขวัญ รอง ผกก.ป.พ.ต.ท.วณัฐพงศ์ ชาลประเสริฐ รองผกก.สส. แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

จุดเกิดเหตุเป็นถนนหน้าบ้าน พบศพผู้เสียชีวิต คือ นายประเสริฐ มีแป้น อายุ 62 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน นุ่งกาง

เกงยีนส์ สวมรองเท้าหนัง นอนหงายเสียชีวิตมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่บริเวณลำตัว 9 นัด พบปลอกกระสุน 14 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนก่อเหตุ คือ นาย

เชิดศักดิ์ แตงผุก อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/2 หมู่ 1 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ทำงานเป็นผู้ช่วยช่างไฟฟ้า อบต.บางขุนกอง ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวน ที่ สภ.บางกรวย

จากการสอบสวน นายเชิดศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายประเสริฐเสียชีวิต สาเหตุมาจากสุนัขของผู้ตายที่เลี้ยงไว้หลายตัว จะชอบวิ่งตามนายประเสริฐออกมาจาก

บ้าน แล้วมากัดกับสุนัขที่บ้านตน จนมีปัญหาทะเลาะกันมานานแล้ว ก่อนเกิดเหตุตนไปกินเหล้าบ้านเพื่อนซอยบ้านผู้ตาย พอเดินกลับมาบ้านสุนัขจะกัดกันที่หน้าบ้านตน แฟนได้ตระโกนด่า

สุนัขว่า ไม่มีบ้านอยู่กันหรือไงมากัดกันอยู่ได้ โดยที่ตนไม่รู้ว่าผู้ตายนอนอยู่ในรถกระบะอีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 5 ฝ 6132 กรุงเทพมหานคร จึงลงจากรถมาด่าหาว่าตนกับแฟนไปด่าว่าไม่มีบ้านนอนถึงมานอนในรถ ตนจึงกลับเข้าไปหยิบปืนในบ้านออกมายิงใส่ผู้ตายเสียชีวิต และรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นหลังสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ยิงปืนในที่สาธารณะ มีปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มา  thairath

ภรรยา สุดทน ถูกสามีทุบตี คว้ามีดฟันหัวดับ !

ภรรยา ทนไม่ไหว สามีเมาเหล้า เข้าหาเรื่อง ด่าทอถูกทุบตี ใช้สากตีกลับ แต่สามีก็ยังไม่ยอมที่จะหยุด

ภรรยา ถูกสามีทุบตีจนบาดเจ็บบ่อยครั้ง เคยแจ้งความให้ตำรวจมาระงับเหตุหลายครั้ง กระทั่งครั้งนี้เธอทนไม่ไหว คว้าสากตำพริกจากในห้องครัวตีสู้สามี สุดท้าย คว้ามีดฟันหัวสามี ช่วงเที่ยง

วานนี้ (10 มี.ค.) ตำรวจเข้าตรวจสอบเหตุ ทำร้ายร่างกายกันจนเสียชีวิต ภายในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 14 ตำบลขามเปี้ย อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ดที่เกิดเหตุพบชายอายุ 50 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณท้ายทอย นอนจมกองเลือด

อยู่บริเวณหน้าบ้าน โดยมีหญิงอายุ 52 ปี อยู่ในที่เกิดเหตุ อยู่ในอาการตกใจให้การกับตำรวจว่า ผู้เสียชีวิตเป็นสามีของเธอ สามีจะดื่มเหล้าเมากลับมาบ้านแล้วตบตีเธอมาตลอด เป็นระยะเวลา10 ปี ที่อยู่กินกันมา เธอถูกสามีทุบตีจนบาดเจ็บบ่อยครั้ง เคยแจ้งความให้ตำรวจมาระงับเหตุหลายครั้ง กระทั่งครั้งนี้เธอทนไม่ไหว คว้าสากตำพริกจากในห้องครัวตีสู้สามี แต่สามีก็ยังไม่

หยุดทำร้าย เธอจึงคว้ามีดที่วางอยู่ในบ้านฟันไปที่สามีหลายครั้ง จนสามีบาดเจ็บล้มลงกับพื้นเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือนำตัวชายอายุ 50 ปี ไปโรงพยาบาล แต่ต่อมาเขาเสียชีวิต จากการชันสูตรพบชายอายุ 50 ปี ถูกฟันที่ศีรษะและท้ายทอยเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผลหลังเกิดเหตุตำรวจได้เข้าคุมตัวหญิงอายุ 52 ปี ไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สภ.โพธิ์ชัย โดยตำรวจยังต้องรอความเห็นทางแพทย์ก่อนการแจ้งข้อหา เพราะหญิงอายุ 52 ปี อยู่ระหว่างการรักษาอาการทางจิตประสาท

แหล่งที่มา news.ch7

พบศพปริศนา! เผาป่ารมควัน ตายในรถกระบะ

พบศพปริศนา รมควัน ตายในรถกระบะ ร่างไหม้เกรียม ริมไร่มันสำปะหลังวันที่ 10 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถที่ถูกไฟไหม้ บริเวณป่า

พบศพปริศนา ริมไร่มันสำปะหลัง ด้านหลังเทศบาลตำบลสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า วีโก้แบบแคป หมายเลขทะเบียน ผท 7913 ขอนแก่น

ไม่ทราบสีรถ เนื่องจากสภาพรถถูกไฟไหม้จนเสียหายทั้งคัน ภายในรถบนเบาะที่นั่งคนขับ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ไม่ทราบเพศ สภาพศพถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโก ตรวจสอบบริเวณฝั่งที่นั่งด้าน

ข้างคนขับ พบอุปกรณ์รมควันวางอยู่ที่วางเท้าจากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีชาวบ้านจุดไฟเผาป่าบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่รถกระบะจอดอยู่ ซึ่งเปลวไฟได้

ลุกลามไหม้พื้นที่ป่าบริเวณกว้าง ต่อมาชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสุรนารี ได้พยายามช่วยกันดับไฟที่กำลังลุกลาม แล้วไปพบรถกระบะถูกไฟไหม้อยู่ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมา

ตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะรมควันฆ่าตัวตายอยู่ภายในรถคันดังกล่าว เนื่องจากบริเวณด้านข้างที่นั่งคนขับ พบอุปกรณ์รมควันวางอยู่บริเวณที่วางเท้า และต่อมา

ได้เกิดไฟป่าไหม้ลุกลามไหม้รถกระบะดังกล่าวจากการตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองรถคือ นายโสภา ทำกินดี อายุ 56 ปี ชาว อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานญาติให้เดินทางมาตรวจสอบศพแล้ว จะเร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดอีกครั้ง

แหล่งที่มา khaosod

หนุ่มส่งอาหาร ตื้อเข้าห้อง นศ. กลางดึก ล่าสุดถูกไล่ออก

หนุ่มส่งอาหาร ล่าสุดถูกไล่ออก

หนุ่มส่งอาหาร ตื้อขอเข้าห้องนักศึกษากลางดึก เมื่อวันที่ 9 มี.ค.63 นางสาว เพลง นามสมมติ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ม. ชื่อดังแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ เปิดเผยว่าประมาณเที่ยงคืนตนกับเพื่อนได้ใช้บริการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ออนไลน์สีชมพู ผ่านทางแอปพลิเคชั่นตามปกติ ที่ผ่านมาก็เคยใช้บริการมาหลายครั้ง

ทางแอพพลิเคชั่นได้แจ้งเตือนว่ามีคนขับรับอาหารแล้ว สักพักคนขับก็ทักแชทข้อความแจ้งว่าให้มารับอาหาร แต่ที่ตนเห็นในแอพพลิเคชั่น และพิกัดของคนขับในแผนที่แล้วเห็นว่ายังมาไม่ถึงจุดหมาย แต่ทางคนขับก็บอกให้ลงมารับอาหาร ซึ่งตอนแรกตนคิดว่าแอปฯน่าจะมีปัญหา จึงตอบตกลงไปว่าจะลงไปรับอาหาร
แต่ต่อมาพนักงานคนดังกล่าว ได้แชทตอบกลับมาว่าจะขอขึ้นมาส่งอาหารให้ที่หน้าห้อง แต่ตนก็ตอบปฏิเสธไป แต่พนักงานคนดังกล่าวก็ยังยืนยันขอส่งอาหารที่ห้อง และได้ทั้งอ้างว่าขอเข้าห้องน้ำ แต่ตนก็บอกไปว่ามีห้องน้ำให้เข้าด้านล่างหอพัก แต่ทางพนักงานคนนี้ยังคงยืนยันที่จะขอเข้าห้อง อีกทั้งอ้างว่าตัวเองปวดท้อง ซึ่งตนก็ตอบกลับไปว่าข้างล่างมีห้องน้ำแต่ทางพนักงานคนนี้ก็ยังคะยั้นคะยอที่จะขึ้นมาที่ห้องให้ได้ จนกระทั่ง พนักงานคนนี้ก็ส่งข้อความทิ้งท้ายในลักษณะที่คุกคามทางเพศระบุว่ามีอารมณ์ทางเพศ ซึ่งเมื่อตนตรวจดูพิกัดของพนักงานก็แจ้งว่าถึงจุดนัดรับแล้ว ซึ่งตนกับเพื่อนก็ลงมาดู แต่ก็ไม่มีคนขับมาส่งของแต่อย่างใด

ล่าสุดทางบริษัทดังกล่าวได้ไล่พนักงานคนนี้ออกแล้ว หลังจากที่ได้แจ้งร้องเรียนไป ทางบริษัทขอให้ลบโพสต์ที่โพสต์ในเฟซบุ๊คออก และให้กิ๊ฟวอยซ์เชอร์เพื่อปลอบขวัญ แล้วจะไปแจ้งความให้ ซึ่งนศ.สาวก็ยังกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย ทางแม่ของนศ.สาวก็จะแจ้งความให้อีกครั้ง ส่วนตนก็จะได้นำหลักฐานแจ้งความไว้ที่ สภ.ภูพิงค์แล้ว ขณะนี้อยู่ช่วงการรวบรวมหลักฐานอยู่

แหล่งที่มา ejan

พระมรณภาพกระดูกหักทั่วร่าง กู้ภัยขึ้นบันได 230 ขั้นไปเก็บศพ ในถ้ำศักดิ์สิทธิ์

ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ (19 มกราคม63) เมื่อเวลา 20.00 น. พนักงานสอบสวนเวร สภ.พระพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งข้าราชการหน่วยกู้ภัยประชากรพร้อมใจ เดินทางเข้าไปในถ้ำเขาขุนพนม ข้างในวัดเขาขุนพนม ซึ่งเป็นวัดโบราณแล้วก็สถานที่ปฏิบัติธรรมมีชื่อในตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระพรหมคีรี ภายหลังรับแจ้งว่าพระสงฆ์ตกจากที่สูงในถ้ำสถานที่ปฏิบัติจนกระทั่งแก่ตาย

ในจุดเกิดเหตุข้าราชการต้องเดินเท้าขึ้นบันไดไปกว่า 230 ขั้น และก็ต้องไต่ลึกลงไปในถ้ำที่มีระดับความสูงลดหลั่นไปอีกกว่า 50 เมตร เจอศพพระภิกษุสงฆ์รู้ชื่อเป็น พระประเสริฐตระกูล อายุ 30 ปี ตายอยู่บนพื้นถ้ำในภาวะกระดูกหักอีกทั้งร่าง ข้างในอังสะเจอไฟฉายยังเปิดสวิทฉายแสงสว่างอยู่ รวมทั้งเจอร่องรอยชนพื้นถ้ำอย่างชัดเจน โดยจุดตกก่อนจะมากมายระแทกพื้นมากถึง 48 เมตร

ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ศพพระภิกษุสงฆ์ตกช่องเหวลึก

ข้าราชการเก็บรวบรวมข้อมูลได้การว่าพระภัทรพงศ์พันธุ์ เป็นพระจากวัดในเมืองนครศรีธรรมราช ได้เดินทางมาเจริญภาวนาในถ้ำวัดเขาขุนพนม ซึ่งเป็นถ้ำที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุสำคัญหลายประการ รวมทั้งขึ้นชื่อเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพยกย่องของชาวนครศรีธรรมราช มีพระภิกษุแล้วก็ผู้ปฏิบัติเข้าไปนั่งวิปัสนาเสมอ

ก่อนเกิดเหตุน่าเชื่อว่าพระดีวงศ์วานบางทีอาจเดินตรวจสอบพื้นที่แล้วไปพลาดตกช่องเหวลึกระหว่างเพิงหินทำให้ร่างตกลงมากมายระแทกกับพื้นดินข้างล่างที่ลึกลงไปถึง 48 เมตร ถึงแก่กรรมโดยทันทีต่อจากนั้นมีคนที่เจริญภาวนารายอื่นได้ยินเสียงก็เลยมาดูพบว่าพระงามเหล่ากอตายก็เลยแจ้งข้าราชการเข้ากระทำการสอบปากคำและก็ตรวจตราจุดเกิดเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น…

หลงเชื่อถือกว่า 4 แสน หลอกเงินญาติโยม ตามจับพระหนีหนี้จีวรปลิว

หลอกเงินญาติโยม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตัว กองกำกับการ 1 กองสั่งงานกำจัด นำโดยว่าที่ พันตำรวจตรีปรัชญ์ แม้อำนาจวาสนา สว.กิโลกรัม1 บก.เปรียญพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่รัฐตำรวจ ชุดปฎิบัติการ 4กองกำกับการ 1 กองกำกับการทำลายล้าง ได้ด้วยกันจับกุมตัวนายบรรเทิง (รักษาชื่อสกุล) หรือ พระบรรเทิง ชยธมโม อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ในความผิดพลาดฐาน ทุจริตพสกนิกร จับถึงที่กะไว้รอบๆกึ่งกลางซอกซอยลาดกระบัง 38/4 ตำบลลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ต่อเนื่องมาจาก นายบรรเทิง ผู้ต้องหาได้มาบรรพชาเป็นพระ แล้วก็จำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์ ตำบลเหล่า อำเภอโกสุมวิสัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งจะมีญาติโยมที่เลื่อมใสแวะเวียนมาหาผู้ต้องหาไม่น้อยเลยทีเดียว ผู้ต้องหาก็เลยได้ยืมเงินญาติโยมที่เลื่อมใส โดยกล่าวถึงว่าอยากได้นำเงินไปทำธุรกิจคนกลางที่ดินกับสีกานางหนึ่ง แม้ขายเสร็จจะได้รับผลตอบแทนหลายชิ้น

หลอกเงินญาติโยม นายบรรเทิง ผู้ต้องหาได้มาบรรพชาเป็นพระ

แล้วจะนำเงินที่ยืมมาคืนพร้อมผลกำไร ก็เลยมีราษฎรที่เชื่อยอมยืมเยอะมากๆ รวมราคาความเสื่อมโทรมโดยประมาณ 400,000 บาท แต่ว่าปรากฎว่าธุรกิจไม่ประสบผลสำเร็จ ผู้ต้องหาไม่สามารถที่จะนำเงินมาคืนได้ ก็เลยถอดผ้าเหลืองออกมาจากร่มกาสาวพัสตร์ แอบหนีออกนอกพื้นที่ ตำรวจก็เลยได้ขออนุมัติหมายศาลเพื่อติดตามจับตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมาย

จนกระทั่ง ช่วงวันที่ 18 เดือนมกราคม63 เวลาราวๆ 10.30 น. ตำรวจ กิโลกรัม1 บก.เปรียญ สอบสวนรู้ว่า ผู้ต้องหาได้แอบหนีมาปฏิบัติงานรับจ้างอยู่ในเขตพื้นที่ ตำบลลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ก็เลยเดินทางไปตรวจทานและก็เฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อตำรวจเจอเพศผู้ต้องหาก็เลยได้เข้าไปจับกุมตัว พื้นฐานผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ ตำรวจก็เลยนำตัวส่งเจ้าหน้าที่สอบสวนสภ.เหล่า เพื่อดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวเนื่องถัดไป…

เกิดเหตุเถียงกับแฟน ชายผูกคอตาย แฟนสาวนั่งร้องไห้โศกเศร้าใจ

ชายผูกคอตาย (8 มกราคม63) เมื่อเวลา 21.30 น. ตำรวจ สภ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายผูกคอตายข้างในห้องสุขาระเบียงข้างหลังหอพักชั้น 5 ห้องพักแห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ข้างหลังรับแจ้งก็เลยและข้าราชการข้างสอบปากคำและก็มูลนิธิร่วมรู้คุณ เดินทางเข้าตรวจดู

ห้องจุดเกิดเหตุอยู่รอบๆชั้น 5 ของห้องเช่าดังที่กล่าวผ่านมาแล้วด้านในห้องอาบน้ำข้างหลังห้องได้เจอร่างของ นายสรำไพศ อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ นอนหงายเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ โดยมีไม้แขวนเสื้อแบบลวดเหล็กผูกอยู่คอ ที่แขนข้างขวามีรอยแผลคล้ายกับถูกของมีคมกรีดกว่าสิบแผล คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 3 ชั่วโมง โดยมีคู่รักสาวของผู้เสียชีวิตนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าส้วมด้วยความเศร้าโศกเศร้าใจ

ชายผูกคอตาย น้อยใจที่มีปากมีเสียงกับแฟนสาว

จากการถามแฟนสาวผู้เสียชีวิต ทราบดีว่า ผู้เสียชีวิตพักอยู่กับตัวเองพียงสองคน แล้วก็เมื่อ 3 วันที่ผ่านมาตนรวมทั้งคนเสียชีวิตได้เถียงกันเรื่องเฉพาะบุคคล แล้วก็เมื่อช่วงเวลาเช้าของวันนี้ต่างคนต่างออกไปดำเนินงานตามเดิม กระทั่งในตอนค่ำตนได้กลับมาจากปฏิบัติงานมาถึงหอพัก เปิดประตูแล้วก็เข้าไปไม่เจอคนตาย ก็เลยเดินมาเปิดประตูห้องอาบน้ำที่ระเบียงข้างหลัง แม้กระนั้นเปิดไม่ออกคล้ายกับมีอะไรขวางอยู่ ก็เลยออกแรงผลักประตูเปิดเข้าไปได้เจอร่างคนเสียชีวิตนอนหงายเสียชีวิตอยู่ด้านในห้องน้ำ ตนทำอะไรผิดได้แต่ว่านั่งมองดูด้วยและก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าใจ จนถึงแม่บ้านที่ดูแลห้องเช่าได้ยินรวมทั้งเข้ามามอง ก่อนจะแจ้งข้าราชการมาวิเคราะห์

พื้นฐาน ข้าราชการคาดว่าผู้บางทีอาจจะอกน้อยใจที่มีปากมีเสียงกับแฟนสาว วันนี้ข้างหลังเลิกงานคนเสียชีวิตก็เลยได้ใช้ของมีคนกรีดที่แขนกว่า 10 ครั้ง ก่อนจะใช้ไม้แขวนเสื้อรัดคอตนเองจนถึงเสียชีวิตดังที่กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็แล้วแต่จะได้ทำไต่สวนความจริงอีกทีเพื่อปฏิบัติงานตามกฎหมายถัดไป…

ผัวโหดรับสารภาพ ฆ่าเมียดับ เอาผ้าห่อศพอุ้มไปทิ้งในป่าอ้อย

ฆ่าเมียดับ จากกรณี เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา พบชิ้นส่วนของมนุษย์ถูกไฟเผาไหม้ภายในป่าไร้อ้อย ซึ่งตั้งอยู่ด้านท้ายของหมู่บ้านโคกเวง ม.10 ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ต่อมาทราบชื่อ ผู้เสียชีวิต คือ นางสาวทวน อายุ 52 ปี ซึ่งญาติได้แจ้งความคนหายไว้เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 62 และชาวบ้านสงสัยว่าคนร้ายคือ นายเสมอ อายุ 56 ปี สามีของผู้เสียชีวิต เพราะไม่มีออกตามหาภรรยา แถมยังท้าทายชาวบ้านว่าไม่มีวันหาตัวเจอ

ล่าสุด (11 ม.ค.) เมื่อเวลา 13.00น. พ.ต.อ.จุลฑะ จันทน ผกก.สภ.กาบเชิง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กาบเชิง สามารถจับกุมตัว นายเสมอ อายุ 56 ปี สามีผู้เสียชีวิต ได้ในเขตพื้นที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ขณะไปรับจ้างตัดอ้อย และนำตัวมาสอบปากคำ

โดย นายเสมอ ได้รับสารภาพ ว่าเป็นคนลงมือฆ่า นางสาวทวน อายุ 52 ปี ผู้เป็นภรรยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 63 โดยตัวเองได้มีปากเสียงกันกับ น.ส.ทวน ภรรยา ได้ทำร้ายร่างกาย จนกระทั่ง น.ส.ทวน แน่นิ่งไป ตนเองก็ได้อุ้มเอาร่าง น.ส.ทวน ไปทิ้งในป่าอ้อยท้ายหมู่บ้าน และไม่ห่างจากบ้านตนเองมากนัก แล้วกลับมาอยู่ที่บ้าน

ชาวบ้านมาสอบถามหานางทวน ตนเองก็บอกว่าไม่รู้ ว่าเขาหายไปไหน แม้แต่ชาวบ้านค้นหา ตนเองก็ไม่ได้ออกตามหาด้วย จนกระทั่งเดินทางออกจากบ้านไปรับจ้างตัดอ้อยที่จังหวัดสุพรรณบุรี จนกระทั่งมีผู้พบศพ นางทวน ถูกไฟไหม้ในป่าอ้อย ตำรวจไปตามจับตัวได้

ฆ่าเมียดับ ถูกชาวบ้านรุมแช่งด่าทำร้าย

จากนั้น พ.ต.อ.จุลฑะ จันทน ผกก.สภ.กาบเชิง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พนักงานสอบสวนเวร สภ.กาบเชิง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกาบเชิง ได้นำตัวนายเสมอ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านของนายเสมอ โดยนายเสมอได้มีปากเสียงกันและลงมือทำร้ายภรรยา ซึ่งเป็นที่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ซักเกร็งอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเสียชีวิต และเอาผ้าห่อศพอุ้มไปทิ้งในป่าอ้อย ท้ายหมู่บ้าน

ซึ่งขณะทำแผนปะกอบคำรับสารภาพ มีชาวบ้านในหมู่บ้านที่ทราบข่าว พากันเดินทางมามุงดูและส่งเสียงด่าสาปแช่งด้วยความไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถยนต์ออกจากหมู่บ้าน เพราะเกรงว่าจะถูกชาวบ้านรุมทำร้ายผู้ต้องหา

และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิง ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย และซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย…

จากสถานะการณ์ ฆ่าภรรยาเอาถุงดำคลุมหัว ใช้เชือกผูกเท้า ยัดใส่กระเป๋า ทิ้งศพลงทะเล

ชาวบ้านเปิดเผยผัวไต้หวัน ความก้าวหน้าปัจจุบัน เมื่อวานนี้ (12 มกราคม 63) เวลา 17.30 น. มีผู้เจอ ศพหญิงสาว ถูกฆาตกรรมผูกมือผูกเท้า เอาถุงสีดำปกคลุมหัวยัดใส่กระเป๋า ลอยสมุทรมาเกยริมทะเลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ช่วงวันที่ 10 เดือนมกราคม 2563

ก่อนหน้านี้พลตำรวจตรีประการ ประควร ผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมตำรวจแล้วก็ชุดสืบสาว สามารถจับตัว นายทาง จือหยาง อายุ 38 ปี ชนชาติไต้หวัน ผู้ต้องหาฆ่า นางสาวเลี่ยว ลี่ ลี่ อายุ 33 ปี เชื้อชาติจีน ซึ่งเป็นเมีย

วานนี้ข้าราชการ นำเพศผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำยอมรับสารภาพ โดยนายทาง จือหยาง ฆ่าเมียด้วยการใช้แขนรัดคอกระทั่ง เสียชีวิต ก่อนไปซื้อเทปกาวสีเหลือง เชือก และก็สายเคเบิ้ลไท จากร้านแห่งหนึ่งในอำเภอศรีราชา

ก่อนที่จะทำใช้เทปกาวผูกรอบหัวแล้วก็ใช้เคเบิ้ลไทผูกมือและก็ใช้เชือกผูกเท้า ยัดใส่กระเป๋าที่มีไว้ใส่ของเมื่อเดินทางก่อนที่จะเอามาใส่ด้านหลังรถเก๋งฮอนด้า สีขาว ขับเข้าไปในซอกซอยลึกกว่า 700 เมตร ขอบริมหาดบางพระ กลุ่ม 2 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ก่อนที่จะเปิดด้านหลังรถยนต์แล้วโยนกระเป๋าที่ข้างในมีศพเมียที่เสียชีวิตอยู่ลงไปในทะเล

ชาวบ้านเปิดเผยผัวไต้หวัน ฆ่า นางสาวเลี่ยว ลี่ ลี่ อายุ 33 ปี

ชาวบ้านเปิดเผยผัวไต้หวัน

ซึ่งภายหลังการควบคุมตัวนายทาง จือหยางมาทำแผนในจุดที่ทิ้งเสร็จแล้ว ทางข้าราชการก็ได้กักคุมกลับขึ้นรถเพื่อนำตัวไปสอบปากคำเสริมเติมอย่างประณีตก่อนที่จะส่งฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป

ด้านนายจ้อย อายุ 62 ปี ราษฎรที่มองเห็นสถานะการณ์ขณะผู้ต้องหานำศพไปทิ้ง เล่าว่า เมื่อตอนโดยประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 8 เดือนมกราคม 2563 มองเห็นนายทาง จือหยาง ขับขี่รถ

เก๋งคันดังที่กล่าวถึงมาแล้ว โดยเปิดกระจกข้างรถผู้ขับ เข้าไปในซอกซอยแล้วลงไปที่หาด ที่ธรรมดาราษฎรแถวนั้นจะไม่มีผู้ใดขับลงไป ขับขี่รถลงไปขอบชายทะเล

ซึ่งตอนนั้นน้ำทะเลลดพอดิบพอดี ขับกระทั่งล้อเก๋งจมลงไปในทราย ตัวเองก็เลยเดินเข้าไปมอง กับเรียกหลานๆมาช่วยชูรถเก๋งที่จมขึ้น โดยไม่รู้ว่ารถยนต์คันดังที่ได้กล่าวมาแล้วนำศพมาทิ้งสมุทร

>> ชะงัก ศพหญิงสาวเหมือนคนท้องถูกฆ่าตายยัดกระเป๋า ลอยเกยริมหาดบางพระ

>> รู้สึกตัวแล้ว สาวถูกฆ่าตายยัดกระเป๋าลอยเกยชายหาด ที่จริงเป็นคนจีน คาดผัวเป็นคนลงมือ…