เปิด!!! แชตลับ สาววัย 19 ก่อนโดนปืนลั่นใส่ พบภาพวงจรปิดขึ้นกระบะดาบตำรวจ

ญาติผู้ตายเผย แชตลับ สาววัย 19 ก่อนตาย กับ ด.ต.หนุ่ม ที่มีการสนทนาในทำนองกำลัง
มีปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์กัน และภาพกล้องวงจรปิดที่ฝ่ายหญิงออกจากบ้านเดินมา
ขึ้นรถกระบะฝ่ายชาย

กรณีที่ ด.ต.คงศักดิ์ กองเงิน ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองเชียงใหม่ ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.
เมืองเชียงใหม่ ทะเลาะกับแฟนสาวในรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กจ 4155 สกลนคร เหตุเกิดริมถนนบ้านท่อ ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเหตุให้ น.ส.นิว (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาสาวที่นั่งรถไปด้วย ถูกปืนลั่นเข้าที่บริเวณศีรษะบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่หอผู้ป่วยวิกฤติศัลยกรรมอุบัติเหตุ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่

เปิด!!! แชตลับ สาววัย 19

แชตลับ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับภาพที่บันทึกไว้ในการสนทนาในแอปพลิเคชัน LINE ของผู้ตาย และ Line ชื่อว่า “คูก้า สายบันเทิง” ซึ่งเป็น LINE ของ ด.ต.คงศักดิ์ กองเงิน โดยมีเนื้อหาที่ค่อนข้างรุนแรงใช้อารมณ์ในการพูดคุยกัน จับประเด็นได้ว่า กำลังมีปัญหาอะไรบางอย่าง และฝ่ายหญิงรู้สึกไม่ชัดเจนในความสัมพันธ์ ทำให้ฝ่ายชายมีความรู้สึกว่าฝ่ายหญิงพยายามออกห่าง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยภาพวงจรปิด จากญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งกล้องได้บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะ น.ส.นิว (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้น ปวส.1 วิทยาลัยแห่งหนึ่ง เดินออกจากบ้านหลังรับโทรศัพท์มือถือ เมื่อเวลา 03.40 น. และไปยืนรอที่ปากซอย 8 บ้านท่าเดื่อ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ ประมาณ 10 นาที จากนั้นก็มีรถกระบะมารับ โดย น.ส.นิว ยืนคุยกับคนขับสักครู่ ก่อนเปิดประตูขึ้นไปบนรถ ขับออกไป แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลา 08.00 น. มีโทรศัพท์แจ้งญาติว่า น.ส.นิว ถูกตำรวจทำปืนลั่นใส่จนเสียชีวิต

แม่นศ.สาววัย 19 รับศพลูก เหยื่อ ด.ต.ปืนลั่น ร่ำไห้วอนขอความเป็นธรรมให้ลูก

นักศึกษาสาว 19 ปี ที่ถูกดาบตำรวจทำปืนลั่นกระสุนเข้าท้ายทอยจนเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ล่าสุดครอบครัวมารับศพ ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ โดยบรรยากาศนั้นก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

กรณีที่ ด.ต.คงศักดิ์ กองเงิน ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองเชียงใหม่ ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองเชียงใหม่ ทะเลาะ กับ น.ส.นิว (นามสมมติ) นักศึกษาสาววัย 19 ปี ในรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กจ 4155 สกลนคร เหตุเกิดริมถนนบ้านท่อ ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเหตุให้ น.ส.นิว ถูกปืนลั่นเข้าที่บริเวณศีรษะบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่หอผู้ป่วยวิกฤติศัลยกรรมอุบัติเหตุ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

นศ.สาววัย 19 รับศพลูก เหยื่อ ด.ต.ปืนลั่น

19
ความคืบหน้าล่าสุดบรรยากาศเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (6 พ.ย.) ที่หน่วยรักษาศพโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้มีญาติของผู้เสียชีวิต เดินทางมาติดต่องานเอกสาร มาขอรับศพซึ่งก็ได้มี น.ส.น้อย (นามสมมติ) แม่ของผู้เสียชีวิต เดินทางมาด้วย โดยบรรยากาศนั้นก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

นอกจากนี้ยังได้มี พ.ต.ท.พัฒนา กองเงิน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นพ่อของ ด.ต.คงศักดิ์ กองเงิน ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองเชียงใหม่ เดินทางมาให้กำลังใจกับทางญาติอีกด้วย ไปทางไหนตำรวจรายนี้ไม่ค่อยอยากให้เป็นข่าวมากนัก

อย่างไรก็ตาม สำหรับศพของผู้เสียชีวิตนั้นทางญาติได้นำไป ตั้งบำเพ็ญกุศล ที่บ้านของผู้เสียชีวิต ที่บ้านท่าเดื่อ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ ส่วนเฟซบุ๊กของผู้ตายนั้นล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ต.ค.62 ที่ผ่านมา มีการแชร์โพสต์ในลักษณะคล้ายกับยังมีความสุข.

หลอน โรงพักร้าง ชาวบ้านเจอ วิญญาณ ตร. ผู้ต้องขังผูกคอให้หวยถูกเพียบ

ผู้สื่อข่าวได้รับการบอกเล่าว่าที่ สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มี วิญญาณ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดผูกคอเสียชีวิตในห้องขังมาเข้าฝัน

ชาวบ้านผวาอาคาร สภ.กบินทร์บุรี หลังเก่า ตำรวจบนโรงพักเชื่อมีวิญญาณเร่ร่อนของตำรวจที่เสียชีวิตแล้ว และผู้ต้องหาที่ผูกคอในห้องขัง เคยมาเข้าฝัน ตร.ให้เลข 3 ตัว พารับโชคกันทั้งโรงพักมาแล้ว

สายวันนี้ วันที่ 3 พฤศจิกายน 62 ผู้สื่อข่าวได้รับการบอกเล่าว่าที่ สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีวิญญาณผู้ต้องหาคดียาเสพติดผูกคอเสียชีวิตในห้องขังมาเข้าฝัน หลังจาก ด.ต.ที่เข้าเวรยามประจำวันในวันที่เกิดเหตุ พร้อมผู้หมวดหญิงเปิดห้องขังขอเลขตรงจุดที่ผูกคอตายตกดึกเข้าฝันจริงๆ บอกเลข 3 ตัวตรง และอีกหลายๆ เหตุการณ์ ล่าสุดมีประชาชนที่มาติดต่อราชการบนโรงพัก และเดินหลงไปเข้าห้องน้ำโรงพักร้างเจอจะจะวิญญาณผู้หมวดที่เสียชีวิตนานเกือบ 2 ปีโผล่มาไล่ไม่ให้เข้า จำได้ว่าตำรวจคนที่มาไล่นั้นป้ายชื่อเห็นแต่นามสกุล “ทรัพย์ประสาท” เล่นเอาตำรวจทั้งโรงพักสะดุ้งโหยง เชื่อเป็นวิญญาณของ ร.ต.ท.บุญเชิด ทรัพย์ประสาท รอง สว.(สอบสวน) ที่เสียชีวิตขณะนอนหลับพักผ่อนแล้วไม่ตื่น และอีกหลายๆ วิญญาณที่ยังวนเวียนอยู่ในโรงพักหลังเก่า

วิญญาณ

ชาวบ้านผวาอาคาร สภ.กบินทร์บุรี หลังเก่า ตำรวจบนโรงพักเชื่อมีวิญญาณเร่ร่อนของตำรวจที่เสียชีวิตแล้ว และผู้ต้องหาที่ผูกคอในห้องขัง เคยมาเข้าฝัน ตร.ให้เลข 3 ตัว พารับโชคกันทั้งโรงพักมาแล้ว

สายวันนี้ วันที่ 3 พฤศจิกายน 62 ผู้สื่อข่าวได้รับการบอกเล่าว่าที่ สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีวิญญาณผู้ต้องหาคดียาเสพติดผูกคอเสียชีวิตในห้องขังมาเข้าฝัน หลังจาก ด.ต.ที่เข้าเวรยามประจำวันในวันที่เกิดเหตุ พร้อมผู้หมวดหญิงเปิดห้องขังขอเลขตรงจุดที่ผูกคอตายตกดึกเข้าฝันจริงๆ บอกเลข 3 ตัวตรง และอีกหลายๆ เหตุการณ์ ล่าสุดมีประชาชนที่มาติดต่อราชการบนโรงพัก และเดินหลงไปเข้าห้องน้ำโรงพักร้างเจอจะจะวิญญาณผู้หมวดที่เสียชีวิตนานเกือบ 2 ปีโผล่มาไล่ไม่ให้เข้า จำได้ว่าตำรวจคนที่มาไล่นั้นป้ายชื่อเห็นแต่นามสกุล “ทรัพย์ประสาท” เล่นเอาตำรวจทั้งโรงพักสะดุ้งโหยง เชื่อเป็นวิญญาณของ ร.ต.ท.บุญเชิด ทรัพย์ประสาท รอง สว.(สอบสวน) ที่เสียชีวิตขณะนอนหลับพักผ่อนแล้วไม่ตื่น และอีกหลายๆ วิญญาณที่ยังวนเวียนอยู่ในโรงพักหลังเก่า

วิญญาณ

ด้าน ร.ต.ท.หญิง พิมพ์นาดา ศรีจันทร์ งานสอบสวน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เวลาประมาณ 16.00 น. จำวันที่ไม่ได้ มีคุณลุงคนหนึ่งที่มาติดต่อราชการบนโรงพัก และขอเข้าห้องน้ำ ได้เดินไปเข้าที่ห้องน้ำโรงพักหลังเก่า ซึ่งเป็นโรงพักร้าง และเดินกลับมาแบบหน้าตาตื่นพร้อมกับบอกว่า “มีตำรวจคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ หัวล้าน บอกว่าไม่ให้เข้า ให้ไปเข้าห้องน้ำข้างบน และถามอีกว่าตำรวจคนที่ไม่ให้เข้าเขาชื่ออะไร ลุงคนนั้นบอกว่า ที่ป้ายชื่อไม่เห็นชื่อเห็นแต่นามสกุล “ทรัพย์ประสาท” นามสกุลดังกล่าวไปตรงกับ ร.ต.ท.บุญเชิด ทรัพย์ประสาท รอง สว.(สอบสวน) ที่เสียชีวิตประมาณ 2 ปีที่แล้ว เมื่อตำรวจที่นั่งอยู่ในห้องประจำวันได้ยินถึงกับอึ้ง และขนลุกกับคำที่ลุงบอกเล่า ส่วนตนนั้นไม่กลัว อยากเห็น จะได้ขอหวย

วิญญาณ

ด้าน ร.ต.ท.หญิง พิมพ์นาดา กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ด.ต.สงบ จุ้ยสวัสดิ์ เวรควบคุมผู้ต้องหา สภ.กบินทร์บุรี ได้ชวนตนเข้าไปในห้องขังเพื่อขอเลขกับผู้ต้องหาที่ผูกคอเสียชีวิต เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด 6,000 เม็ด ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 62 ที่ผ่านมา ขณะที่ ด.ต.สงบ นอนหลับก็ฝันเห็นชายที่ผูกคอตายมาบอกให้เลข 467 แต่หวยงวดวันที่ 16 สิงหาคม ออก 476 ก็เอามาคำนวณสลับเลขไปลุ้นโชคพาถูกกันทั้งโรงพัก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าวิญญาณมีจริง

วิญญาณ

ขณะที่ พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า มีชาวบ้านเห็นตำรวจที่เสียชีวิตบริเวณในโรงพักร้างหลังเก่าจริง และเตรียมที่จะทุบทิ้ง กำลังอยู่ระหว่างการว่าจ้างผู้รับเหมา และมีอีกหลายๆ เหตุการณ์เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนหวาดกลัว จึงได้เชิญจากมูลนิธิสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (กบินทร์บุรี) มาเชิญวิญญาณเหล่านี้ ต่อไป.

พี่น้องบางปะหัน แว้นจยย.เกี่ยวกันล้ม กระบะทับซ้ำ ดับ1

พี่น้องบางปะหัน แว้นจยย.เกี่ยวกันล้ม กระบะทับซ้ำ ดับ1

พี่น้องบางปะหัน แว้นจยย.เกี่ยวกันล้ม กระบะทับซ้ำ ดับ1

พี่น้องบางปะหัน
จุดจบสายหมอบ สองพี่น้องขาแว้นซิ่งจยย.แข่งกันกลางถนนสายบางปะหัน-ป่าโมก ไปๆ มาๆ รถเสียหลักเกี่ยว
กันล้ม ถูกกระบะตามหลังทับซ้ำ ลากร่างไปกว่า 300
เมตร ดับอนาถ 1 ราย ส่วนคนขับเผ่นหนี เหลือทิ้งไว้
เพียง กันชนสีขาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 26 ต.ค.62 ร.ต.อ.ปัญญา อามาตย์เสนา
พนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุทางถนนจน
มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย บริเวณถนนสายบางปะหัน-ป่าโมก ต.บ้านม้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วย
กู้ภัยรวมใจอยุธยา

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย มีบาดแผลที่ใบหน้าและลำตัว อยู่ในลักษณะนอนคว่ำหน้าจมกลองเลือด ทราบชื่อต่อมา คือ นายเอกลักษณ์ พวงรังสาด อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ 11 ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นายอภิชาติ พวงรังสาด อายุ 19 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะหัน ห่างออกไป 300 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110i สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กน 2246 พระนครศรีอยุธยา ล้มคว่ำอยู่กลางถนน และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110i สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ตกลงไปในพงหญ้าข้างทาง นอกจากนี้ยังพบกันชนรถยนต์กระบะสีขาว ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

สอบถาม นายอภิชาติ พี่ชายผู้ตายเล่าว่า ตนเองกับน้องชายขี่รถจักรยานยนต์มาคนละคัน เพื่อจะกลับบ้านพักแถว ต.ทับน้ำ โดยขับขี่มาตามเส้นทางสายบางปะหัน-ป่าโมก ซึ่งเป็นลักษณะรถวิ่งสวนเลน จังหวะนั้นตนเองกับน้องชาย หมอบบิดแข่งรถกันมาด้วยความเร็ว แล้วเกิดเสียหลักเกี่ยวกันเองจนล้มทั้งคู่ รถจักรยานยนต์คันที่น้องชายขี่ล้มไถลตกลงไปในพงหญ้าข้าทาง แต่ตัวน้องชายตกอยู่กลางถนนอีกเลน จนกระทั่งถูกรถยนต์กระบะลักษณะยกสูง สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับชนซ้ำแล้วลากไปไกลกว่า 300 เมตร เสียชีวิตคาที่ ก่อนหลบหนีไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับกุมรถยนต์ต้องสงสัยที่มีร่องรอยการเฉี่ยวชน ทั้งบนถนนสายหลักและสายรอง พร้อมกันนี้จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและตามเส้นทาง เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพนายเอกลักษณ์ เจ้าหน้าที่กู้ภ้ยนำร่างส่งชันสูตรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี ต่อไป.

จิตแพทย์ แจงพ่อแม่ที่มีลูกหัวร้อน ก้าวร้าวหัวร้อน บทเรียนราคาแพง

จิตแพทย์ แจงพ่อแม่ที่มีลูกหัวร้อน ก้าวร้าวหัวร้อน บทเรียนราคาแพง

จิตแพทย์ แจงพ่อแม่ที่มีลูกหัวร้อน ก้าวร้าวหัวร้อน บทเรียนราคาแพง

จิตแพทย์
“หมออุมาพร” จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โพสต์ให้แง่คิด 6 สาเหตุเด็กก้าวร้าวหัวร้อน เผยช่วงตรวจคนไข้สงสารพ่อแม่มาก ชี้บทเรียนราคาแพง ปมเลี้ยงลูกไม่ดี

กรณีตำรวจควบคุมตัวหนุ่มซีวิคหัวร้อนไปสถาบันกัลยาราชนครินทร์ เพื่อดูอาการป่วยเป็นเวลา 45 วัน ขณะที่เจ้าตัวเกิดอาการเครียด วิ่งชนข้าวของในโรงพยาบาล สุดท้ายพ่อแม่ต้องเข้ามาห้ามปรามปลอบประโลมจนอารมณ์เย็นลง
จิตแพทย์
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 26 ต.ค. ศ.พญ.อุมาพร ตรังคสมบัติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ให้ความเห็นผ่านแฟนเพจ @punmainewlife ระบุว่า หลายวันมานี้มีแต่ข่าวเรื่องคนหัวร้อน วันนี้จึงขอเสนอมุมมองของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นว่า เมื่อเจอคนหัวร้อนแล้วคิดอย่างไร ถ้าพ่อแม่พาลูกมาปรึกษาเรื่องอารมณ์เสียง่าย ขี้โมโห หงุดหงิด หรือก้าวร้าว สิ่งที่จะต้องทำคือ การตรวจประเมินอย่างละเอียดว่า อะไรเป็นสาเหตุของอารมณ์แบบนั้น โดยสาเหตุมีหลายอย่างดังนี้

1.ปัญหาทางสมอง เช่น สมองเคยได้รับอุบัติเหตุ เคยมีสมองอักเสบ เป็นต้น

2.ความบกพร่องทางพัฒนาการที่ทำให้สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ทำงานได้ไม่ดี เช่น กลุ่มอาการออทิสติก โรคสมาธิบกพร่อง หรือปัญหาสติปัญญาล่าช้า

3.ความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น โรคไบโพลาร์ และโรคซึมเศร้า

4.ปัญหาการเลี้ยงดู เช่น การเลี้ยงดูแบบตามใจมากเกินไปหรือการเลี้ยงดูแบบใช้ความรุนแรง

5.ปัญหาบุคลิกภาพ เช่น บุคลิกภาพแบบ borderline แบบอันธพาลหรือแบบหลงตัวเอง

6.ปัญหาปมในใจ บางคนมีปมฝังอยู่ พอใครไปจี้ปมเข้า ก็เป็นเรื่อง!

ศ.พญ.อุมาพร ระบุว่า อันที่จริงแล้วการที่คนเราควบคุมอารมณ์ไม่ได้นั้น เกี่ยวพันกับการทำงานของสมองมากทีเดียว ในแง่ที่ว่าสมองไม่สามารถ (เช่นข้อ 1 หรือข้อ 2) หรือสมองไม่เคยถูกฝึกให้รู้จักควบคุมอารมณ์ (เลยทำให้ไม่สามารถในที่สุดเช่นข้อ 4) ทั้งนี้ลักษณะความหัวร้อนของแต่ละกลุ่มหากดูให้ดีจะมีความแตกต่างกัน เช่น คนที่ซึมเศร้า อารมณ์โกรธจะไม่แรงมาก ไม่ด่าทอรุนแรง และยังพอพูดกันรู้เรื่อง คนที่เป็นไบโพลาร์จะมีประวัติการสลับขั้วของอารมณ์ เช่น จะมีอารมณ์ดีสลับกับอารมณ์หงุดหงิดหรืออารมณ์เศร้า แต่พวกนี้เวลาโมโหร้าย ก็เอาเรื่องอยู่ ขณะที่ผู้ที่เป็นออทิสติก เวลาโมโหเข้าก็มักจะหยุดยาก ทั้งจะเถียงแบบข้าง ๆ คู ๆ โยงเรื่องนั้นเรื่องนี้มั่วซั่วไป รวมทั้งมีความคิดฝังแน่นเกี่ยวกับเรื่องบางเรื่อง ในแบบที่ไม่มีเหตุผล (เป็นเหตุผลเฉพาะตัวที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ) ทั้งนี้เพราะมีปัญหาในกระบวนการคิดหาเหตุผลและความเข้าใจเชิงนามธรรม ถ้าหัวร้อนมาก ๆ ในทุกกรณี ก็คงต้้องใช้ยาคุมอารมณ์

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ที่มีลูกหัวร้อนจากข้อ 1-3 นี่น่าเห็นใจมาก โดยเฉพาะหากลูกเป็นออทิสติก เด็กบางคนเป็นออทิสติกแบบไม่รุนแรง คนทั่วไปไม่รู้ และคิดว่าปกติจึงอาจไปโกรธคนป่วยเข้าแล้วหัวร้อนเสียเอง ส่วนกลุ่มออทิสติกนี้พูดยากมาก สอนก็ไม่เข้าใจ พ่อแม่มักจนปัญญา ไม่รู้จะอบรมลูกอย่างไร เวลาตรวจคนไข้กลุ่มนี้แล้วบอกได้คำเดียวคือ “สงสารพ่อแม่” สำหรับข้อ 4 และ 5 นั้น บางทีก็รู้สึกว่า พ่อแม่ได้รับบทเรียนของเขาแล้ว แต่เป็นบทเรียนที่ราคาแพง เพราะเลี้ยงลูกไม่ดี ชีวิตก็เลยต้องรันทดเพราะลูกในที่สุด…

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พระพุทธรูปอายุกว่า 100 ปี

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พระพุทธรูปอายุกว่า 100 ปี

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พระพุทธรูปอายุกว่า 100 ปี

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่
เพลิงเผากุฏิวัดประดู่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี วอดเสียหาย ขณะเกิดเหตุเจ้าอาวาสอยู่ในห้องน้ำเห็นกลุ่มไฟลอยออกมา ก่อนมีเปลวไฟลุกลามไปยังห้องข้างเคียงรวม 11 ห้อง รวมถึงพระพุทธรูปเก่าแก่ เสียหายกว่า 10 องค์ ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 21 ต.ค.62 ร.ต.อ.สุรชาติ เขตเจริญ ร้อยเวรสอบสวน สภ.พระพุทธบาท ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้กุฏิวัดประดู่ ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลหนองแก รถดับเพลิงเทศบาลเมืองพระพุทธบาท และรถดับเพลิงใกล้เคียง จำนวน 10 คัน พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพระพุทธบาท เข้าทำการดับเพลิง

ในที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิพระ 2 ชั้นอย่างรุนแรง ซึ่งชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นปูน เสียหายทั้งหมด 3 หลัง รวม 11 ห้อง โดยมีกุฏิเจ้าอาวาสถูกเพลิงไหม้เสียหายด้วย นอกจากนี้ยังมีกุฏิที่เก็บพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ถูกไฟไหม้เสียหายกว่า 10 องค์

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่
สอบถาม พระสะอาด อภิปุณโณ อายุ 73 ปี เจ้าอาวาสวัดประดู่ เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังสรงน้ำอยู่ในห้องน้ำได้ยินเสียงดังคล้ายคนจุดประทัด ต่อมาสักพักเห็นควันไฟลอยเป็นจำนวนมากตนจึงรีบหนีลงมาด้านล่าง จากนั้นแสงเพลิงลุกไหม้กุฏิอย่างรวดเร็ว จึงรีบบอกให้พระลูกวัดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเทศบาลตำบลหนองแกเข้ามาระงับเหตุ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ มูลค่าความเสียหายในครั้งนี้เบื้องต้นประมาณ 5 ล้านบาท

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่

ส่วนสาเหตุไฟไหม้คาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากสายไฟมีความเก่าและกูฏิก็เป็นไม้เก่าทำให้ไฟไหม้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์จังหวัดสระบุรีจะเข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง.…

พ่อร้องหาความยุติธรรม ตำรวจยิงปืนมั่ว ทำด.ช.13 ตาย หลังซิ่งกระบะเหล้าเถื่อนหนีด่าน

พ่อร้องหาความยุติธรรม ตำรวจยิงปืนมั่ว ทำด.ช.13 ตาย หลังซิ่งกระบะเหล้าเถื่อนหนีด่าน

พ่อร้องหาความยุติธรรม ตำรวจยิงปืนมั่ว ทำ ด.ช.13 ตาย หลังซิ่งกระบะเหล้าเถื่อนหนีด่าน

พ่อร้องหาความยุติธรรม

ตำรวจ สภ.แม่กา ไล่ยิงกระบะต้องสงสัยคิดว่า ขนยา
เสพติด พลาดไปถูก ด.ช.13 ปีเสียชีวิต ผู้เป็นพ่อยัง
คาใจ เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ รถก็ไม่ได้ล็อก
มีแค่เหล้ากลั่น จะนำไปให้ญาติเลี้ยงคนมาช่วยทำนา
พร้อมเรียกร้องหาความยุติธรรม

จากกรณีที่เมื่อช่วงเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ต.ค.62 ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
สภ.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา ตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด อยู่บนถนนพะเยา-วังเหนือ เขต
สภ.แม่กา ได้มีรถยนต์กระบะวีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บพ 5457 ลำปาง ซึ่งมี
นายมานพ สูงขาว อายุ 40 ปี ชาวอำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง เป็นคนขับ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่
ตั้งจุดตรวจจึงกลับรถ แล้ววิ่งย้อนกลับไปทาง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน
4 นาย จึงได้ไล่ติดตามกว่า 20 กิโลเมตร เนื่องจากสงสัยว่าอาจจะเป็นรถขนยาเสพติดตาม
ที่ได้รับแจ้งมา

พ่อร้องหาความยุติธรรม

กระทั่งเจ้าหน้าที่ติดตามมาถึงบริเวณสามแยกวังทอง ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง รถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้เลี้ยวเข้าไปชนกับรถไถนาของชาวบ้านที่กำลังวิ่งมา ขณะที่คนขับกำลังจะถอยรถ กำลังตำรวจ สภ.แม่กา จ.พะเยา ก็ขับมาปิดท้ายพอดี ก่อนที่จะยิงเข้าที่ยางรถและที่ด้านท้ายรถกระบะ วิถีกระสุนเจาะที่ยางหลังและตัวรถด้านซ้าย และมีกระสุนบางส่วนทะลุกระจกหลังทำให้คมกระสุนถูกศีรษะ ด.ช.กฤษณพงศ์ สูงขาว หรือน้องดรีม อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนวังทรายคำวิทยา (ปงวังอนุสรณ์) จากการตรวจสอบภายในรถกระบะคันดังกล่าวไม่พบยาเสพติด แต่พบสุรากลั่น หรือสุราพื้นบ้าน จำนวนกว่า 10 ถุงใหญ่อยู่ภายในแคป

สอบสวน นายมานพ สูงขาว คนขับทราบว่า กำลังจะขับรถไปส่งสุรากลั่นที่ จ.พะเยา แต่ขับมาเจอจุดตรวจจึงกลับรถเพื่อจะกลับบ้าน และไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไล่ติดตามมา และใช้อาวุธปืนยิงรถจนลูกชายที่นั่งมาข้างๆ ถูกยิง ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลลำปาง โดยหลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.แม่กา จ.พะเยา ทั้ง 4 นาย ก็มามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังเหนือ จ.ลำปาง ทันที โดยให้การภาคเสธ

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 15 ต.ค.62 ที่บ้านเลขที่ 146 หมู่ที่ 3 ต.วังทรายคำ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ซึ่งใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลศพของน้องดรีม ซึ่งเสียชีวิตจากกรณีดังกล่าว โดยทางครอบครัวได้มีการสวดอภิธรรมศพเป็นคืนแรก ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวผู้ตาย และญาติๆ และมีชาวบ้านมาร่วมพิธีจำนวนหนึ่ง โดยมี พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง ผบก.ภ.จว.พะเยา พร้อมด้วยผู้ใต้บังคับบัญชาและนายตำรวจในพื้นที่มาร่วมพิธีสวดอภิธรรม และแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ตาย โดยทาง พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว

พ่อร้องหาความยุติธรรม

หลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา นายมานพ สูงขาว พ่อของน้องดรีม ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุตนเองจะนำสุราพื้นบ้านไปส่งให้กับญาติของภรรยาที่จังหวัดพะเยา เพื่อที่จะนำไปเลี้ยงคนที่มาช่วยทำนา โดยมีน้องดรีมนั่งไปด้วยเพื่อจะไปเที่ยวหาญาติในคราเดียวกัน เมื่อไปถึงที่บริเวณดังกล่าวก็เห็นตำรวจตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด อยู่บนถนนพะเยา-วังเหนือ เขต สภ.แม่กา ซึ่งตอนนั้นรถกระบะของตนเองอยู่ห่างจากจุดตรวจประมาณ 200-300 เมตร ตนเองจึงกลับรถเพื่อที่จะกลับบ้านโดยที่ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะขับรถตามมา

กระทั่งลูกชายบอกว่าได้เสียงปืนดังขี้น 2-3 นัด เมื่อมองกระจกหลังก็เห็นเจ้าหน้าที่ยกปืนขึ้นมา แต่ก็ยิงไม่ได้เนื่องจากเป็นทางโค้ง เมื่อถึงสามแยกวังทอง ตนจึงเลี้ยวรถและเกิดไปชนกับรถไถของชาวบ้าน จึงพยามถอยรถออกมาได้เพียงนิดเดียว รถเจ้าหน้าที่ก็ตามมาทัน จากนั้นตำรวจก็ได้ยิงปืนใส่รถหลายนัด จนกระสุนถูกที่ศีรษะลูกชายจึงร้องไห้ เจ้าหน้าที่จึงช่วยดูอาการก่อนนำลูกชายส่ง รพ.วังเหนือ และไปเสียชีวิตที่ รพ.ลำปาง ในเวลาต่อมา

ขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่ได้กำหนดวันเผาศพลูกชาย เนื่องจากต้องรอดูความคืบหน้าของคดี โดยทางครอบครัวจะทำพิธีทางศาสนา 3 วัน 3 คืน ก่อนค่อยตัดสินใจอีกที และสิ่งที่ตนเองคาใจคือ การกระทำของตำรวจซึ่งถือกฎหมาอยู่ในมือ และยังมีอาวุธปืนอยู่ในมืออีก ส่วนตนเองกับลูกก็ไม่มีอาวุธใดๆ ทำไมถึงยิงปืนมั่วซั่วเพียงแค่เคาะประตูรถ หรือให้ตนเองลงมาจากรถก็ได้ เพราะประตูรถตนเองก็ไม่ได้ล็อก ทำไมต้องทำรุนแรงจนถึงขั้นลูกชายตนเองต้องตาย อย่างไรก็ตามอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายด้วย.…

กระบะ-บิ๊กไบค์ ประลองความเร็ว กระบะพลาดท่าพุ่งชนรถมางานศพ 8 คันรวด เจ็บสาหัส 3

กระบะ-บิ๊กไบค์ ประลองความเร็ว กระบะพลาดท่าพุ่งชนรถมางานศพ 8 คันรวด เจ็บสาหัส 3

กระบะ-บิ๊กไบค์ ประลองความเร็ว กระบะพลาดท่าพุ่งชนรถมางานศพ 8 คันรวด เจ็บสาหัส 3

คันรวด

อุบัติเหตุที่เมืองคอน “รถกระบะ-บิ๊กไบค์” ซิ่งประลองความเร็ว สุดท้ายเป็นรถกระบะพลาดท่าพุ่งชนรถมางานศพที่จอดริมถนน พังยับ 8 คันรวด ในจำนวนนี้มีรถเก๋งถูกไฟไหม้วอดทั้งคัน ทำให้รถเสียหายหมดทั้ง 9 คัน ชาวบ้านสาหัสอีก 3 คน

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 12 ต.ค.62 พ.ต.ท.อดุลย์ ชูเสน สว.(สอบสวน) สภ.ชะเมา อ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่า มีเหตุรถกระบะเสียหลักชนรถยนต์ที่จอดริมถนน เสียหายรวม 9 คันรวด และเกิดไฟไหม้รถยนต์ในที่เกิดเหตุจำนวน 1 คัน ที่บริเวณริมถนนสายนครศรีธรรมราช-สงขลา หน้างานศพบ้านเลขที่ 444/1 หมู่ 6 ต.ท่าเรือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ สภ.ชะเมา โดยมีผู้บาดเจ็บหลายรายในที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันสอบสวนและตรวจสอบที่เกิดเหตุ ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของแขกที่ไปร่วมงานศพดังกล่าว

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุที่บริเวณริมถนนหน้างานศพ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กน 1521 นครศรีธรรมราช จนไฟไหม้ลุกโชนวอดทั้งคันอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้รถดับเพลิงเข้าทำการฉีดสกัดรถเก๋งคันดังกล่าวจนเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา

ในที่เกิดเหตุยังพบรถยนต์ที่จอดริมถนนบริเวณหน้างานศพอีกจำนวน 8 คัน โดยพบว่ารถยนต์เก๋งถูกชนเสียหาย 3 คัน และรถยนต์กระบะ 5 คัน ซึ่งสภาพรถแต่ละคันได้รับความเสียหายกระจัดกระจายเกลื่อนถนน เป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร ในจำนวน 9 คัน มีรถยนต์ที่เสียหายอย่างหนัก 2 คัน คือรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายทะเบียน เนื่องจากป้ายทะเบียนหลุดกระเด็นหายไป และและรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์เงิน ที่ถูกไฟไหม้

นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 3 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งรีบนำส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ก่อนหน้านี้แล้ว เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อและข้อมูลว่าใครโดยสารมากับรถคันไหน

คันรวด

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่บริเวณริมถนนสายดังกล่าวได้มีแขกจำนวนมากขับรถยนต์เก๋งและรถกระบะจำนวนหลายคันเดินทางมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพของ นางผ่องศรี ไชยแก้ว อายุ 94 ปี ที่บ้านเลขที่ 444/1 หมู่ 6 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยได้จอดรถไหล่ทางริมถนนหน้างานศพเป็นแถวยาวเหยียดนับกิโลเมตร

ก่อนเกิดเหตุขณะที่พระกำลังจะเริ่มสวดบำเพ็ญกุศลศพ ได้มีรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กม 2186 สงขลา ขับมุ่งหน้าไปทาง จ.สงขลา แข่งทำความเร็วกับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์คันหนึ่ง มาตามถนนสายดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อถึงที่เกิดเหตุหน้างานศพ คนขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ได้ตัดสินใจชะลอความเร็ว เนื่องจากมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน จอดชะลอความเร็วริมถนนเพื่อส่งแขกมาร่วมงานศพ แต่รถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีดำ ซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูงได้เสียหลักพุ่งชนท้ายรถยนต์เก๋งสีน้ำเงิน และยังเสียหลักไปพุ่งชนรถยนต์ที่จอดริมถนนอีก 7 คัน รวมรถยนต์เก๋งยี่ห้อเชฟโรเลตที่เกิดเพลิงลุกไหม้วอดทั้งคันดังกล่าว ก่อนที่รถยนต์กระบะมิตซูบิชิสีดำจะเสียหลักไปชนฟุตปาทหน้าบ้านของชาวบ้านริมถนนจนสิ้นฤทธิ์ ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของแขกที่ไปร่วมงานศพนับร้อยคนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนขับรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีดำ และยังไม่ทราบว่าผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย เป็นใคร นั่งมากับรถคันไหน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนและตรวจสอบหาสาเหตุอุบัติเหตุที่แท้จริงครั้งนี้ต่อไป.…

ห้ามขายเหล้าออกพรรษา ฝ่าฝืนทั้งจำทั้งปรับ แจ้งเบาะแสโทร 191หรือ1599 ได้ตลอด 24 ชม.

ห้ามขายเหล้าออกพรรษา ฝ่าฝืนทั้งจำทั้งปรับ แจ้งเบาะแสโทร 191หรือ1599 ได้ตลอด 24 ชม.

ห้ามขายเหล้าออกพรรษา ฝ่าฝืนทั้งจำทั้งปรับ แจ้งเบาะแสโทร 191หรือ1599 ได้ตลอด 24 ชม.

ห้ามขายเหล้าออกพรรษา

ตำรวจตระหนักถึงวันสำคัญทางศาสนา ขอความร่วมมือ ห้ามจำหน่ายสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด หลังเที่ยงคืนวันที่ 12-13 ต.ค. หากฝ่าฝืน เจอคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่น

ห้ามขายเหล้าออกพรรษา

เมื่อวันที่ 11 ต.ค.62 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันออกพรรษา ตามประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับและสั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด อาทิ บช.น., ภ.1-9, บช.ก. และ สตม. มีมาตรการออกกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิด ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการจำหน่ายและการดื่มในสถานที่ห้าม

ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นการลงพื้นที่ตรวจตราตามร้านอาหาร คาราโอเกะ สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด บริเวณถนนสายหลัก ในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยมุ่งสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้จำหน่ายสุราที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ในการออกตรวจจับผู้กระทำความผิดเมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บังเกิดผลอย่างจริงจัง

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตระหนักถึงวันสำคัญทางศาสนาพร้อมมีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งพบว่าสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุนั้น มาจากการเมาแล้วขับ ตลอดจนการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งล้วนมีสาเหตุเนื่องมาจากการเมาสุรา

จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ร้านค้า และสถานบริการทุกประเภทที่อยู่ในบังคับของกฎหมาย ให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งการขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ ตั้งแต่เวลาหลัง 24.00 น. ของคืนวันที่ 12 ต.ค. ถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 13 ต.ค. หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ มาตรา 59 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับพี่น้องประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูล เบาะแส ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านทางหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.…

ซวยซ้ำซวยซ้อน หนุ่มน่าน ขี่จยย.เสียหลักล้ม ทหารเข้าช่วยเหลือ ดันทำยาบ้าร่วง จากกระเป๋าเสื้อ

ซวยซ้ำซวยซ้อน หนุ่มน่าน ขี่จยย.เสียหลักล้ม ทหารเข้าช่วยเหลือ ดันทำยาบ้าร่วง จากกระเป๋าเสื้อ

ซวยซ้ำซวยซ้อน หนุ่มน่าน ขี่จยย.เสียหลักล้ม ทหารเข้าช่วยเหลือ ดันทำยาบ้าร่วง จากกระเป๋าเสื้อ

ซวยซ้ำซวยซ้อน

หนุ่มน่านดวงซวยสุดๆ ขี่จยย.เสียหลักล้ม ทหารประจำป้อมเห็นเข้า รีบให้ความช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น จู่ๆ งานเข้า ซองเม็ดสีส้ม ร่วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 3 ต.ค.62 ร.ต.อ.ชวลิต เทรักสี พงส.สภ.เมืองน่าน รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนันทบุรีแจ้ง ว่ามีเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มตรงจุดยูเทิร์นหน้ากองพันทหารม้าที่ 15 ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ชุดกู้ภัย อบต.ไชยสถาน กำลังปฐมพยาบาลนายปรีชา ตั้งอิสราวุฒิกุล อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 13 ต.สะเนียน อ.เมืองน่าน จ.น่าน ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยตามร่างกาย ใกล้จุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฟีโน่ สีดำว ทะเบียนกมธ 976 น่าน ได้รับความเสียหายเล็กน้อย
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทีมชุดกู้ภัยอบต.ไชยสถาน และทหารที่ประจำป้อมยามกองพันทหารม้าที่ 15 ทราบว่า ขณะที่กำลังให้ความช่วยเหลือนายปรีชา โดยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นอยู่นั้น จู่ๆได้มียาบ้า ชนิดสีส้ม จำนวน 7 เม็ด ที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ได้ร่วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสีแดงที่นายปรีชาสวมใส่อยู่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตู้ยามไชยสถาน และเจ้าหน้าที่ทหารเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบถามนายปรีชา ในเบื้องต้น ไม่สามารถให้การสอบปากคำได้ เนื่องจากพูดไม่รู้เรื่อง อยู่ในอาการคล้ายคนเมา จึงได้ควบคุมตัวพร้อมนำส่งโรงพยาบาลน่าน เพื่อตรวจหาแอลกอฮอล์และสารเสพติดในร่างกาย อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อโดยผิดกฎหมาย”