สาวเครียดหนัก ค้างค่างวดรถ 3 เดือน คุยกับผัวไม่รู่เรื่อง คว้ามีดแทงดับคาบ้านพัก

สาว เครียดหนัก ค้างค่างวดรถ 3 เดือน คุยกับผัวไม่รู่เรื่อง คว้ามีดแทงดับคาบ้านพัก

สาวแทงสามีเสียชีวิตคาห้องพักคนงาน เหตุเครียดจัด ค้างส่งค่างวดรถ 3 เดือน ปรับทุกข์กับสามีแต่ดันกลายเป็นทะเลาะ จึงใช้มีดจ้วงแทง

 เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดตรวจสอบเหตุคน ถูกแทง เสียชีวิต ที่ห้องพักคนงานของร้านวัสดุก่อสร้าง ภายในซอยย่อยทองอ่อน พื้นที่หมู่ 4 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยในที่เกิดเหตุ เป็นห้องพักห้องแรก พบศพผู้ชายนอนหงายจมกองเลือดอยู่บนพื้น สภาพศพไม่สวมเสื้อ พบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณราวนมด้านซ้าย 1 แผล และบริเวณไหล่ขวาอีก 1 แผล

สาว ผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายนคร บุญทวี อายุ 27 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุคือ น.ส.ปรียา ผุดผ่อง อายุ 26 ปี ภรรยา ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ไม่ได้หลบหนี และนั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภาพมือสองข้างเปื้อนเลือด มีรอยถูกของมีคมบาดที่นิ้วนางข้างขวา และพบมีดปอกผลไม้ยาว 5 นิ้ว ตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ

สาว

โดย น.ส.ปรียา เล่าว่า ตนกับนายนครแต่งงานอยู่กินกันมาประมาณ 4 ปีแล้ว ในวันเกิดเหตุ ตนกับสามีได้ซื้อเบียร์มานั่งดื่มด้วยกันในห้องพัก ตนกับสามีได้ปรึกษากันเรื่องรถจักรยานยนต์ที่กำลังผ่อนอยู่ ซึ่งค้างค่างวดมาแล้ว 3 งวด แต่หลังจากคุยไปได้สักพัก ก็มีปากเสียงทะเลาะกัน ด้วยความเครียด โมโห บวกกับเมา ตนจึงคว้ามีดจ้วงแทงสามี สามีก็ได้พยายามยื้อแย่งมีด จนทำให้ตนโดนมีดบาดที่นิ้ว พอตนตั้งสติได้ ตนก็บอกให้สามีรีบไปหาหมอ แต่สามีบอกว่าไม่เป็นอะไร และไม่ยอมไปโรงพยาบาล

น.ส.ปรียา เล่าต่อว่า จากนั้นตนกับสามีก็ได้นั่งคุยปรับความเข้าใจกัน และตนก็โทร. ไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่สามีฟัง ก่อนจะกลับเข้าไปนอนในห้องพัก หลังจากนั้นไม่นาน สามีได้มีอาการชักเกร็ง และดิ้นทุรนทุราย ตนตกใจมาก และรีบวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน พอกลับมาถึงห้อง ก็พบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และได้ควบคุมตัว น.ส.ปรียา ไปคุมขังที่สถานีตำรวจ เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บาคาร่า

รุมฆ่าสยอง ย่านออชาร์ด 6 ชาย 1 หญิงเผชิญข้อหาหนัก

รุมฆ่าสยอง ย่านออชาร์ด 6 ชาย 1 หญิงเผชิญข้อหาหนัก

ตำรวจสิงคโปร์นำตัวผู้ต้องหาชายหญิงทั้ง 7 คน ที่เกี่ยวข้องกับเหตุรุมทำร้าย-ฆ่าปาดคอหนุ่มย่านออชาร์ดส่งตัวขึ้นศาล โดยพบสาเหตุอาจมาจากปัญหา ความหึงหวง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมย่านใจกลางเมือง ชายหนุ่มคนหนึ่งถูกชายฉกรรจ์ 6 คนรุมทำร้ายและปาดคอเสียชีวิต บริเวณออชาร์ดทาวเวอร์ ย่านธุรกิจสำคัญของเมือง เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญในรอบหลายปีของสิงคโปร์ และล่าสุดได้พบถึงต้นตอสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้

รุมฆ่าสยอง ย่านออชาร์ด 6 ชาย 1 หญิงเผชิญข้อหาหนัก

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มชายฉกรรจ์ 6 คน และหญิงสาวอีก 1 คน รวมเป็น 7 คน บาคาร่า ไดร่วมกันก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายชายหนุ่มชาวสิงคโปร์ วัย 31 ปี ทำให้เขาเสียชีวิตอย่างสยดสยองที่บริเวณบันไดเลื่อนภายในอาคารออชาร์ดทาวเวอร์

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเหตุร้ายเขย่าขวัญที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยปกติแล้วอัตราการเกิดเหตุอาชญากรรมของสิงคโปร์ค่อนข้างต่ำ และต่อมาในวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คนได้ครบ โดยทั้งหมดถูกพิจารณาตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ขณะที่ล่าสุดผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมเพื่อเตรียมขึ้นดำเนินคดีในชั้นศาล โดยที่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนเบื้องต้นถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้ ซึ่งระบุว่ามีสาเหตุมาจากประเด็นความหึงหวง หรืออาจจะบาดหมางกันมาก่อนหน้านี้ที่สถานบันเทิง จึงทำให้อีกฝ่ายจึงติดตามมารุมทำร้ายถึงแก่ชีวิต โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดบาดคอผู้เสียชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว…

สยอง หนุ่มเบลเยียม ใช้มีดแทงท้องตัวเองสาหัส

สยอง หนุ่มเบลเยียม ใช้มีดแทงท้องตัวเองสาหัส

หนุ่มใหญ่ชาวเบลเยียมเครียด! ใช้มีด แทงท้องตัวเองสาหัส กลางลานจอดรถคอนโดย่าน

สุขุมวิท – เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.แล้วเกิดเหตุชาวต่างชาติใช้อาวุธมีดแทงตัวเองที่ท้องได้รับบาด

เจ็บสาหัส จุดเกิดเหตุอยู่ลานจอดรถชั้น 4 ของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในซอยสุขุมวิท 1โดยที่

เกิดเหตุพบชายชาวต่างชาติ ประเทศเบลเยียม อายุ 61 ปี รูปร่างสูงใหญ่ สวมกางเกงขาสามส่วน

สยอง หนุ่มเบลเยียม ใช้มีดแทงท้องตัวเองสาหัส

 

สีดำ ไม่สวมเสื้อ นอนตะแคงคว่ำหน้าด้านขวา อยู่กับพื้นปูน โดยมีอาวุธมีด 2 เล่ม ปักอยู่ที่ท้อง

และที่พื้นมีมีดอีก 2 เล่มวางไว้ผู้เห็นเหตุการณ์ที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดดังกล่าว ได้ประสานเจ้า

หน้าที่กู้ชีพ รพ.บำรุงราษฎร์ พร้อม อาสาสมัครกู้ภัย ร่วมกตัญญู เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ก่อนนำส่ง รพ.บำรุงราษฎร์

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ตำรวจหิ้วตัว 3 เพื่อนสนิทเค้นฆ่าโหดหนุ่มวัย 17

ตำรวจหิ้วตัว 3 เพื่อนสนิทเค้นสอบ ฆ่าโหดหนุ่มหล่อวัย 17

คดีฆาตกรรมปริศนาหนุ่มวัย 17 ปี หน้าตาดี ชาวบ้าน พบนอนเป็นศพ ที่บริเวณริมคลองใกล้สวนปาล์ม บ้านคำนกกก หมู่ 1 ต.หนองแวง อ.บ้านแพง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ภายหลังรับแจ้ง พ.ต.อ.เกียรติปกรณ์ ศิริวงศ์ ผกก.สภ.บ้านแพง พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชาลี รอง ผกก.(สอบสวน) นำ ร.ต.อ.ยุทธพงษ์ สุราสา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านแพง ทีมสืบสวน และแพทย์เวรโรงพยาบาลอำเภอบ้านแพง ลงพื้นที่ตรวจสอบชันสูตรหาสาเหตุ

ทราบชื่อผู้ตายคือ นายธีระวัฒน์ หรือ วัฒน์ อายุ 17 ปี สภาพศพนอนคว่ำหน้าเสียชีวิต สวมเสื้อสีน้ำเงินกีฬาของโรงเรียนแห่งหนึ่ง สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน มีบาดแผลที่ท้ายทอย และเหนือคิ้วซ้าย คล้ายถูกของแข็งทุบตี ตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ตำรวจจึงได้เก็บหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

ตำรวจหิ้วตัว 3 เพื่อนสนิทเค้นฆ่าโหดหนุ่มวัย 17

ล่าสุด (2 พ.ค. 62) พ.ต.อ.เกียรติปกรณ์ ศิริวงศ์ ผกก.สภ.บ้านแพง พร้อมด้วยทีมชุดสืบสวนได้เร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามคนร้าย มาดำเนินคดี เบื้องต้นมุ่งประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งในกลุ่มวัยรุ่น เนื่องจากเคยมีข้อมูล ทะเลาะวิวาทกันมาก่อน ไปจนถึงขัดแย้งชู้สาว รวมถึงปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยได้มีการควบคุมตัว นายปาน ซึ่งเป็นเพื่อนคนสนิทที่พบข้อมูลว่า ก่อนพบศพผู้ตายได้เดินทางไปพบนายปานที่สวนปาล์ม และพบกลายเป็นศพในเวลาต่อมา แต่ทาง นายปาน ยังให้การปฏิเสธ ไม่รู้เห็น

นอกจากนี้ยังได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย อีก 2 ราย เพื่อนสนิท ที่มีพยานระบุว่า พบเห็นอยู่ด้วยกันก่อนเกิดเหตุ อยู่ระหว่างการเร่งสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนการฆาตกรรมเชื่อว่ามีการวางแผนดักทำร้ายร่างกาย ระหว่างผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ มาถึงจุดเกิดเหตุ และยังมีร่องรอยบาดแผลบริเวณศีรษะ ที่เชื่อว่าจะเป็นรอยกระสุน ยิงเข้าท้ายทอย ทะลุออกคิ้วซ้าย ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งศพไปตรวจชันสูตร ประกอบการสืบสวน ล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

แม่น้องเกด เดินทางไป สน.พญาไท รับทราบข้อหาหมิ่น กกต.

แม่น้องเกด พร้อมด้วยกลุ่ม “จ่านิว-เพนกวิน” เดินทางเข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหมิ่น กกต.

ที่ สน.พญาไท เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 เมษายน 2562 นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่น้องเกด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี53 พร้อมด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน อายุ 21 ปี และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว

นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจ พญาไท เพื่อรับทราบข้อกล่าว กรณี กกต.แจ้งความหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยมี พ.ต.อ เจษฎา คุ้มศาสตรา ผกก.พญาไท

ร่วมกันทำการสอบปากคำในครั้งนี้โดย นางพะเยาว์ อัคฮาด เปิดเผยก่อนเข้าห้องประชุมว่า ตนยืนยันว่าไม่เคยให้ร้ายใคร ความจริงเป็นเช่นไรสังคมย่อมเห็นประจักษ์ชัด และพร้อมจะเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวน โดยนางพะเยาว์ ให้การปฎิเสธ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปพิมพ์มือเพื่อตรวจสอบประวัติและปล่อยตัวไป

ด้าน พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สอบสวน เปิดเผยว่า วันนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้งหมดมาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งถูก กกต.แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท และเมื่อทำการสอบปากคำทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำตัวไปทำประวัติ ก่อนจะปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อที่จะให้มาพบพนักงานสอบสวนใหม่ ภายใน 30 วัน เพื่อไปหาหลักฐานมาสู้คดี

อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 ปัจจุบันนางพะเยาว์ เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมาพร้อมกลุ่มนักเคลื่อนไหวจำนวนหนึ่ง เพื่อวางพวงมาลัย 1 พวง ที่บริเวณทางออกของวัด หน้าศาลาชัยสินธพ จุดที่ น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาเสียชีวิต ณ วัดปทุมวนารามแห่งนี้ โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนจะเดินเท้าไป สถานีตำรวจ พญาไท…

บีเอ็ม หรูชนสองล้อซ้อน 3 ฝ่าไฟแดง เจ็บปางตาย

บีเอ็ม

จักรยานยนต์ขับซ้อน 3 ขี่มาอย่างเร็ว ซ้ำยังฝ่าสัญญาณไฟแดงสี่แยก เก๋ง บีเอ็ม คันหรูขับตามไฟเขียว เบรกไม่ทัน

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้เข้าทำการช่วยปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์คันหรูเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณสี่แยกเตียวฮง ถนนหน้าเมืองตัดถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ บีเอ็ม ดับเบิลยู รุ่น 730Ld ป้ายทะเบียนจากกรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ารถมีร่องรอยเฉี่ยวชนพังเสียหาย และพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคิกส์ เสียหลักล้มตะแคงอยู่ด้านหน้ารถยนต์ พร้อมกับพบผู้ได้บาดเจ็บ 3 คน เป็นชายอายุประมาณ 20-25 ปี นอนหมดสติอยู่ และหญิงอีก 2 คน อายุไล่เลี่ยกัน ได้บาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องเร่งช่วยปั๊มหัวใจและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลขอนแก่นเป็นการเร่งด่วน
จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า รถจักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุได้ขับลักษณะนั่งซ้อน 3 กันมา ก่อนจะขับขี่มาด้วยความเร็วและได้ยินเสียงพูดคุยกันดังลั่นมาตลอดทาง แต่เมื่อมาถึงสี่แยก รถจักรยานยนต์ไม่ได้จอดรอสัญญาณไฟแดง แต่ตัดสินใจขี่ฝ่าไฟแดง เพื่อจะเลี้ยวขวาไปทางถนนศรีจันทร์

ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์คันหรูที่ขับมาตามทางและตรงตามสัญญาณไฟเขียวผ่านมาพอดี ทำให้รถยนต์ บีเอ็ม ได้พุ่งชนรถจักรยานยนต์เข้าอย่างจัง ก่อนจะลากรถจักรยานยนต์ไถลไปไกลกว่า 10 เมตร ทำให้ผู้คนที่นั่งทานข้าวอยู่ร้านใกล้เคียง ต้องรีบโทรแจ้งกู้ภัยและเข้าช่วยเหลือในเบื้องต้น

ขณะที่ผู้ขับขี่รถยนต์ดีเอ็มดับเบิ้ลยูคันหรู เปิดเผยว่า จังหวะดังกล่าวตนก็ขับรถมาปกติ เห็นสัญญาณไฟเป็นไฟเขียวก็ออกตัวรถและขับไปทางตรงตามทาง แต่อยู่ๆ มีรถจักรยานยนต์ขี่ตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ทำให้ตนเบรกไม่ทัน รถจึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง หลังจากนั้นได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/news/7762678/

เตรียมแจ้ง 2 ข้อหา หมอ ลักลอบขาย “เฟนเตอร์มีน” ฤทธิ์แรงเท่าเสพยาบ้า

เตรียมแจ้ง “บิ๊กป๋อ-ชินภัทร สารสิน” ขยายผลขบวนการ “ยาลดความอ้วน” เตรียมแจ้ง 2 ข้อหา “ 2 แพทย์” เอี่ยวลักลอบนำตัวยา “เฟนเตอร์มีน” วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ออกนอกระบบการควบคุมของ อย. ไปขายผ่านโซเชียล

เตรียมแจ้ง กรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดยุทธการ “สยบไพรี 62/9 ยาสวย…สังหาร” ลุยค้น 33 จุดทั่วประเทศ พร้อมนำกำลังเข้าค้นบ้านอดีตนางแบบสาวในซอยพัฒนาการ 44 ยึดของกลางยาลดอ้วนกว่า 2 แสนเม็ด ยึดทรัพย์มูลค่า 43 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังล็อก 2 แพทย์คาคลินิกต่างจังหวัด ร่วมนายทุนขนยาที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 และ 4 ออกไปขายในโลกโซเชียล ขณะที่ อย.เตือนสุดอันตรายใกล้เคียงกับเสพยาบ้า ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่าน

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 มี.ค.62 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. เปิดเผยความคืบหน้าคดียาลดความอ้วน ว่า หลังจากเมื่อวาน (11 มี.ค.) ทางเราได้จับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้แล้ว และจากการขยายผลพบว่ามีแพทย์ จำนวนหนึ่ง ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้เราพบว่ามีการตรวจพบและพิสูจน์ทราบได้แล้วว่าเป็นแพทย์ 2 คน ที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งทางเราจะเรียกมาทำการสอบในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ถ้าพบว่ามีความผิดจริงจะแจ้งข้อหา “จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 และประเภท 4” มีอัตราโทษจำคุุก 5 ถึง 20 ปี และข้อสมคบการกระทำความผิดตาม ตาม พ.ร.บ.มาตรการการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ปี 2534

เตรียมแจ้ง

พล.ต.ท.ชินภัทร เปิดเผยต่อว่า ขณะนี้จากการตรวจสอบตัวยาลดความอ้วนพบว่ามีการสั่งมาจากต่างประเทศ และเป็นตัวยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตัวยาจะถูกสั่งจากตามคลินิก โดยจะสั่งผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ อย. จากนั้นทาง อย.จะนำไปส่งตามคลินิกที่สั่งตัวยาไว้ แต่จากการสืบทราบพบว่าตัวยานั้นมีพ่อค้าคนกลางนำตัวยาดังกล่าวออกจากคลินิกและนำไปจำหน่ายเองในราคาสูงกว่าความเป็นจริง 5-10 เท่า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ อย. สังเกตพบว่ามีการเบิกจ่ายยาจำนวนมาก และบ่อยผิดปกติจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ บช.ปส. ให้เข้าตรวจสอบซึ่งจากการตรวจสอบก็พบการกระทำความผิดจริง

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ แพทย์ที่จะเข้าพบและถูกแจ้งข้อหา คือ 1.นายจอมพล มีศรี 2.น.ส.บัณฑิตรา นาใจคง ซึ่งขณะนี้ทางเลขาฯปปส. ได้อนุมัติให้ดำเนินคดีข้อหา

สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ มีอัตราโทษที่ได้รับเท่ากับตัวการ ซึ่งขณะนี้รอหมอเข้าพบ พงส. ตามหมายเรียกผู้ต้องหา.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

พยาบาลสาวถูกเชือดคอ แทงอกยังไม่ตายทันที ฆาตกร จับหน้ากดเบาะจนสิ้นใจ

พยาบาลสาวถูกเชือดคอ ครอบครัวนิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณพยาบาลสาว จากรถเก๋งคันเกิดเหตุเชือดคอสยองกลับบ้าน

พยาบาลสาวถูกเชือดคอ เตรียมทำพิธีทางศาสนา ผู้เป็นแม่อยากถามฆาตกร “ฆ่าลูกทำไม” เผยอีกปมค้ำประกันเงินกู้

จากกรณีพบศพ น.ส.ศรีสุภางค์ หรือเก่ง สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายใช้ของมีคมปาดคอความยาวประมาณ 7 เซนติเมตร และแทงที่กลางหน้าอกนอนเสียชีวิตคว่ำหน้าตัวพาดยาวอยู่ระหว่างกลางเบาะรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน ญฉ 5426 กรุงเทพมหานคร

เหตุเกิดบริเวณกลางซอยหอพักแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลภาชี ถนนสายภาชี-หินกอง หมู่ 2 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา

พยาบาลสาวถูกเชือดคอ

ซึ่งจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบรถยนต์ของผู้ตายขับมาจอดและดับเครื่องยนต์ตรงจุดเกิดเหตุ ก่อนมีชายฉกรรจ์ลงมาจากฝั่งคนขับโดยมีรูปพรรณสัณฐานสูงใหญ่ สวมเสื้อสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีครีม พร้อมทั้งใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดมือ ก่อนเดินหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มี.ค.62 ที่สำนักงานผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (บก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัณยานนท์ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยเพียงสั้นๆ ก่อนเข้าห้องประชุม กต.ตร.สัญจร ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลความคืบหน้าของคดี แต่มีข่าวดีอย่างแน่นอน โดยในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 12 มี.ค.62 ที่จะถึงนี้ ที่ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ทาง พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา จะเป็นผู้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ปอท .ออกโรงเตือน อย่าคิดเลียนแบบเสี่ยล้งทุเรียน สุ่มเสี่ยงพ.ร.บ.คอมพ์

ปอท โฆษก บก.ปอท.ชี้ “เสี่ยล้งทุเรียนชุมพร” โพสต์เฟซบุ๊กหาคู่ให้ลูกสาวเป็นสีสันบนโซเชียล เตือนรายอื่นอย่าคิดเลียนแบบ อาจพลาดทำผิด พ.ร.บ.คอมพ์ได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องไม่จริง

ปอท เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 7 มี.ค.62 ที่ บก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 ในฐานะโฆษก บก.ปอท. ได้กล่าวถึงกรณีที่นายอานนท์ รถทอง หรือเสี่ยล้งทุเรียนชาวชุมพร ประกาศหาคู่ให้ น.ส.กาญจน์สิตา รถทอง ลูกสาวคนสุดท้องผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “อานนท์ รถทอง” ตามที่เป็นข่าวดังนั้น

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เผยว่า ส่วนตัวแล้วมองเรื่องนี้เป็นสีสันบนโลกโซเชียล เมื่อมีการประกาศหาคู่พร้อมธุรกิจทุเรียนและเงินทุนอีก 10 ล้านบาท ทำให้ชายไทยบางกลุ่มเกิดความหวังที่จะพบรักกับหญิงสาว มีเงินมีทอง มีพ่อตาเป็นฝ่ายอุปถัมภ์ให้ อยากจะฝากเตือนไว้ว่า ถ้ามีคนที่คิดอยากจะโพสต์ในลักษณะแบบนี้อีก ถ้าการโพสต์ออกมาแล้วเกิดเป็นเท็จหรือมีเจตนาบิดเบือนแล้วจะทำให้ประชาชนเกิดความเสียหายก็อาจจะสุ่มเสี่ยงกับการถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้

ปอท

“ถ้าจะสร้างสีสัน ก็ขอให้พิจารณาให้ดีก่อนว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง นึกสนุกคึกคะนองโพสต์ออกมาแล้วเกิดความเสียหายกับประชาชน ไม่เป็นความจริงจะถูกดำเนินคดีแน่นอน จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้ ซึ่งอัตราโทษค่อนข้างหนักคือ ม.14(1) ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

โจรใต้ ทำทีซื้อของก่อนชักปืนยิงลุงวัย 66 ปี ดับคาร้านน้ำชาที่ปัตตานี

โจรใต้ คนร้ายก่อเหตุทำทีจะมาซื้อของ เดินเข้าไปแล้วชักปืนยิงใส่หัวลุงวัย 66 ปี ชาวบ้านบือแนปาแด ต.กะดุนง อ.สายบุรี ดับคาร้านน้ำชา ตร.พุ่งปมฆ่าเพราะขัดแย้งส่วนตัว และสร้างสถานการณ์ในพื้นที่…

โจรใต้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 มี.ค. พ.ต.อ.มนตรี คงวัดใหม่ ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันในร้านน้ำชาไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ ม.7 บ้านบือแนปาแด ต.กะดุนง จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.อ.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผบ.ทพ.44 ทราบ พร้อมนำกำลังไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือดที่พื้นในร้านน้ำชา ทราบชื่อ นายดอเลาะ ดีเย๊าะ อายุ 66 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.กะดุนง สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ศีรษะ 1 นัด ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้และพบปลอกกระสุน 1 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

โจรใต้

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายเพิ่งมาจากไปกรีดยางที่สวน จากนั้นจึงมานั่งในร้านน้ำชาเป็นประจำ โดยในร้านมีชาวบ้านนั่งอยู่ด้วย ปรากฏว่ามีคนร้ายสองคนขับขี่รถ จยย.มาจอดทำทีมาซื้อของ คนซ้อนท้ายลงจากรถเดินเข้ามาหาผู้ตายก่อนชักอาวุธปืนออกมาจ่อยิงที่หัวของผู้ตาย 1 นัดจนเสียชีวิตทันที ต่อหน้าชาวบ้านและแม่ค้าที่อยู่ในร้าน หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งขึ้นรถ จยย.ที่เพื่อนรออยู่หลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้สั่งหน่วยกำลังในพื้นที่ออกติดตามไล่ล่าคนร้ายตามเบาะแสที่ได้รับแจ้ง เนื่องจากคนร้ายไม่มีการปกปิดใบหน้า พร้อมกำชับให้รวบรวมพยานหลักฐานและเชิญพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุสอบขยายผลเกี่ยวกับรูปพรรณของคนร้ายทั้ง 2 คน ส่วนสาเหตุ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เปิดเผยว่า อยู่ในระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ ส่วนประเด็นการสร้างสถานการณ์ก็ยังไม่ได้ตัดทิ้งต้องรอผลตรวจจากวัตถุพยานอีกครั้ง.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

 …