อพพยนักเรียนหนีไฟไหม้บริษัทรับซื้อยางรถยนต์เก่า

อพพยนักเรียนหนีไฟไหม้บริษัทรับซื้อยางรถยนต์เก่า

อพพยนักเรียนหนีไฟไหม้บริษัทรับซื้อยางรถยนต์เก่า

อพพยนักเรียนหนีไฟไหม้บริษัทรับซื้อยางรถยนต์เก่า เกิดเหตุไฟไหม้ บริษัทรับซื้อยางรถยนต์เก่า และขยะพลาสติก ในพื้นที่ตำบลมาบข่า อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดระยอง เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เกิดควันดำลอยเต็มท้องฟ้า และส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณหลายกิโลเมตร

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และรถน้ำดับเพลิงหลายสิบคันมาช่วยกันฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิง แต่ก็เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากพลาติกเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และมีพื้นที่มากกว่า 3 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลิ่นควัน และสารเคมีลอยคละคลุ้งทั่วบริเวณ ส่งผลกระทบโดยตรงกับนักเรียน โรงเรียนนิคมวิทยา เนื่องจากอยู่ในรัศมีไม่ถึง 20 กิโลเมตรหลังจากสูดดมกลิ่น ส่งผลให้นักเรียนหลายคนมีอาการมึนหัว วิงเวียนศีรษะ หายใจติดขัด ทางโรงเรียนแจ้งขอความช่วยเหลือจากกู้ภัย นำเด็กนักเรียนส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเป็นการด่วน

ทางโรงเรียนต้องประกาศหยุดเรียนและให้นักเรียนกลับบ้านโดยด่วน ส่วนพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ยังคงระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง ยังมีเปลวไฟตลอดเวลา คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะไฟดับสนิท ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

คุณปู่ตรอมใจผูกคอตายตามหลังคุณย่าล้มเสียชีวิต

คุณปู่ตรอมใจผูกคอตายตามหลังคุณย่าล้มเสียชีวิต

คุณปู่ตรอมใจผูกคอตายตามหลังคุณย่าล้มเสียชีวิต

คุณปู่ตรอมใจผูกคอตายตามหลังคุณย่าล้มเสียชีวิต ที่จังหวัดพิษณุโลก มีเรื่องเศร้าของคุณปู่คุณย่าคู่หนึ่งที่ครองรักกันมานาน แต่ว่าเมื่อเช้าคุณย่าลื่นล้มศีรษะฟาดพื้นเสียชีวิต คุณปู่ ตรอมใจผูกคอตายตาม

เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก ซึ่งบ้านหลังนี้ปู่ย่าอยู่กันสองคน เช้ามาเพื่อนบ้าน ผ่านมาเห็น คุณปู่จรูญ ศิริวัฒน์ วัย 89 ปี นั่งอยู่ตรงบันไดบ้าน เรียกแล้วไม่ตอบ จึงเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็พบว่าคุณตาใช้สายไฟผูกคอ เสียชีวิตแล้ว และพอไปดูในห้องครัว ก็ไปพบร่างของนางบุญมา ศิริวัฒน์ วัย 82 ปี ภรรยาของคุณปู่ เสียชีวิต ในสภาพที่นอนจมกองเลือด ใกล้กับอ่างล้างจาน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบศพนางบุญมา พบว่ามีบาดแผลยาวประมาณ 5 เซนติเมตรที่บริเวณศีรษะ แต่ไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย จึงสันนิษฐานว่า คุณย่า อาจจะล้างชาม แล้วลื่นล้มศีรษะฟาดกับอ่างล้างชามเสียชีวิต ส่วนคุณปู่จรูญ เมื่อมาเห็นว่า คุณย่าเสียชีวิต ทำใจไม่ได้ ก็เลยผูกคอตายตาม เพราะลูกหลานยืนยันว่าคุณปู่คุณย่ารักกันมาก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

จระเข้โผล่ชายหาดนราทัศน์

จระเข้โผล่ชายหาดนราทัศน์

จระเข้โผล่ชายหาดนราทัศน์

จระเข้โผล่ชายหาดนราทัศน์  อ.เมือง จ.นราธิวาส เกิดขึ้นช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.พ. 62 ซึ่งนายประพัฒน์พงศ์ ทักษิณสัมพันธ์ หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง

สำนักงานประมง จ.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่ประมง จ.นราธิวาส ได้ติดตามข่าวสารการรับแจ้งจากนายมามะ กาเด็ง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.6 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ พบจระเข้ไม่ทราบเพศ 1 ตัว ว่ายโผล่ผิวน้ำที่บริเวณริมชายหาดด้านหลังของสำนักงานศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ ซึ่งห่างจากชายฝั่งประมาณ 100 เมตร

จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบจระเข้ขนาดความยาวไม่ต่ำกว่า 2.5 เมตร ลอยตัวห่างริมฝั่งประมาณ 60 เมตร ซึ่งห่างจากจุดที่รับแจ้งจากชาวบ้านประมาณ 800 เมตร จากการสอบถามชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว พบว่าจระเข้มักโผล่ขึ้นมาผิวน้ำเพื่ออาบแดดบ่อยครั้ง และคาดว่าน่าจะมีอีกประมาณ 2 ตัว

จากการตรวจสอบฟาร์มจระเข้ของชาวบ้านที่เลี้ยง พบว่าจำนวนจระเข้ในความครอบครองของชาวบ้านที่เลี้ยงอยู่ครบ และจากการติดตามความเคลื่อนไหวจระเข้อย่างต่อเนื่อง จระเข้ตัวดังกล่าวได้ว่ายน้ำโผล่ผิวน้ำที่บริเวณชายหาดนราทัศน์ ซึ่งเริ่มที่จะเข้ามาใกล้ชายหาดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอาจจะได้รับอันตรายได้ จึงประสานประมง จ.นราธิวาส ให้รับทราบ พร้อมแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญดำเนินการจับจระเข้ในช่วงค่ำของวันนี้

ด้านนายนิพนธ์ เสนอินทร์ รักษาราชการแทนประมง จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า การจับจระเข้ไม่น่าจะไม่ยุ่งยาก เพราะทะเลสงบไม่มีคลื่นลม จึงฝากประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวให้ระมัดระวัง และไม่ควรลงเล่นน้ำในช่วงนี้ ส่วนชาวประมงเองก็อย่าไปรบกวน เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจะจับลำบาก อาจทำให้จระเข้ตื่นกลัว และอาจถูกทำร้ายได้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์ ปมรักอลเวง-ภาพไม่ควรในโซเชียล

เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์

เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์ มีรายงานว่า พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รอง ผบช.สกพ.) ปฏิบัติราชการ ผบช.สกพ. มีบันทึกข้อความ สกพ. ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เรื่องให้ข้าราชการปฏิบัติราชการในสังกัด ตร. ถึงผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา และผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางความว่า

ด้วย ตร.มีบันทึกลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ให้ ร.ต.อ.สงกรานต์ เตชะณรงค์ รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการปราบปราม รักษาราชการแทน รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 ปฏิบัติราชการ ที่ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจ กองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง (บก.ฝรก.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผกก.ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจ บก.ฝรก.มอบหมาย ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ มีรายงานว่าการย้ายครั้งนี้ เนื่องมาจากปัญหาครอบครัวของ ร.ต.อ.สงกรานต์ ที่มีข่าวหย่าร้างกับภรรยา และไปคบหากับนางเอกสาวอีกคน รวมทั้งภาพของ ร.ต.อ.สงกรานต์ ที่ปรากฏรอยสักตามตัวลงตามโซเชียลต่าง ๆ สร้างความไม่เหมาะสมไปถึงหน่วยงาน บก.ตร.มหด.รอ.904 ที่เจ้าตัวสังกัด โดยที่ผ่านมาต้นสังกัดได้ตักเตือนและสั่งการให้ ร.ต.อ.สงกรานต์ แก้ไขปัญหาดังกล่าวหลายครั้ง แต่ยังไม่มีความคืบหน้า และยังปรากฏภาพไม่ควรในโซเชียลอีก เชื่อว่าเป็นที่มาของคำสั่งย้ายข้ามบก.ครั้งนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ผู้จัดการโรงแรมโหดยิงหมาดับ

ผู้จัดการโรงแรมโหดยิงหมาดับ

ผู้จัดการโรงแรมโหดยิงหมาดับ

ผู้จัดการโรงแรมโหดยิงหมาดับ วอตช์ด็อกไทยแลนด์ นำคลิป ผจก.โรงแรมที่ชะอำ ยิงสุนัขจรจัด ที่เข้ามารบกวนลูกค้า จนสุนัขตาย ส่งมอบให้ตร.เพื่อคุมตัวมาดำเนินคดี ข้อหากระทำการทารุณกรรมสัตว์และใช้อาวุธปืนที่ไม่ได้รับอนุญาต

วันนี้ 15 ก.พ.2562 ได้มีตัวแทนของวอตช์ด็อกไทยแลนด์ ได้เดินทางมาร้องทุกข์ ที่ สภ.ชะอำ พร้อมทั้งมอบคลิปภาพเคลื่อนไหว โดยผู้ต้องหาตามภาพคลิปที่ปรากฏใช้อาวุธปืนยิงสุนัข ที่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ชะอำ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 เวลาประมาณ 17.00 น. ซึ่งเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย ขอให้พงส.นำตัวมาดำเนินคดี

ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ชะอำ พบนายจอมพล หรือพล จิตจำนง อายุ 42 ปี บ้านอยู่ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ผู้ต้องหารายนี้ กำลังนั่งทำงานอยู่บริเวณโต๊ะทำงานภายในโรงแรม จึงได้แสดงตัว พร้อมสอบถามเรื่องราวกรณีใช้อาวุธปืนยิงสุนัขได้รับบาดเจ็บ

ผู้ต้องหาดูแล้วรับว่า ภาพในคลิปดังกล่าวเป็นภาพของตน ที่กำลังใช้อาวุธปืนยิงสุนัขจริง สารภาพว่าโมโห เพราะหมาตัวนี้ไปไล่กัดแขกที่เข้าพัก จึงได้ใช้ปืนยิงจนสุนัขเสียชีวิต

เมื่อสอบถามถึงอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหารับว่า ซุกซ่อนอยู่ที่ลิ้นชักโต๊ะทำงานของผู้ต้องหา พร้อมนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ยึดไว้ และผู้ต้องหารับว่า เป็นอาวุธปืนของตนเอง จึงได้แจ้งข้อหา และแจ้งสิทธิให้ ผู้ต้องหาทราบ และจับกุมตัวดำเนินคดี

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่หรือทางสาธารณะ ทารุณกรรมสัตว์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ม.20 ที่ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

สิบล้อเบรกแตกชนเก๋ง 10 คันซ้อน ขวางสะพานข้ามแยกรัชดา-พระราม 4

สิบล้อเบรกแตกชนเก๋ง เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกเบรกแตก ระหว่างทางถนนสะพานข้ามแยก ณ ระนอง เป็นเหตุทำให้รถกว่า 10 คันกีดขวางเส้นทาง

สิบล้อเบรกแตกชนเก๋ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. เกิดอุบัติเหตุบนสะพานห้าแยก ณ ระนอง ข้ามถนนรัชดาภิเษก-พระราม 4 ฝั่งขาออก

สิบล้อเบรกแตกชนเก๋ง

เป็นเหตุทำให้รถยนต์ 10 คันกีดขวางทุกช่องทางจราจร ทำให้สภาพจราจรติดขัดสะสมเป็นทางยาว เจ้าหน้าที่ได้ถึงจุดเกิดเหตุและเร่งดำเนินการเคลียร์เส้นทางแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เร่งทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ประสบเหตุออกจากเส้นทาง พร้อมกับแนะให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเลี่ยงเส้นทางถนนรัชดาภิเษก ฝั่งขาออก วิ่งถนนพื้นราบเท่านั้น โดยขณะนี้ปริมาณรถติดสะสมไปถึงแยกอโศก-สุขุมวิทแล้ว

สำหรับอุบัติเหตุดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าเป็นเหตุรถบรรทุกเบรกแตก ระหว่างกำลังเร่งเครื่องทางลงสะพานดังกล่าว หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

ฆาตกรรมโหด-ตำรวจไล่ล่ามือแทงดับชายเก็บของเก่า ถูกฆ่าปาดคอ

ฆาตกรรมโหด ร.ต.อ.สรวิศิษฎ์ มีเพียร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งมีผู้ถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่ร้านอาหารร้าง ห้าแยกเนินพระเนาว์ ต.หาดคำ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย

ฆาตกรรมโหด ที่เกิดเหตุ พบศพนายวีระชัย อายุ 35 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี สวมเสื้อยืดสีดำ เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว สวมถุงเท้า นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ข้างกองขยะ ชันสูตรพบมีร่องรอยถูกของมีคมไม่ทราบชนิดแทงเข้าที่บริเวณลำคอ 1 แผล ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร และบริเวณหน้าท้อง 1 แผล แต่แทงไม่เข้าเป็นรอยเฉือนเล็กน้อย

ฆาตกรรมโหด

โดยมือขวาของผู้ตายยังกำไฟแช็คอยู่แน่น คาดว่า จะถูกทำร้ายแล้วพยายามวิ่งหลบหนีออกมาด้านนอกจนถึงกองขยะแล้วขาดใจตายเสียก่อน

จากการสอบถาม นายคมฉัน อายุ 37 ปี เพื่อนผู้ตาย บอกว่า พวกตนเก็บของเก่าขาย ทุกวันจะมานั่งดื่มเหล้าอยู่ที่ร้านอาหารร้างแห่งนี้ ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มเหล้าด้วยกัน 4 คน แต่ตนเมาก่อนแล้วหลับ ตื่นมาอีกที ไม่เห็นใคร จึงเดินออกมาด้านนอกเห็นนายวีระชัย นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ข้างกองขยะ ตนจึงเดินไปแจ้งมูลนิธิวีอาร์กู้ภัยหนองคายที่อยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุให้มาช่วยเหลือ

ขณะที่ นางสาวปุ้ย (พลเมืองดี) บอกว่า ที่แห่งนี้มักจะมีคนมามั่วสุมกันเป็นประจำ ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ตนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณนี้ มองไปเห็นคนนั่งดื่มเหล้าอยู่ 3-4 คน หนึ่งในนั้นคือ นายคมฉัน (เพื่อนผู้ตาย) จึงอยากให้เจ้าหน้าที่กวดขันบริเวณนี้ ไม่ให้มีการมั่วสุมกันเพราะเป็นที่หวาดระแวงของคนที่ผ่านไปมา

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวนายคมฉัน ไว้สอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีประเด็นสงสัยหลายอย่าง และคาดว่า หลังเกิดเหตุเพื่อนร่วมวงอีก 2 คน จะหลบหนีไป โดยจะเร่งติดตามมาสอบสวนและจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

เหยื่ออีกรายเผย แก๊งอาร์ตลายตีผิดตัว รับค่าจ้าง 1,500 ตำรวจรู้ตัว

เหยื่ออีกรายเผย “เทพโซโล” หนีซุกพม่า ตร.เร่งประสานลากคอกลับไทย เหยื่ออีกรายเผย ถูกตีผิดตัว

เหยื่ออีกรายเผย พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.สส.ภ.4. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวมรวบพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ที่ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “เทพ โซโล” และ “เทพบุตร โซโล”

ซึ่งทางการสืบสวนสอบสวนขณะนี้นั้นทราบตัวตนคนร้ายรายนี้ชัดเจนแล้ว แต่ยังคงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆขณะนี้ โดยล่าสุดพบว่าหลบหนีอยู่ในประเทศเมียนมาร์ แต่ต้องการให้หลักฐานชี้ชัดมากกว่านี้ ซึ่งทันทีที่ ตร.ภ.4 ได้หมายจับมาแล้ว จะทำการประสานทางการเมียนมาร์อย่างเป็นทางการตามขั้นตอนระหว่างประเทศทันที

เหยื่ออีกรายเผย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้มีการประสานทางส่วนตัวไปด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจไทยและทางการเมียนมาร์มีการประสานงานกันในเรื่องส่งตัวผู้ต้องหาในหลายๆคดีมาแล้ว และได้รับการร่วมมือเป็นอย่างดี

คดีล่าสุดที่เกิดขึ้นที่ขอนแก่นคาดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งผู้ต้องหาเหล่านี้จะต้องเอาตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยให้ได้ ทั้งนี้ “เทพบุตรโซโล”นั้นเป็นแก๊งเดียวกันกับแก๊งค์ “มันทุกเม็ด” ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า

เมื่อแก๊งค์มันทุกเม็ดมีหมายจับก็ทำการปิดเฟชบุคไปและมาตั้งเป็น”เทพ โซโล ” และ “เทพบุตร โซโล” และในขณะนี้ “เทพบุตรโซโล” ตัวจริงก็ปิดเฟชบุ๊กไปแล้วเช่นกัน ซึ่งต่อไปก็จะตั้งชื่อเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงในการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ภายหลังจากมีคลิปเหตุการณ์รุมทำร้ายร่างกาย ชายไม่ทราบชื่อ

ซึ่งเป็นคลิปที่แก๊งค์ของนายอรรถพล หรืออาร์ตลาย อายุ 22 ปี พร้อมพวกรุมทำร้ายร่างกาย จนสุดท้ายกลายเป็นทำร้ายผิดคน และยังได้ปล้นเอารถจักรยานยนต์ไปด้วยนั้น ซึ่งผู้เสียหาย ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เรียกตัวผู้เสียหาย คือนายกิตติพัฒน์ หรือต้า อายุ 25 ปี มาสอบสวนแล้ว

“นายกิตติพัฒน์ ให้การว่า ไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหามาก่อน แต่ที่ไปตามนัดเพราะต้องการกู้ยืมเงิน แต่เมื่อไปถึงที่นัดหมายกับพบวัยรุ่นประมาณ 5 คนยืนถือไม้เบสบอลและท่อนไม้ยืนอยู่หน้าบ้าน จึงจอดรถจักรยานยนต์แล้วทำทีเดินไปปัสสาวะข้างทาง

กลุ่มผู้ต้องหาจึงวิ่งเข้ามารุมทำร้ายโดยไม่ทราบสาเหตุ และผู้ที่ถูกกลุ่มนายอาร์ตลาย รุมทำร้ายร่างกายนั้นชื่อว่า นายบุญจันทร์ อายุ 52 ปี ชาว จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามตัวนายบุญจันทร์มาสอบสวนแล้วเช่นกัน”

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายบุญจันทร์ ให้การว่ามีอาชีพเผาถ่านขายอาศัยอยู่ในชุมชนริมทางรถไฟพื้นที่บ้านหนองไผ่ ต.ศิลา

โดยรู้จักกับนายต้า เพราะอยู่ในชุมชนเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุ นายต้าได้ชวนให้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาเป็นเพื่อน โดยนายต้าอ้างว่าจะไปจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้รายวัน เมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ไปถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งริมถนนเลี่ยงเมือง

พื้นที่บ้านเป็ด ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น นายต้าได้จอดรถจักรยานยนต์ จากนั้นก็หายตัวไปเหลือเพียงนายบุญจันทร์ ที่ถูกพรรคพวกของนายอาร์ตรุมทำร้าย

ซึ่งเมื่อนายอาร์ตทราบว่าคนที่ถูกตีไม่ใช่นายต้า จึงปล่อยตัวไปและทำการยึดเอารถจักรยานยนต์ของนายต้าไว้พร้อมทั้งปล่อยตัวนายบุญจันทร์ออกมาด้วย

จากการตรวจสอบประวัติของนายบุญจันทร์ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด จึงเชื่อว่านายต้ารู้ตัวก่อนจึงหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกปล้นเอารถจักรยานยนต์ไป

อย่างไรก็ตามในการสอบสวนในคดีที่เกิดขึ้นนั้น นายอรรถพล ได้รับการว่าจ้างจาก “เทพโซโล” ให้ทำร้ายนายต้าให้ได้รับบาดเจ็บเพื่อเป็นการสั่งสอนที่เบี้ยวค่ายาเสพติด ในราคา 5,000บาท พร้อมถ่ายคลิป แต่เมื่อทำงานพลาดเพราะตีผิดตัว

“เทพโซโล”จึงจ่ายเงินให้เพียง 1,500 บาท โดยผู้ที่ร่วมรุมทำร้ายนายบุญจันทร์ในวันดังกล่าวประกอบด้วย นายอาร์ต นายอั๋น (นามสมมุติ) อายุ16ปี ,นายมนตรีหรือมล อายุ23 ปี, นายเกียรติศักดิ์หรือบูม อายุ 23 ปี , น.ส.อริสาหรือฝน อายุ 22 ปีและด.ญ.เอ(นามสมุติ)อายุ 15 ปี ซึ่งผู้ต้องหา 5 คน เป็นผู้ต้องหาในคดีทำร้ายนายเรดจนเสียชีวิต

แต่หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายนายบุญจันทร์และร่วมกันปล้นรถจักรยานยนต์ของนายต้าแล้ว จึงได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 5 คน รวมทั้งเด็กหญิงอายุ 15 ปีอีกหนึ่งคน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ รวมถึงข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร เพิ่มเติมด้วย.

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

นักศึกษาสาว ปวส. รับไม่ได้ แฟนหนุ่มบอกเลิก ชักมีดปักอกซ้ายตายคาที่

นักศึกษาสาว ปวส. สาว ปวส.ยืนสะอื้นหน้าศพแฟน รับไม่ได้โดนแฟนหนุ่มบอกเลิก หลังคบกันได้ 5 เดือน ชักอาวุธมีดขึ้นมาปักอกซ้ายดับอนาถ

นักศึกษาสาว ปวส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุพบผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ภายในซอยรามอินทรา 75 (ซอยสันติสุข)

แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. ในที่เกิดเหตุพบ นายพีรศิลป์ อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 2 ถูกอาวุธมีดแทงปักเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย 1 แผล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงกันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีม่วง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

นักศึกษาสาว

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบ น.ส.สุพรรษา อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 2 กำลังยืนร้องไห้รอให้การกับทางตำรวจ ก่อนเชิญตัวไปสอบสวนที่ สน.คันนายาว

นางรัตนา อายุ 53 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ลูกชายเคยมาระบายให้ฟังว่า อยากจะเลิกคบกับเพื่อนหญิง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยถูกไล่ทำร้ายด้วยอาวุธมีด

เนื่องจากเป็นคนอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว อีกทั้งฝ่ายหญิงเคยมีครอบครัวมาก่อน ตนจึงกำชับให้ลูกชายคอยระมัดระวังตัวด้วย จนกระทั่งในวันนี้ถูกทางฝ่ายหญิงทำร้ายด้วยอาวุธมีดเล่มเดิม เนื่องจากลูกชายเพิ่งจะขอเลิกรา หลังจากเพิ่งคบกันได้เพียง 5 เดือน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

วงจรปิดนาทีชีวิต เขยลั่นไกฆ่ายกครัวเมีย 5 ศพ ลูกสาวท้องคลานไปกอดพ่อ

วงจรปิดนาทีชีวิต พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผบก.ภ.จ.อุตรดิตถ์ ได้ประชุมชุดสืบสวนเพื่อติดตามหาคนร้าย คือ นายธีรพล อายุ 39 ปี ใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิง นายวิรัตน์ อายุ 48 ปี พ่อตา ถูกยิงเข้าหน้าทะลุท้ายทอย และนางกัญญารัตน์ บุตรสาวของนายวิรัตน์

วงจรปิดนาทีชีวิต ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุและตั้งครรภ์ประมาณ 4 เดือน ถูกยิงเข้าทะลุศีรษะและกลางหลัง เสียชีวิตคาที่ในโรงจอดรถ

จากนั้น จะได้ไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 71 ม.2 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ บ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ซึ่งนายธีรพล ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิง นางน้ำผึ้ง อินทรสิทธิ์ อายุ 48 ปี แม่ยาย นางน้ำผา อินทรสิทธิ์ อายุ 48 ปี

วงจรปิดนาทีชีวิต

พี่สาวฝาแฝดของนางน้ำผึ้ง ถูกยิงหลายนัดเข้าที่หัวและหน้าอก เสียชีวิตภายในห้องนอน และนางกนกวรรณ อายุ 53 ปี พี่สาวของนางน้ำผึ้ง เสียชีวิตอยู่บริเวณริมถนนหน้าบ้าน

นายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอพิชัย กล่าวว่า จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ทราบว่า คนร้าย ได้ก่อเหตุจุดแรกที่บ้านเลขที่ 71 ม.2 ต.พญาแมน ยิงแม่ยายและพี่สาวฝาแฝดเสียชีวิตในห้องนอน จากนั้นขณะขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ พี่สาวของผู้ตายคือนางกนกวรรณ

ได้ยินเสียงปืนจึงวิ่งออกมาดู ทำให้ถูกยิงเสียชีวิตอีก 1 ราย รวมเป็น 3 ราย หลังจากนั้น คนร้าย ได้ขับรถไปที่บ้านเลขที่ 177 ม.1 ใช้อาวุธปืนยิงพ่อตาและภรรยาเสียชีวิต รวมทั้ง 2 จุด มีผู้เสียชีวิต 5 ราย

นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นายเอกราช กำแหง และนายเขียว ยีมุบ ซึ่งเป็นญาติกับผู้ตาย ขณะนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์

ซึ่งในจุดแรกบริเวณโรงจอดรถนั้น กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพนาทีเกิดเหตุไว้ได้ โดยก่อนเกิดเหตุ นายธีรพล คล้ายมีปากเสียงกับภรรยาและพ่อตา ก่อนชักปืนออกมาจ่อยิงพ่อตา นางกัญญารัตน์พยายามวิ่งเข้าไปช่วยพ่อจึงถูกยิงล้มลงไปด้วย

ระหว่างนั้น ผู้ก่อเหตุได้วิ่งไล่ยิงหญิงสาวคนหนึ่งจนหายออกไปจากกล้องวงจรปิด ส่วนนางกัญญารัตน์ที่ได้รับบาดเจ็บก็คลานเข้าไปกอดพ่อของตนเองเอาไว้ แล้วแน่นิ่งไปทั้งคู่ จากนั้น นายธีรพลได้เดินกลับไปหาผู้บาดเจ็บที่นอนอยู่ ก่อนใช้ปืนจ่อยิงอีกหลายนานแล้วหลบหนีไป

ส่วนสาเหตุทราบเบื้องต้นจากชาวบ้านว่า ผู้ก่อเหตุมีปัญหาทะเลาะกับภรรยาบ่อยครั้งจากความหึงหวง โดยวันนี้ทะเลาะกันตั้งแต่ช่วงเช้า ผู้ก่อเหตุเคยขู่คาดยกครัว รวม 7 หลัง มาก่อหน้านี้ จนกระทั่งก่อเหตุสลดดังกล่าว ส่วนคนร้าย หลังจากก่อเหตุแล้วได้หลบหนีโดยใช้รถโตโยต้า แคมรี่ สีขาว ทะเบียน กล 4561 พิษณุโลกหลบหนี

ล่าสุด รถคันดังกล่าวได้นำรถเก๋งมาจอดไว้ภายในโรงแรม อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งจอดไว้หน้าห้องพักหมายเลข 9 สภาพรถถูกล็อกประตูไว้ โดยแม่บ้านของโรงแรม เปิดเผยว่า นายธีรพลได้ขับรถเก๋งเข้ามาเปิดห้องพัก จากนั้นได้มาแจ้งว่าขอยืมรถจยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 437 พิษณุโลก เพื่อไปรับเพื่อนสาวที่ห้างแห่งหนึ่ง แต่ขณะนี้ก็ยังไม่กลับเข้ามาแต่อย่างใด

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นพื้นที่รอบบริเวณเพื่อรอเจ้าหน้าที่วิทยาการ ศพฐ.6 เข้ามาตรวจสอบเก็บหลักฐานภายในรถเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี คาดว่าน่าจะยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ ในเบื้องต้นตำรวจได้เช็คไปทางสัญญาณโทรศัพท์ของผู้เกิดเหตุ ปรากฏว่าอยู่จังหวัดปทุมธานี

ขอบคณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…