พน.ไฟแนนซ์ ใช้ข้อมูลลูกค้าเปลี่ยนเบอร์เชื่อมบัตรเครดิต ดึงเงินไปใช้สูญเงินรวมกว่า 280,000

280,000

พน.ไฟแนนซ์ ใช้ข้อมูลลูกค้าเปลี่ยนเบอร์เชื่อมบัตรเครดิต ดึงเงินไปใช้สูญเงินรวมกว่า 280,000

พน.ไฟแนนซ์ ใช้ข้อมูลลูกค้าเปลี่ยนเบอร์เชื่อมบัตรเครดิต ดึงเงินไปใช้สูญเงินรวมกว่า 280,000

280,000

วันที่ 9 ต.ค. 62 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น.พร้อม พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. และนายปราโมทย์ ลลิกิตติ หัวหน้าคณะทำงานป้องกันการทุจริต ชมรมบัตรเครดิต ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายธนากร สงวนศักดิ์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 523/2562 ลงวันที่ 4 ต.ค. 62 ความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนฯ” สามารถจับกุมได้ที่ย่านบางบอน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายรวม 25 ราย แจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกคนร้ายลอบเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้เสียหายเชื่อมข้อมูลกับบัตรเครดิต แล้วนำไปรูดซื้อสินค้า จนสูญเงินรวมกว่า 280,000 บาท ทางตำรวจ กก.2 บก.สส.บช.น. จึงสืบสวนจนทราบว่า นายธนากร เป็นผู้ก่อเหตุในคดีนี้

โดยนายธนากร เคยประกอบอาชีพเป็นพนักงานสินเชื่อรถยนต์ของธนาคารแห่งหนึ่ง ปัจจุบันเป็นพนักงานขายประกันรถยนต์และขายรถมือสอง จึงรู้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า เช่น หมายเลขบัตรประชาชน,วันเดือนปีเกิด,เบอร์โทรศัพท์ และหมายเลขบัตรเครดิต รวมถึงขั้นตอนติดต่อการทำธุรกรรมเกี่ยวกับบัตรเครดิต

ใช้วิธีติดต่อไปที่คอลเซ็นเตอร์ของบริษัทบัตรเครดิตที่ลูกค้าใช้ เพื่อเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์ให้เป็นเบอร์ของตัวเอง แล้วขอรับรหัสรักษาความปลอดภัย (OTP) ก่อนจะนำข้อมูลบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปชำระค่าสินค้า และบริการที่ร้านค้าต่างๆ ผ่านระบบคิวอาร์โค้ด ทำให้ไม่มีข้อความแจ้งเตือนเข้าไปยังโทรศัพท์ผู้เสียหายซึ่งเป็นคนถือบัตรเครดิตตัวจริง นอกจากนี้ นายธนกร เลือกก่อเหตุในเวลากลางคืน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เหยื่อกำลังนอนหลับ ทำให้ไม่ทราบความเคลื่อนไหวทางการเงิน และอาจไม่ทันเห็นข้อความแจ้งขอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์จากธนาคาร

280,000

จากการสอบสวนนายธนากร ให้การยอมรับว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยล้วงข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้าไปกว่า 20 ใบ เมื่อได้ข้อมูลบัตรมาจะนำไปใช่จ่ายทั่วไป ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินคดี

ด้าน น.ส.เอ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนรู้จักกับผู้ต้องหาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยและเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน โดยผู้ต้องหาทำงานเป็นพนักงานไฟแนนซ์ ดูแลการทำสัญญาซื้อขายของตน กระทั่งก่อนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาโทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลส่วนตัวและบัตรเครดิตของตน 2 ใบ จากนั้น ช่วงกลางดึกก็ได้รับข้อความจากธนาคารว่ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ และมีข้อความแจ้งอีกว่า มีการใช้จ่ายบัตรเครดิตไป 1 ใบ เสียหายกว่า 4 หมื่นบาท จึงโทรศัพท์สอบถามทางธนาคาร ก่อนทราบว่าถูกผู้ต้องหาเอาข้อมูลไปใช้จ่ายแล้ว

ด้าน นายปราโมทย์ ลลิกิตติ หัวหน้าคณะทำงานป้องกันการทุจริต ชมรมบัตรเครดิต กล่าวว่า ปกติธนาคารจะมีขั้นตอนการตรวจสอบตลอด 24 ชม. รวมถึงแจ้งเตือนเวลามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าอยู่แล้ว เช่น แจ้งทาง SMS ตนขอฝากไปถึงผู้ที่ใช้บัตรเครดิต ขอให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัตรให้ดี ทั้งนี้ ในอนาคต ทางธนาคารอาจจะมีการพัฒนาระบบยืนยันบุคคล เช่น การยืนยันบุคคลด้วยเสียง เพื่อป้องกันคนร้ายก่อเหตุในลักษณะนี้ ซึ่งปัจจุบันก็มีบางธนาคารใช้ระบบดังกล่าวแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *