หนุ่มแม่สอด สุดเซ็งเจอ กุ้งยัดตะกั่ว วอนหน่วยงานรัฐช่วยจัดการ

กุ้งยัดตะกั่ว วอนหน่วยงานรัฐช่วยจัดการ

เจอ “กุ้งยัดตะกั่ว” หมดอร่อย หมดอารมณ์ย่าง หนุ่มแม่สอดวอนหน่วยงานรัฐช่วยจัดการ แม่ค้านิสัยไม่ดี ยัดตะกั่วเพิ่มน้ำหนัก โกงตาชั่งไม่ซื่อสัตย์กับอาชีพ

มาแล้ว กุ้งยัดตะกั่ว อ.แม่สอด จ.ตาก

กุ้งยัดตะกั่ว

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.62 ที่ผ่านมา นายพิษณุ ระหว่างปี เปิดเผยว่า ตนขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ไปตรวจสอบ ร้านค้าแผงลอยที่จำหน่ายกุ้งสดบริเวณตลาดริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก อย่างเร่งด่วน หลังจากที่ตนกับเพื่อนได้เดินทางมาซื้อกุ้งสดที่ร้านค้าดังกล่าว เพื่อนำมาปิ้งย่างกัน

ระหว่างที่กำลังจะนำมากินได้หักหัวออกพบว่ามีอะไรสีดำๆ เทาๆ คาอยู่ จึงหยิบออกมา สุดท้ายพบว่าเป็นตะกั่วยาวประมาณ 1.5 นิ้ว ยัดอยู่ในหัวกุ้งอยู่ถึงกับตกใจ ก่อนหน้านี้ตนเคยได้ยินข่าวว่า มีนักท่องเที่ยวพบตะกั่วในกุ้ง และโกงน้ำหนักมาแล้วหลายครั้ง ไม่นึกว่าจะมาโดนกับตัวเอง

กุ้งยัดตะกั่ว

ทั้งนี้ ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยมาตรวจสอบ ร้านค้าแผงลอย ขายกุ้งปูปลาที่ตลาดริมเมย เพราะหากปล่อยไว้ ก็จะเสียการท่องเที่ยวของจังหวัดตากอีกด้วย เนื่องจากหน้านี้เป็นหน้าท่องเที่ยวมีคนมาจำนวนมากอยู่แล้ว

กุ้งยัดตะกั่ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีนักท่องเที่ยวถูกโกงน้ำหนักในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง จากแม่ค้าแผงลอยชาวพม่าที่ขายกุ้งสดที่ตลาดริมเมย และถูกหน่วยงานฝ่ายไทยตักเตือนมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการหยุดพฤติกรรมขี้โกงน้ำหนัก การปรับแต่งตาชั่งและยัดตะกั่วในหัวกุ้ง ซึ่งทางนักท่องเที่ยวก็ยังคงเป็นเหยื่อของพ่อค้าแม่ค้ากลุ่มนี้มาโดยตลอด

สำหรับบรรยากาศตลาดริมเมย ช่วงนี้ค่อนข้างเงียบเหงา แต่ที่สังเกตทางการมีการนำป้ายมาติดเตือนการซื้อกุ้งระวังจะเจอตะกั่ว รวมทั้งแม่ค้าได้นำเครื่องตรวจจับวัตถุมาแขวนไว้เพื่อรับรองกุ้งทุกตัวไร้ตะกั่วเพื่อเรียกความมั่นใจ

จับหนุ่มใหญ่ วิ่งราวสร้อยร้านทอง สารภาพติดยาบ้าหนัก ต้องหามาเสพทุกวัน

สารภาพติดยาบ้าหนัก

รวบทันควัน ทาสยานรกวิ่งราวสร้อยร้านทอง เผยเพิ่งก่อเหตุกับขอทาน
จับหนุ่มใหญ่ วิ่งราวสร้อยร้านทอง สารภาพติดยาบ้าหนัก ต้องหามาเสพทุกวัน

ตำรวจโรงพักบางขุนเทียนตามจับทันควัน หนุ่มใหญ่ทาสยาบ้างอมแงมวิ่งราวสร้อยคอ 2 บาท จากห้างทองปิ่นทองเยาวราช ถนนเอกชัย เผยก่อนหน้านี้ เพิ่งวิ่งราวกระเป๋าสะพายหญิงแก่ขอทานได้เงิน 40 บาท สารภาพต้องหามาเสพทุกวัน

วิ่งราวสร้อยร้านทอง ติดยาบ้าหนัก ต้องหามาเสพทุกวัน

สารภาพติดยาบ้าหนัก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 พ.ย. พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน พร้อมด้วย ร.ต.อ.ประสิทธิ์ หมอกยา รอง สว.สส.สน.บางขุนเทียน นำกำลังจับกุม นายต่อศักดิ์ เผือกบำรุง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1411/65 ถนนริมทางรถไฟ แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กทม.หลังก่อเหตุวิ่งราวกระเป๋าขอทานได้ของกลางเงินสด 40 บาท และพยายามก่อเหตุชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จากห้างทองปิ่นทองเยาวราช ถนนเอกชัย แขวงคลองบางพราน เขตธนบุรี กทม. โดยจับกุมตัวได้ที่ริมถนนเอกชัยข้างห้างทองที่เกิดเหตุเพียง 50 เมตร

สอบถาม นายศุภกิจ ปิยปัทมกานต์ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านทองที่เกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายต่อศักดิ์ เข้ามาทำทีขอเลือกซื้อทองรูปพรรณหนัก 2 บาท ตนก็หยิบให้ดู แต่สังเกตอาการของ นายต่อศักดิ์ แล้วไม่น่าไว้วางใจ จึงถือสร้อยคอทองคำเอาไว้ในมือให้ นายต่อศักดิ์ ดูเพียงแค่สายตาเท่านั้น กระทั่งเหตุการณ์ที่คิดไว้ก็เกิดขึ้นเมื่อ นายต่อศักดิ์ ตัดสินใจกระชากสร้อยคอทองคำในมือตนแล้วหวังจะวิ่งหนี ตนซึ่งระวังตัวอยู่แล้วจึงกระชากสร้อยกลับมาได้ทำให้ตะขอสร้อยบิดงอได้รับความเสียหาย จากนั้นก็ตะโกนขอให้พลเมืองดีที่อยู่หน้าร้านช่วยกันไล่กวดติดตามจับกุมจนมีตำรวจนำกำลังเข้ามาสมทบ

จากการสอบสวน นายต่อศักดิ์ ยอมรับว่า ตนมีอาชีพเป็นคนงานก่อสร้าง ช่วงนี้ไม่มีงานว่าจ้าง แต่ติดยาบ้าอย่างหนักต้องหามาเสพให้ได้ทุกวัน ก่อนถูกจับกุมเมื่อ 30 นาทีที่ผ่านมา เพิ่งวิ่งราวทรัพย์กระเป๋าสะพายหญิงแก่ขอทานในตลาดปิ่นทอง ได้เงินมา 40 บาท แต่ไม่พอค่าข้าวและค่ายาบ้า จึงวางแผนเข้าไปทำทีเลือกซื้อสร้อยทองหนัก 2 บาท ที่ร้านดังกล่าวแต่ก่อเหตุไม่สำเร็จ เพราะเจ้าของร้านรู้ทันดึงสร้อยทองกลับไปได้ ก่อนที่ตนจะวิ่งหลบหนีออกจากร้านมาถูกพลเมืองดีและตำรวจช่วยกันจับกุมในที่สุด

ด้าน ร.ต.อ.ประสิทธิ์ เปิดเผยว่า นายต่อศักดิ์ ผู้ต้องหารายนี้มีประวัติเคยถูกฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน จับกุมข้อหาเสพยาบ้าหลายครั้ง ส่วนคดีที่ก่อขึ้นในวันนี้ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาพยายามชิงทรัพย์ร้านค้าทองเอาไว้ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนหญิงชราขอทานที่โดนวิ่งราวกระเป๋าจะพยายามติดตามเข้ามาแจ้งความฐานวิ่งราวทรัพย์ เพิ่มเติมด้วยต่อไป

ลูกแชร์ แห่่ให้ปากคำ หลังแชร์ บ้านคุณเอ็กซ์ ล่มเสียหายกว่า 2 ล้าน

ลูกแชร์ บ้านคุณเอ็กซ์แห่ให้ปากคำตำรวจตะกั่วป่า พร้อมตั้งทนายยื่นฟ้องศาลจังหวัดตะกั่วป่า หลังแชร์ล่มท้าวไปไม่ไหว ทำให้ลูกแชร์เสียหายกว่า 40 ราย แถมไม่มารับผิดชอบ หรือ คืนเงินกว่า 2 ล้านบาทด้วย

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 18 พ.ย.62 ผู้เสียหายจากการเล่นแชร์ออนไลน์ชาวพังงา จำนวนกว่า 40 ราย เข้าให้ปากคำต่อ พ.ต.ท.สราวุธ สูงสง่า สารวัตรเวร พนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กรณีเล่นแชร์ออนไลน์ กระทั่งแชร์ล่มทำให้สูญเสียเงินจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนแก่ลูกแชร์ต่างๆ โดยเบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้เสียหายส่วนใหญ่พบว่า มีการชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก ของผู้ใช้นางแฝง “เอ็กซ์ เอ้งฉ้วน หรือ บ้านแชร์คุณเอ็กซ์” หรือชื่อจริงว่า นางดวงพร เอ้งฉ้วน และนายชนานนท์ เอ้งฉ้วน สามีภรรยา ชาวตะกั่วป่า จ.พังงา

ลูกแชร์

ในการเล่นแชร์ดังกล่าว ท้าวแชร์จะกำหนดยอดเงินแต่ละวง โดยกำหนดให้มือแรกจะสูงกว่ามือหลังๆ ท้าวแชร์จะได้เงินมือแรกโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ผู้เสียหายส่วนใหญ่เล่นแชร์ดังกล่าวของ บ้านแชร์คุณเอ็กซ์ หลายวงเมื่อหักลบยอดเงินท้าวแชร์ ยังคงค้างเงินผู้เสียหายจำนวนทั้งหมดจากจำนวนกว่า 40 ราย ในเบื้องต้นร่วม 2 ล้านบาท เบื้องต้นท้าวแชร์อ้างว่า ลูกแชร์หลายรายไม่จ่ายตามที่ตกลงไว้ทำให้ไม่มีเงินหมุนทันที่จะเล่นแชร์ต่อ ทางผู้เสียหาย จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทางเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

แห่่ให้ปากคำ หลังแชร์ บ้านคุณเอ็กซ์ ล่มเสียหายกว่า 2 ล้าน

ลูกแชร์

ล่าสุดผู้เสียหาย ได้ติดต่อ นายสรรเพชร ทิพมนเทียร ทนายความ พร้อมทีมทนายความ เข้ามอบอำนาจแต่งตั้ง ทนายความ เพื่อให้ทาง ทนาย เข้ายื่นฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดตะกั่วป่าโดยตรง โดยผู้เสียหายทั้งหมดต้องการความรวดเร็วในการฟ้องร้องทางคดี เนื่องจากขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนด้านการเงิน บางรายใช้เงินที่ทำงานมาตลอดชีวิตลงทุนกับการเล่นแชร์ดังกล่าว หลายรายหลงเชื่อใจเพราะเห็นว่าเป็นคนตะกั่วป่า มีตัวตนชัดเจน นอกจากนี้พบว่า มีผู้ที่เข้าร่วมวงแชร์ ของ บ้านคุณเอ็กซ์ นอกจากในพื้นที่จังหวัดพังงา แล้ว ยังพบว่ามีจากต่างจังหวัดทั่วประเทศ โดยผู้เสียหายหลายรายที่อาศัยและทำงานที่ กรุงเทพฯ เบื้องต้นเข้าแจ้งความต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

นางอารีรัตน์ ฝ่ายอุประ อายุ 41 ปี ผู้เสียหายแชร์บ้านคุณเอ็กซ์ กล่าวว่า ท้าวแชร์ได้ล่มแชร์เมื่อวันที่ 23
ต.ค.62 นี้ ทำให้เกิดความเสียหายในกลุ่มลูกแชร์ อีกทั้งแจ้งต่อลูกแชร์ว่า ไม่ให้เงินคืนแก่ผู้ที่เข้าแจ้งความ ซึ่งทางลูกแชร์มองว่า ถึงจะแจ้งหรือไม่ ทางท้าวแชร์ไม่สามารถคืนเงินหรือออกมารับผิดชอบ

ลูกแชร์

ด้าน นางฟารีด้า ดาราภัย อายุ 38 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเองสูญเงินจำนวน 32,000 บาท จากมีการเล่นแชร์บ้านคุณเอ็กซ์ โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อ ให้ดอกเบี้ยสูงได้เงินชัวร์ อีกทั้งลูกๆของท้าวแชร์รายนี้เรียนสถานที่เดียวกันกับลูกของตนเอง ทำให้เชื่อมั่นว่าไม่ถูกโกงเงิน โดยได้ดอกเบี้ยเกือบเท่าตัวของเงินต้น โดยไม่ได้กำหนดเงินเปีย ทำให้ดอกเบี้ยยิ่งสูงกว่าปกติมาก

ส่วน นายสรรเพชร ทิพมนเทียร ทนายความ กล่าวว่า คดีดังกล่าว ทางผู้เสียหายได้มอบอำนาจให้ทีมทนายความเข้าดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดตะกั่วป่า เพื่อความรวดเร็วทางคดี และลดภาระของพนักงานสอบสวน ส่วนข้อกล่าวหาที่ต้องแจ้งดำเนินคดี เบื้องต้นทางพยานหลักฐาน ต้องแจ้งในฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ส่วนข้อหาอื่นที่คาดว่าเป็นการกระทำผิดร่วมด้วย ในเรื่องของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พรบ.แชร์ ซึ่งต้องพิจารณาหลักฐานที่ได้มาก่อนว่าควรดำเนินการเรื่องใดบ้าง

ออกหมายจับ ดาบตำรวจ ตชด. มือสังหาร อดีตทหารพราน หมกป่ากล้วย

ออกหมายจับแล้ว ” ดาบตำรวจ ” สังกัด ตชด.41 ปฏิบัติหน้าที่ มว.ฉก.ตชด.4453 มือสังหาร “อดีตทหารพราน” ทิ้งศพเน่าในดงกล้วย หลัง 2 ส.ต.อ.ต้องสงสัยร่วมกันฆ่า
ให้การซัดทอด

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีชาวบ้านไปหาใบตองเพื่อนำ
มาทำกระทงแล้วพบศพ นายชูเกียรติ อยู่สุข อายุ 29 ปี อดีตทหารพราน สภาพนอนตาย
ขึ้นอืดอยู่บริเวณโคนต้นกล้วยในป่า ห่างจากถนนมหามงคล ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อ
วันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เชิญตัวญาติและผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ รวมถึงตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด และส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จนทราบว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัดที่บริเวณศีรษะ จึงได้ทำการขออนุมัติศาลจังหวัดเบตง ออกหมายจับผู้ก่อเหตุ

ตชด. มือสังหาร อดีตทหารพราน หมกป่ากล้วย

ดาบตำรวจ

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง เปิดเผยว่า ได้สั่งชุดสืบสวนโดยมอบหมายให้ พ.ต.ท.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล รองผกก.สส. สภ.เบตง เรียกประชุมพนักงานสอบสวนคดีฆาตกรรม นายชูเกียรติ อยู่สุข อดีตทหารพราน โดยได้พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนคดีที่รวบรวมได้ และมอบหมายพนักงานสอบสวนเดินทางไปยังศาลจังหวัดเบตงเพื่อขออนุมัติหมายจับ ด.ต.ธีรยุทธ พิมพขัน อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ ตชด.สังกัด 41 ปฏิบัติหน้าที่ มว.ฉก.ตชด.4453 บ้านปากบาง ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนติดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และทำให้เสียทรัพย์

ซึ่งหลังจากได้ผลจากการชันสูตรของแพทย์ จนทราบว่าผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่ ตชด.445 นำเครื่องตรวจหาวัตถุพยานไปตรวจที่เกิดเหตุ จนพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. และให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว จนได้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิตที่เป็นเจ้าหน้าที่ ตชด. จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เพิ่งลงมาปฏิบัติหน้าที่ได้ 1 เดือน ซึ่งขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 2 คนที่ให้การซัดทอดว่า ด.ต.ธีรยุทธ เป็นผู้ลงมือฆ่า ประกอบด้วย ส.ต.อ.สุรศักดิ์ พนาลี อายุ 29 ปี และ ส.ต.อ.วีรพงศ์ พุฒดำ อายุ 30 ปี อย่างไรก็ตาม สำหรับสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

ผัว สะกดรอยตามเมีย เห็นอยู่กับกิ๊ก คว้ามีดแทงเมียดับ

เห็นอยู่กับกิ๊ก

ผัว หึงโหด ตามสะกดรอยเมีย พบอยู่ชายอื่น ชักมีดแทงดับ อ้างโกรธแค้นบันดาลโทสะ หลังตามดูพฤติกรรมมานาน ก่อนถูกพลเมืองดีช่วยกันรวบตัวพร้อมมีดของกลาง ส่งตำรวจดำเนินคดี

เห็นอยู่กับกิ๊ก คว้ามีดแทงเมียดับ

เห็นอยู่กับกิ๊ก

เมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 15.พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลัก
ฐาน แพทย์โรงพยาบาลจุฬา และเจ้าหน้ามูลนิธิป่อเต็กตึ้ง เข้าตรวจสอบเหตุหญิงถูกแทงเสียชีวิต ภายในซอยริมทางด่วน 2 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ

เห็นอยู่กับกิ๊ก

ที่เกิดเหตุห่างจากปากซอยประมาณ 10 เมตร พบศพ นางวันดี ช่างเรือนกุล อายุ 41 ปี สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีดหลายแห่ง จนเลือดไหลนองเต็มพื้น ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า
สปาร์ค สีดำ-แดง ฬฬง 697 กรุงเทพมหานคร จอดพลิกคว่ำอยู่ข้างทาง ถัดไปไม่ไกลพบหมวกกันน็อคสีขาวเปื้อนเลือด โดยมีพลเมืองดีสามารถช่วยกันจับตัว นายอิฐอัคคี ช่างเรือนกุล อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นสามีผู้ตาย ไว้รอให้การกับทางตำรวจ พร้อมของกลางอาวุธมีดพับ ยาวประมาณ 5 นิ้ว เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน พ.ต.อ.ทินกร สมวันดี ผู้กำกับการ สน.พระโขนง กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นสามีผู้ตาย มีปัญหาเรื่องในครอบครัว หลังใช้อาวุธมีดแทงภรรยาด้วยความโกรธแค้น จนถึงแก่เสียชีวิต ก็ยอมรับสารภาพว่าได้ติดตามดูพฤติกรรมภรรยา จนพบว่ามากับผู้ชายอื่น จึงทำให้เกิดบันดาลโทสะลงมือก่อเหตุ ซึ่งทั้ง 3 คน ทำงานอยู่ที่เดียวกัน เป็นพนักงานชิปปิ้ง อยู่ที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ย่านคลองเตย…

รักสามเส้า ม่ายสาวชาวเขมร เมินรัก หนุ่มพม่า ตีแสกหน้าสาวดับ

เกิดเรื่องเศร้า “รักสามเส้า” ม่ายสาวชาวเขมร ไม่รับรักหนุ่มใหญ่ชาวพม่า แต่ไปตกลงปลง
ใจกับหนุ่มรุ่นน้องแทน ฝ่ายที่ถูกสลัดรักแค้น บุกตีด้วยท่อนเหล็ก ผู้หญิงบอกให้ผู้ชายรีบหนี
ตัวเองเลยรับเคราะห์ โดนฟาดเข้าแสกหน้าดับ

เวลา 15.30 น. วันที่ 14 พ.ย. ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ นุตเจริญ รองสารวัตรสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย ส่งผลทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสเป็นหญิง 1 ราย เหตุ
เกิดบริเวณหน้าทางเข้าวัดกลางราชครูธาราม หมู่ 4 ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ชุดสืบสวน กู้ชีพโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ม่ายสาวชาวเขมร เมินรัก หนุ่มพม่า

ม่ายสาวชาวเขมร

ที่เกิดเหตุบริเวณ ริมถนนทางเข้าวัดกลางราชครู พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง สวมเสื้อยืด
แขนยาว และกางเกงขายาวลายการ์ตูนสีชมพู นอนหงายแน่นิ่งไม่ได้สติอยู่บนถนน ข้างตัว
มีกองเลือดขนาดใหญ่ รองเท้าแตะ และถุงผลไม้ตกอยู่ ทราบชื่อนางลืม อุย อายุ 47 ปี สัญ
ชาติกัมพูชา คนงานก่อสร้างเขื่อน เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าหญิงเคราะห์ร้ายได้หยุดหายใจไปแล้ว จึงได้ช่วยกันปฐมพยาบาลโดยการทำ CPR ตรงจุดเกิดเหตุ พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญอย่างเร่งด่วน และได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

จากการสอบถาม นางสาวยุพิน พิกุลขาว อายุ 40 ปี แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองเห็น นาง ลืม ซึ่งเป็นแม่ม่าย เดินออกมาจากซุ้มประตูวัดกับ นายซอ (THEIN ZAW MOE) อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา ที่เพิ่งอยู่กินกันเป็นสามีภรรยา แล้วจู่ๆ ได้มี นายอ้าว (AUNG ZAW OO) อายุ 47 ปี เพื่อนร่วมงานชาวเมียนมา ถือท่อนเหล็กตัน ขนาด 20 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 1 เมตร ตรงเข้ามาตี นายซอ และได้ยินเสียง นางลืม ตะโกนให้ นายซอ รีบวิ่งหนีไป เมื่อนายซอ ได้วิ่งหนี นายอ้าว จึงใช้ท่อนเหล็กอันเดียวกัน ตีเข้าที่กลางแสกหน้าของ นางลืม ทำให้ล้มทั้งยืนจมกองเลือด จากนั้นได้ทิ้งท่อนเหล็กวิ่งหนีไปทางหลังวัด ตนเองจึงรีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพและตำรวจ ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากความหึงหวง

ล่าสุด ที่ตำรวจ สามารถควบคุมตัว นายอ้าว เอาไว้ได้ โดยเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในป่าละเมาะหลังวัด ก่อนจะถูกทางที่ตำรวจกดดันจนต้องออกมามอบตัว หลังจากถูกควบคุมตัว พ.ต.อ.ปจภณ รอดโพธิ์ทอง ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้นำตัวนายอ้าว ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณริมถนนทางเข้าหน้าวัด

นายอ้าว ยอมรับสารภาพว่า ใช้ท่อนเหล็กวิ่งเข้ามาตี นายซอ ก่อนที่จะตรงเข้าไปตี นางลืม 1 ครั้งอย่างแรง จนทำให้ล้มทั้งยืนเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายอ้าว ไปสอบสวนต่ออย่างละเอียดที่ สภ.วิเศษชัยชาญ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ ต่อไป

รถบรรทุก ชนรถบัสพังยับ ดับ 13 ศพ เจ็บเพียบ สโลวาเกีย

ประเทศ สโลวาเกีย

ดับ 13 ศพเจ็บอื้อ

สโลวาเกีย
เกิดเหตุรถบรรทุกชนกับรถบัสโดยสารใน สโลวาเกีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบคน

สโลวาเกีย

เกิดออุบัติเหตุรถบรรทุกชนกับรถบัสโดยสารบนถนนใกล้กับเมืองนิตรา ทางตะวันตกของประเทศสโลวาเกีย เมื่อวันพุธที่ 13 พ.ย. 2562 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกประมาณ 20 คน

ตำรวจท้องถิ่นเปิดเผยว่า มีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งติดอยู่ในซากรถบัส ขณะที่สำนักงานกู้ภัยและดับเพลิงสโลวาเกียระบุบนเเฟซบุ๊กว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

รวบ “เสมียนทนาย” มือยิงสวน “พล.ต.ต.” คา ศาลจันทบุรี ปมที่ดิน 3,800 ไร่

ตำรวจรวบเสมียนชายยิงสวน “พล.ต.ต.” กลาง ณ ศาลจันทบุรี เสียชีวิตเป็นศพที่ 3 ตำรวจยันชัดปมขัดแย้งที่ดิน 3,800 ไร่ สั่งจัดเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล

(13 พ.ย.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึง ความคืบหน้ากรณีคดีฆ่าผู้อื่น ในเหตุการณ์ที่ศาลจังหวัดจันทบุรีว่าได้รับรายงานจาก ภ.จว.จันทบุรี ว่า ภายหลังจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตรวจยึดอาวุธปืน, ปลอกกระสุนปืนและลูกกระสุน, สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์และไล่กล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุแล้วนั้น

ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ได้ขออนุมัติออกหมายจับ นายธนากร ผู้ใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลยิงใส่ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตจเรตำรวจ ที่ก่อเหตุยิงคู่กรณี ระหว่างเข้ารับฟังการพิจารณาคดี ภายในศาลจังหวัดจันทบุรีเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

มือยิงสวน “พล.ต.ต.” คา ศาลจันทบุรี ปมที่ดิน 3,800 ไร่

ศาลจันทบุรี

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้พบรถคันที่นายธนากรโดยสารออกจากศาลฯ อยู่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง จึงได้ร่วมกับชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 เฝ้าดู จนถึงกระทั่งนายธนากรได้ออกจากห้องจึงได้แสดงหมายจับเข้าทำการจับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า จาการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นถึงมูลเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ น่าจะมาจากสาเหตุ ปัญหาเรื่องที่ดิน จำนวน 86 แปลง เนื้อที่ประมาณ 3,800 ไร่ ตั้งอยู่ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีการฟ้องร้องคดีกันไปมาอีกหลายคดี เป็นเวลานานกว่า 10 ปี

ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าฯ นั้น สภ.เมืองจันทบุรีได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความคุ้มครองตลอดเวลา ประกอบกับ ลูกสาวของนายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ (ผู้เสียชีวิต) และนางสุภาภรณ์ ปรมีคณาภรณ์ (ผู้บาดเจ็บ) ได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความคุ้มครองเนื่องจากเกิดความหวาดกลัว จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงจำนวนไปให้ความคุ้มครองตามที่ร้องขอ

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รายงานเพิ่มเติมว่า นายธนากร เป็นเสมียนทนายโจทก์ ได้วิ่งหลบหนีออกมาจากห้องพิจารณาคดี ก่อนจะมาพบ ร.ต.อ.ขจร บรรจง เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี ซึ่งจะเข้าไประงับเหตุ นายธนากร จึงได้ใช้หยิบอาวุธปืนขนาด .45 ของ ร.ต.อ.ขจร ยิงใส่ พล.ต.ต.ธารินทร์ จำนวน 5 นัด ได้รับบาดเจ็บที่หลัง ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี และได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองจันทบุรีแล้ว โดยนายธนากร ไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสื่อมวลชน ให้เพียงแต่ว่าจะให้การที่ชั้นศาลเท่านั้น

พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เตรียมเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดจันทบุรี มาประชุมร่วมกันเพื่อหามาตรการการป้องกัน ดูแลความปลอดภัย รวมทั้งการพกพาอาวุธปืนเข้ามาในศาล เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีก

ส่วนปืนที่ พล.ต.ต.ธารินทร์ อดีตตำรวจใช้ก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าตำรวจจะมีการสืบสวนหาที่มา และตรวจสอบว่าเป็นปืนที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไหมอย่างไร พร้อมกันนี้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี จะมีการเรียก ร.ต.อ.ขจร บรรจง เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี มาสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นกับ พล.ต.ต.ธารินทร์ ในการนำอาวุธปืนเข้าไปภายในศาลจังหวัดจันทบุรีหรือไม่อย่างไร

ขณะที่บรรยากาศที่ศาลจังหวัดจันทบุรี พบว่าที่ห้องพิจารณาคดี บัลลังก์ 2 ยังคงปิดเป็นพื้นที่ห่วงห้ามอยู่ส่วนห้องพิจารณาคดีอื่นๆ ยังคงเปิดในการพิจารณาคดีตามปกติ เจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ยังคงเข้ามาปฏิบัติหน้าตามปกติอยู่…

หนุ่มหัวหิน บุกยิงเมีย แม่ยายดับ ก่อนหนียิงตัวตายข้างเจดีย์เถ้ากระดูกแม่ตัวเอง

หนุ่มหัวหิน บุกยิงเมีย และแม่ยายดับ

หนุ่มใหญ่ชาวหัวหิน ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองข้างเจดีย์เก็บกระดูกแม่ หลังบุกยิงเมีย กับแม่
ยายตายคาตลาดนัดที่ปราณบุรี เหตุถูกกีดกัน โมโหโทรไปไม่ยอมรับสาย

เวลา 18.30 น.วันที่ 8 พ.ย. ร.ต.ท.กุนกนก สินประกอบ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งมีคนยิงตัวตาย ภายในวัดเขาเต่า หมู่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จึงพร้อม
ด้วย พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน พ.ต.ท.เสมอ อยู่สำราญ รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน แพทย์ รพ.หัวหิน ชุดสืบสวนและมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน รุดไปยัง
ที่เกิดเหตุ

พบชาวบ้านยืนมุงดูอยู่เต็ม ส่วนผู้ตาย คือนายมนัส เอี่ยมสำอางค์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/4 ซอยหมู่บ้านเขาเต่า ต.หนองแก อ.หัวหิน ใช้ปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จ่อยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด กระสุนฝังใน นอนหงายจมกองเลือดอยู่ข้างเจดีย์เถ้ากระดูกของนางรวม เอี่ยมสำอางค์ ด้านทิศตะวันตก ภายในวัด ก่อนนำศพส่งยัง รพ.หัวหิน ให้แพทย์ชันสูตรอีกครั้ง

บุกยิงเมีย แม่ยายดับ ก่อนหนียิงตัวตายข้างเจดีย์เถ้ากระดูกแม่ตัวเอง

บุกยิงเมีย

จากการสอบสวนนางสุการม เอี่ยมสำอางค์ น้องสาวผู้ตาย ให้การว่าก่อนเกิดเหตุ นายมนัสได้โทรศัพท์มาหาตน บอกว่าใช้ปืนยิงแม่ยายและภรรยาเสียชีวิตที่ปราณบุรี ก่อนหนีมานั่งเครียดอยู่ข้างเจดีย์เถ้ากระดูกของแม่ ภายในวัดเขาเต่า เพื่อจะยิงตัวตาย นางสุการมจึงรีบตามมาดู พบว่าพี่ชายนั่งถือปืนจ่อศีรษะตัวเองอยู่ จึงเข้าห้ามพร้อมเกลี้ยกล่อม แต่ไม่ถึง 20 นาที พี่ชายได้ตัดสินใจเหนี่ยวไกปลิดชีวิตตัวเองตายในทันที

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 17.00 น. ร.ต.อ.เอกพจน์ ทิมทอง พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันตาย ภายในตลาดนัด ตรงข้ามโรงเรียนหนองหอย ถ.เพชรเกษม อ.ปราณบุรี ที่เกิดเหตุพบศพนางชลอ หมื่นหาญ อายุ 61 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่อกซ้าย 1 นัด และ น.ส.พรทิพย์ หมื่นหาญ อายุ 36 ปี ลูกสาวนางชลอ ถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันเข้าที่ท้ายทอย 1 นัด เสียชีวิตภายในตลาดนัด

สอบสวนทราบว่าขณะที่ทั้งสองคนกำลังขายข้าวสารอยู่ ได้มีคนร้าย ทราบชื่อภายหลัง คือนายมนัส เอี่ยมสำอางค์ สามี น.ส.พรทิพย์ เข้ามา และเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนที่นายมนัส จะใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตทั้งคู่ แล้วขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หลบหนีมาทางหมู่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จึงติดตามมาจนกระทั่งพบว่านายมนัสใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ดังกล่าว

พ.ต.อ.ธนากร ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นนายมนัสเคยมีภรรยาแล้ว และได้เลิกรากันไป จนมาได้ น.ส.พรทิพย์ เป็นภรรยา แต่แม่ยายไม่ชอบหน้า ก่อนเกิดเหตุนายมนัสโทรไปหาภรรยาที่ขายข้าวสารอยู่ที่ตลาดนัดหลายครั้ง แต่ไม่รับสาย จึงตามมาต่อว่า และโมโห ใช้ปืนยิงภรรยาและแม่ยายเสียชีวิตทั้งคู่ จากนั้นหนีมานั่งข้างเจดีย์เถ้ากระดูกแม่ตัวเอง แล้วตัดสินใจยิงตัวตาย หนีความผิด

เปิด!!! แชตลับ สาววัย 19 ก่อนโดนปืนลั่นใส่ พบภาพวงจรปิดขึ้นกระบะดาบตำรวจ

ญาติผู้ตายเผย แชตลับ สาววัย 19 ก่อนตาย กับ ด.ต.หนุ่ม ที่มีการสนทนาในทำนองกำลัง
มีปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์กัน และภาพกล้องวงจรปิดที่ฝ่ายหญิงออกจากบ้านเดินมา
ขึ้นรถกระบะฝ่ายชาย

กรณีที่ ด.ต.คงศักดิ์ กองเงิน ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองเชียงใหม่ ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.
เมืองเชียงใหม่ ทะเลาะกับแฟนสาวในรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กจ 4155 สกลนคร เหตุเกิดริมถนนบ้านท่อ ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเหตุให้ น.ส.นิว (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาสาวที่นั่งรถไปด้วย ถูกปืนลั่นเข้าที่บริเวณศีรษะบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่หอผู้ป่วยวิกฤติศัลยกรรมอุบัติเหตุ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่

เปิด!!! แชตลับ สาววัย 19

แชตลับ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับภาพที่บันทึกไว้ในการสนทนาในแอปพลิเคชัน LINE ของผู้ตาย และ Line ชื่อว่า “คูก้า สายบันเทิง” ซึ่งเป็น LINE ของ ด.ต.คงศักดิ์ กองเงิน โดยมีเนื้อหาที่ค่อนข้างรุนแรงใช้อารมณ์ในการพูดคุยกัน จับประเด็นได้ว่า กำลังมีปัญหาอะไรบางอย่าง และฝ่ายหญิงรู้สึกไม่ชัดเจนในความสัมพันธ์ ทำให้ฝ่ายชายมีความรู้สึกว่าฝ่ายหญิงพยายามออกห่าง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยภาพวงจรปิด จากญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งกล้องได้บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะ น.ส.นิว (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้น ปวส.1 วิทยาลัยแห่งหนึ่ง เดินออกจากบ้านหลังรับโทรศัพท์มือถือ เมื่อเวลา 03.40 น. และไปยืนรอที่ปากซอย 8 บ้านท่าเดื่อ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ ประมาณ 10 นาที จากนั้นก็มีรถกระบะมารับ โดย น.ส.นิว ยืนคุยกับคนขับสักครู่ ก่อนเปิดประตูขึ้นไปบนรถ ขับออกไป แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลา 08.00 น. มีโทรศัพท์แจ้งญาติว่า น.ส.นิว ถูกตำรวจทำปืนลั่นใส่จนเสียชีวิต