รวบแล้ว คนร้ายชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวเกาะสมุย เคยก่อคดีข่มขืนสาวอังกฤษ

รวบแล้วรวบแล้ว ผู้ต้องหาชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวบนเกาะสมุย หลังหนีมาเช่าห้องพักในซอยงามวงศ์วาน 25 เแฉประวัติเคยก่อคดีข่มขืน
สาวชาวอังกฤษ พ้นโทษออกมายังไม่เข็ด

รวบแล้ว ผู้ต้องหาชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวบนเกาะสมุย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 30 ต.ค.62 พ.ต.อ.ธงชนะ หาญกิตติกาญจนา ผกก.สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรงรอง รอง ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี และกำลังตำรวจอีกจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันเข้าจับกุมตัว นายสมชาย ด้วยลาย อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 8 ต.หนองแหน อ.กุดชุม จ.ยโสธร ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 138 และ 140 ข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธ หลังสืบทราบว่า นายสมชาย หลบหนีมาเช่าห้องพักแห่งหนึ่งภายในซอยงามวงศ์วาน 25 แยก 25 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึง พบว่า นายสมชาย อยู่ในห้องพักกับภรรยา จึงได้เคาะประตูเรียกให้เปิด แต่นายสมชายกลับไม่ยอมเปิดประตู และขว้างปาสิ่งของใส่ประตู เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาด้านใน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ระหว่างที่นายสมชายเผลอ ภรรยาจึงได้เปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าไป แต่นายสมชายยังไม่ยอมให้จับกุม ถือมีดและขวดปากฉลามเป็นอาวุธ และใช้ตู้เสื้อผ้าเป็นเกราะกำบัง

จากนั้น พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ได้สั่งการให้ตำรวจเอาชุดไม้ง่ามและโล่เข้าจับกุมตามยุทธวิธี แต่นายสมชายได้ปาขวดและสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ และต่อสู้ขัดขืนไม่ยอมให้จับกุม จนในที่สุดสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในสภาพสะบักสะบอม หลังจากนั้นได้คุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับ นายพรศิลป์ อาจสุรินทร์ อายุ 36 ปี ก่อเหตุบุกบ้านชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125 ทะเบียน 8กพ 7205 กรุงเทพมหานคร หลบหนีจากเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มาเช่าห้องกับภรรยา กระทั่งถูกตำรวจตามมาจับกุมตัวได้ดังกล่าว

พ.ต.อ.ธงชนะ หาญกิตติกาญจนา ผกก.สภ.บ่อผุด เผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 28 ต.ค.62 ที่ผ่านมา มีคนร้าย 2 คน เข้าไปในบ้าน นายไมเคิล อาโนวด์ ฮาน อายุ 47 ปี นักท่องเที่ยวชาวเยอรมนี ที่ ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อลักทรัพย์ แต่ นายไมเคิล ได้ยินเสียงกระจกแตกจึงได้ลงมาดู พบคนร้าย 2 คน จากนั้นเกิดการต่อสู้กัน นายสมชายได้ใช้ขวานที่พกมาฟันเข้าที่ศีรษะ กกหู และตามร่างกายของนายไมเคิล ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหลบหนีได้คว้าเอากระเป๋าสะพายผู้เสียหายไปด้วย แต่มีแค่ใบขับขี่ บัตรเอทีเอ็ม ส่วนทรัพย์สินอย่างอื่นไม่ได้ไป

รวบแล้ว

ต่อมาวันที่ 29 ต.ค.62 เวลา 03.00 น.นายสมชาย ก่อเหตุเข้าลักทรัพย์บ้านพักนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เชื้อจีนบนเกาะสมุย ได้ทรัพย์สินไปเป็นเงิน 400 ปอนด์ เงินไทย 16,000 บาท ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125 ทะเบียน 8 กพ 7205 กรุงเทพมหานคร ลงเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากออกจากเกาะสมุยหลบหนีไป และสืบทราบว่าหลบหนีมาเช่าห้องพักพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จึงประสานตำรวจ กก.5 บก.ป. สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อร่วมเข้าจับกุมตัวได้

พ.ต.อ.ธงชนะ กล่าวอีกว่า นายสมชาย มีอาชีพเดินขายอาหารให้นักท่องเที่ยวตามชายหาด พอตกกลางคืนจะก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวที่ลงไปเล่นน้ำ

จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเมื่อปี 52 เคยก่อเหตุข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี พอพ้นโทษออกมาก็มาก่อเหตุชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวอีก จนถูกจับกุม ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก แต่ผู้ต้องหาได้ยื่นอุทธรณ์สู้คดีและยกฟ้อง ก่อนจะมาก่อเหตุดังกล่าวและถูกจับกุมในที่สุด อย่างไรก็ตาม หลังสอบสวนแล้วได้นำตัวฝากขังไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เมื่อถึงตอนเช้าจะนำตัวกลับไปดำเนิคดีที่ สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี.…

ไกด์นำฝรั่งเที่ยว เจอฝูงต่อไล่ต่อยดับคาป่า อ. แม่อาย

 แม่อาย
ไกด์วัย 58 ปี นำฝรั่ง 2 คนทัวร์ป่าชมธรรมชาติที่ อ. แม่อาย เจอฝูงต่อไล่ต่อยหนีตายกันไปคนละทาง ฝรั่ง 2 คน หนีทันขอชาวบ้านช่วยนำส่งโรงพยาบาล ส่วนไกด์ถูกต่อรุมต่อยเสียชีวิตกลางป่า

วันที่ 29 ต.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.แม่อาย รับแจ้งว่าพบศพชายถูกต่อจำนวนมากรุมต่อยตามร่างกาย จนเสียชีวิตที่บริเวณ ม.13 ต.ท่าตอนว่า อ. แม่อาย จ.เชียงใหม่

ในที่เกิดเหตุบนดอยในป่าพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายสรรชัย อายุ 58 ปี โดยที่ศพยังมีฝูงต่อจำนวนมากบินวนอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายศพได้

ไกด์นำฝรั่งเที่ยว เจอฝูงต่อไล่ต่อยดับคาป่า

 แม่อาย

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงวันเสาร์ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นไกด์ทัวร์ป่า ได้พาฝรั่ง 2 สามีภรรยากัน คือ นายฌองซ์ และนางแอนนิค อายุ 59 ปี ชาวฝรั่งเศส ออกไปเดินป่าเที่ยวชมธรรมชาติ ขณะเดินชมธรรมชาติฝรั่งทั้ง 2 และไกด์ ถูกต่อขนาดใหญ่จำนวนมาก ไล่ต่อยฝรั่งทั้ง 2 คน และไกด์ต่างวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง ฝรั่งได้วิ่งมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในละแวกนั้นตอนนี้อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนไกด์ที่ไปด้วยกันได้หายไป ก่อนจะมาพบศพในวานนี้(28 ต.ค. 62)

 แม่อาย

ซึ่งในช่วงบ่ายวันที่ 29 ต.ค. ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยท่าตอนเข้าพื้นที่ลำเลียงศพออกจากที่เกิดเหตุ ซึ่งทางพื้นที่การเดินทางเข้าไปเป็นระยะทางเดินเท้าราว 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความชำนาญและระมัดระวังในการเข้าป่านำร่างผู้เสียชีวิตออกมา เนื่องจากจุดที่พบศพยังมีต่อจำนวนมากบินอยู่รอบๆเจ้าหน้าที่ต้องใช้ไฟเผา เพื่อจะไล่ตัวต่อให้พ้นจากศพ จากนั้นจึงจะสามารถเข้าไปนำศพออกมา และนำศพออกมาชันสูตร จากการตรวจสภาพศพพบว่า ผู้ตายถูกต่อต่อยเข้าบริเวณใบหน้าศีรษะ และทั่วลำตัว

มะนาว เปิดใจ ไม่โกงไม่หนี ใช้กฎหมายจัดการแม่มณี

มะนาว เผยเหตุมีเงินเยอะขายของออนไลน์ ไม่ได้แค่ทำวงแชร์ทำอย่างอื่นด้วย ใช้กฎหมายจัดการแม่มณี

ใช้กฎหมายจัดการแม่มณี

 

จากกรณี มะนาว เจ้าสาวดัง คดีเจ้าบ่าวทิ้งงานแต่ง กลับมาดังอีกครั้งหลังมีคนแฉถึงเรื่องราวโกงแชร์ โดยพบว่า มะนาว รับแชร์ไปส่งต่อให้แม่ข่าย ชื่อแชร์แม่มณี ที่กำลังเป็นข่าวดัง เหยื่อแจ้งความตำรวจว่าแชร์ดังกล่าวโกงเงินไปจำนวนมากที่อุดรธานี ส่วนของยอดเงินในส่วนมะนาว คาดว่าสูงถึง 71 ล้านบาท

ล่าสุด มะนาว จุฑาทิพย์ นิ่มนวล เปิดใจว่า ไม่ได้โกงใคร แต่แม่มณีโกงเงินตัวเองไป และเอาเงินลูกค้าไป ใครที่กล่าวหาตัวเอง ก็เตรียมจะแจ้งความเช่นกัน

ส่วนที่บอกมีเงินสดไปซื้อรถหรือซื้ออะไรต่างๆ เจ้าตัวบอกเป็นเงินออมของตัวเอง เพราะตอนที่ตัวเองไปลงทุนกับวงใหญ่แม่มณี ตัวเองก็ได้เงินปันผลกลับมา

ใช้กฎหมายจัดการแม่มณี

มะนาว เผยเหตุมีเงินเยอะขายของออนไลน์ ไม่ได้แค่ทำวงแชร์ทำอย่างอื่นด้วย

ส่วนกับแม่มณีตัวเองก็พยายามติดต่อ แต่ยังติดต่อไม่ได้ต้องคุยกับเลขาฯ คิดว่าทุกคนรู้ต้นสังกัดคือใคร เราเป็นตัวกลาง เราก็ชี้แจงลูกค้าในกลุ่มเราแล้ว เราไม่ได้โกง เพราะโกงคือหนีไปแล้ว

ใช้กฎหมายจัดการแม่มณี

 

ใช้กฎหมายจัดการแม่มณี

แต่ตอนนี้เป็นเรื่องของกฎหมายก็ต้องแจ้งความไปที่ต้นสังกัดอีกที เราได้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์จากเงินออม เราไม่ได้เอาเงินออมตรงนั้นมาใช้ แต่เราทำงานอื่น ไม่ได้ทำตรงนี้อย่างเดียว เราขายของออนไลน์ด้วย

พี่น้องบางปะหัน แว้นจยย.เกี่ยวกันล้ม กระบะทับซ้ำ ดับ1

พี่น้องบางปะหัน แว้นจยย.เกี่ยวกันล้ม กระบะทับซ้ำ ดับ1

พี่น้องบางปะหัน แว้นจยย.เกี่ยวกันล้ม กระบะทับซ้ำ ดับ1

พี่น้องบางปะหัน
จุดจบสายหมอบ สองพี่น้องขาแว้นซิ่งจยย.แข่งกันกลางถนนสายบางปะหัน-ป่าโมก ไปๆ มาๆ รถเสียหลักเกี่ยว
กันล้ม ถูกกระบะตามหลังทับซ้ำ ลากร่างไปกว่า 300
เมตร ดับอนาถ 1 ราย ส่วนคนขับเผ่นหนี เหลือทิ้งไว้
เพียง กันชนสีขาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 26 ต.ค.62 ร.ต.อ.ปัญญา อามาตย์เสนา
พนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุทางถนนจน
มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย บริเวณถนนสายบางปะหัน-ป่าโมก ต.บ้านม้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วย
กู้ภัยรวมใจอยุธยา

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย มีบาดแผลที่ใบหน้าและลำตัว อยู่ในลักษณะนอนคว่ำหน้าจมกลองเลือด ทราบชื่อต่อมา คือ นายเอกลักษณ์ พวงรังสาด อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ 11 ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นายอภิชาติ พวงรังสาด อายุ 19 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะหัน ห่างออกไป 300 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110i สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กน 2246 พระนครศรีอยุธยา ล้มคว่ำอยู่กลางถนน และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110i สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ตกลงไปในพงหญ้าข้างทาง นอกจากนี้ยังพบกันชนรถยนต์กระบะสีขาว ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

สอบถาม นายอภิชาติ พี่ชายผู้ตายเล่าว่า ตนเองกับน้องชายขี่รถจักรยานยนต์มาคนละคัน เพื่อจะกลับบ้านพักแถว ต.ทับน้ำ โดยขับขี่มาตามเส้นทางสายบางปะหัน-ป่าโมก ซึ่งเป็นลักษณะรถวิ่งสวนเลน จังหวะนั้นตนเองกับน้องชาย หมอบบิดแข่งรถกันมาด้วยความเร็ว แล้วเกิดเสียหลักเกี่ยวกันเองจนล้มทั้งคู่ รถจักรยานยนต์คันที่น้องชายขี่ล้มไถลตกลงไปในพงหญ้าข้าทาง แต่ตัวน้องชายตกอยู่กลางถนนอีกเลน จนกระทั่งถูกรถยนต์กระบะลักษณะยกสูง สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับชนซ้ำแล้วลากไปไกลกว่า 300 เมตร เสียชีวิตคาที่ ก่อนหลบหนีไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับกุมรถยนต์ต้องสงสัยที่มีร่องรอยการเฉี่ยวชน ทั้งบนถนนสายหลักและสายรอง พร้อมกันนี้จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและตามเส้นทาง เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพนายเอกลักษณ์ เจ้าหน้าที่กู้ภ้ยนำร่างส่งชันสูตรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี ต่อไป.

จิตแพทย์ แจงพ่อแม่ที่มีลูกหัวร้อน ก้าวร้าวหัวร้อน บทเรียนราคาแพง

จิตแพทย์ แจงพ่อแม่ที่มีลูกหัวร้อน ก้าวร้าวหัวร้อน บทเรียนราคาแพง

จิตแพทย์ แจงพ่อแม่ที่มีลูกหัวร้อน ก้าวร้าวหัวร้อน บทเรียนราคาแพง

จิตแพทย์
“หมออุมาพร” จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โพสต์ให้แง่คิด 6 สาเหตุเด็กก้าวร้าวหัวร้อน เผยช่วงตรวจคนไข้สงสารพ่อแม่มาก ชี้บทเรียนราคาแพง ปมเลี้ยงลูกไม่ดี

กรณีตำรวจควบคุมตัวหนุ่มซีวิคหัวร้อนไปสถาบันกัลยาราชนครินทร์ เพื่อดูอาการป่วยเป็นเวลา 45 วัน ขณะที่เจ้าตัวเกิดอาการเครียด วิ่งชนข้าวของในโรงพยาบาล สุดท้ายพ่อแม่ต้องเข้ามาห้ามปรามปลอบประโลมจนอารมณ์เย็นลง
จิตแพทย์
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 26 ต.ค. ศ.พญ.อุมาพร ตรังคสมบัติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ให้ความเห็นผ่านแฟนเพจ @punmainewlife ระบุว่า หลายวันมานี้มีแต่ข่าวเรื่องคนหัวร้อน วันนี้จึงขอเสนอมุมมองของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นว่า เมื่อเจอคนหัวร้อนแล้วคิดอย่างไร ถ้าพ่อแม่พาลูกมาปรึกษาเรื่องอารมณ์เสียง่าย ขี้โมโห หงุดหงิด หรือก้าวร้าว สิ่งที่จะต้องทำคือ การตรวจประเมินอย่างละเอียดว่า อะไรเป็นสาเหตุของอารมณ์แบบนั้น โดยสาเหตุมีหลายอย่างดังนี้

1.ปัญหาทางสมอง เช่น สมองเคยได้รับอุบัติเหตุ เคยมีสมองอักเสบ เป็นต้น

2.ความบกพร่องทางพัฒนาการที่ทำให้สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ทำงานได้ไม่ดี เช่น กลุ่มอาการออทิสติก โรคสมาธิบกพร่อง หรือปัญหาสติปัญญาล่าช้า

3.ความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น โรคไบโพลาร์ และโรคซึมเศร้า

4.ปัญหาการเลี้ยงดู เช่น การเลี้ยงดูแบบตามใจมากเกินไปหรือการเลี้ยงดูแบบใช้ความรุนแรง

5.ปัญหาบุคลิกภาพ เช่น บุคลิกภาพแบบ borderline แบบอันธพาลหรือแบบหลงตัวเอง

6.ปัญหาปมในใจ บางคนมีปมฝังอยู่ พอใครไปจี้ปมเข้า ก็เป็นเรื่อง!

ศ.พญ.อุมาพร ระบุว่า อันที่จริงแล้วการที่คนเราควบคุมอารมณ์ไม่ได้นั้น เกี่ยวพันกับการทำงานของสมองมากทีเดียว ในแง่ที่ว่าสมองไม่สามารถ (เช่นข้อ 1 หรือข้อ 2) หรือสมองไม่เคยถูกฝึกให้รู้จักควบคุมอารมณ์ (เลยทำให้ไม่สามารถในที่สุดเช่นข้อ 4) ทั้งนี้ลักษณะความหัวร้อนของแต่ละกลุ่มหากดูให้ดีจะมีความแตกต่างกัน เช่น คนที่ซึมเศร้า อารมณ์โกรธจะไม่แรงมาก ไม่ด่าทอรุนแรง และยังพอพูดกันรู้เรื่อง คนที่เป็นไบโพลาร์จะมีประวัติการสลับขั้วของอารมณ์ เช่น จะมีอารมณ์ดีสลับกับอารมณ์หงุดหงิดหรืออารมณ์เศร้า แต่พวกนี้เวลาโมโหร้าย ก็เอาเรื่องอยู่ ขณะที่ผู้ที่เป็นออทิสติก เวลาโมโหเข้าก็มักจะหยุดยาก ทั้งจะเถียงแบบข้าง ๆ คู ๆ โยงเรื่องนั้นเรื่องนี้มั่วซั่วไป รวมทั้งมีความคิดฝังแน่นเกี่ยวกับเรื่องบางเรื่อง ในแบบที่ไม่มีเหตุผล (เป็นเหตุผลเฉพาะตัวที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ) ทั้งนี้เพราะมีปัญหาในกระบวนการคิดหาเหตุผลและความเข้าใจเชิงนามธรรม ถ้าหัวร้อนมาก ๆ ในทุกกรณี ก็คงต้้องใช้ยาคุมอารมณ์

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ที่มีลูกหัวร้อนจากข้อ 1-3 นี่น่าเห็นใจมาก โดยเฉพาะหากลูกเป็นออทิสติก เด็กบางคนเป็นออทิสติกแบบไม่รุนแรง คนทั่วไปไม่รู้ และคิดว่าปกติจึงอาจไปโกรธคนป่วยเข้าแล้วหัวร้อนเสียเอง ส่วนกลุ่มออทิสติกนี้พูดยากมาก สอนก็ไม่เข้าใจ พ่อแม่มักจนปัญญา ไม่รู้จะอบรมลูกอย่างไร เวลาตรวจคนไข้กลุ่มนี้แล้วบอกได้คำเดียวคือ “สงสารพ่อแม่” สำหรับข้อ 4 และ 5 นั้น บางทีก็รู้สึกว่า พ่อแม่ได้รับบทเรียนของเขาแล้ว แต่เป็นบทเรียนที่ราคาแพง เพราะเลี้ยงลูกไม่ดี ชีวิตก็เลยต้องรันทดเพราะลูกในที่สุด…

ได้ประกันตัวแล้ว คิว แฟนสาว และตี๋ แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง

ได้ประกันตัวแล้ว คิว แฟนสาว และตี๋ แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง

ได้ประกันตัวแล้ว คิว แฟนสาว และตี๋ แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง

ได้ประกันตัวแล้ว
คิว แฟนสาว และตี๋ ได้ประกันแล้วตามโนบิ-ปิงปอง คดีร่วมน้ำอุ่นอนาจารลัลลาเบล

จากกรณีเมื่อวันเสาร์ที่ 19 ต.ค.62 พนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ได้คุมตัว “นายชัยพล
หรือคิว พรรณนา” อายุ 29 ปี ภูมิลำเนาบางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าของงานปาร์ตี้บ้านบาง
บัวทอง พร้อมกับพวก รวม 5 คน ฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาธนบุรี คดีร่วมกันสนับสนุน
นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร อนาจารพริตตี้ลัลลาเบล โดยนายชัยพล , นายนที หรือ
ตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาลาดพร้าว กทม.,น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญภา
แฟนสาวของคิว อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาหนองหาน จ.อุดรธานี ไม่ได้ยื่นประกันในวันดังกล่าว เนื่องจากหาหลักทรัพย์มาไม่ทันกำหนด จนถูกนำตัวไปคุมขังในเรือนจำพิเศษธนบุรี และทัณฑสถานหญิงธนบุรี นั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ต.ค.62 นายชัยพล หรือคิว , นายนที หรือตี๋ , น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส ได้ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์ มูลค่า คนละ 150,000 บาท (เท่ากับหลักทรัพย์ที่นายกฤษฎาหรือโนบิ โลหิตดี และนายโกเศศ หรือปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ ได้ประกันตัวไปตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.) เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างการฝากขังนี้

โดยศาลพิจารณาแล้วก็อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวทั้งหมดไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 ต.ค.62

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับผู้ต้องหากลุ่มนี้ ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 27 ก.ย.62 ก็ถูกฝากขังร่วมกับ น.ส.พัทธนันท์หรือปีใหม่ รักษากุล อายุ 26 ปี ภูมิลำเนา ลำลูกกา จ.ปทุมธานี (พริตตี้) ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี คดีร่วมกันมอมเหล้าลัลลาเบล และพริตตี้เดียร์ที่ถูกมาจ้างมาในงานปาร์ตี้ที่บ้าน ซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐานซ่องโจร และร่วมกันกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210 , 278 โดยการฝากขังคดีนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดได้ประกันตัว ซึ่งนายกฤษฎาหรือโนบิ , น.ส.พัทธนันท์หรือปีใหม่ ,นายโกเศศหรือปิงปอง ยื่นเงินสด คนละ 1.8 แสนบาท

ส่วนนายชัยพลหรือคิว เจ้าของงานปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง , น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส แฟนสาวของคิว , นายนที หรือตี๋ ได้ขอติดกำไลข้อเท้า EM พร้อมต้องวางเงินประกัน 3.6 หมื่นบาท…

“ผมไม่ส่งเสริมให้แสดงพฤติกรรมในทางที่ผิด” พ่อพาลูกชายมอบตัวคดีทุบรถการท่า

“ผมไม่ส่งเสริมให้แสดงพฤติกรรมในทางที่ผิด” พ่อพาลูกชายมอบตัวคดีทุบรถการท่า

“ผมไม่ส่งเสริมให้แสดงพฤติกรรมในทางที่ผิด” พ่อพาลูกชายมอบตัวคดีทุบรถการท่า

พ่อพาลูกชายมอบตัวคดีทุบรถการท่า
24 ต.ค. 62 พ่อพาลูกชายทุบรถการท่า เข้าพบตำรวจรับทราบข้อกล่าวหา ยันไม่เคยส่งเสริมให้ลูกชายแสดงพฤติกรรมในทางที่ผิด และได้ทำโทษบุตรชาต่อหน้าสาธารณชนแล้ว

กรณีเหตุการณ์คลิปที่มีชายรูปร่างอ้วนคล้ายคนเมาสุราขับรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว แคมรี่ ผ่านเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้านฟรีโซนโดยไม่ยอมรับบัตรจอดรถ แถมลงมาต่อว่าและด่าทอเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่ ใช้มือทุบทำรถกระบะสายตรวจของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับความเสียหาย

ล่าสุดนายวัฒนา ศุริยะพงษ์ พ่อของนายพศวัต ศุริยะพงษ์ ได้นำบุตรชายที่ก่อเหตุเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกในยามวิกาลพื้นที่ของท่าอากาศยาน ละเมิดการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และความผิดทำให้เสียทรัพย์

พ่อพาลูกชายมอบตัวคดีทุบรถการท่า
“วันนี้ได้พาบุตรชายเข้าพบตำรวจ เพราะเห็นว่าบุตรชายกระทำการผิดจริง เหตุเนื่องมาจากการดื่มสุราจนเมาคุมสติตัวเองไม่ได้ ประกอบกับเครียดเรื่องงานและมีปัญหาส่วนตัว และมานั่งดื่มสุราที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งปกติลูกชายตนจะมีคนขับรถให้เสมอ แต่ในวันที่เกิดเหตุคนขับรถได้กลับบ้านก่อนปล่อยให้ลูกของตนขับรถเองจนมากก่อเหตุดังกล่าว แต่การกระทำของลูกชายตน ซึ่งขณะที่ตนมารับตัวกลับไปตนก็ทำโทษบุตรชาต่อหน้าสาธารณชน เพื่อชี้ชัดเจตนาว่า ไม่ส่งเสริมให้บุตรชาย มีและแสดงประพฤติกรรมในทางที่ผิด” นายวัฒนา กล่าว

ขณะที่ นายพศวัตก็ยอมรับว่า กระทำผิดจริง และ ขณะเกิดเหตุก็อยู่ในอาการเมาสุรา

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ นายพศวัต และผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ เบื้องต้น มีการแยกแจ้งความเป็น 2 ส่วน โดย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าแจ้งความในข้อหา บุกรุกยามวิกาล รวมทั้งละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยของ ท่าอากาศยานฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็แจ้งความให้ดำเนินคดีในข้อหาทำลายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ตามคลิปภาพที่ปรากฏต่อไป

พ่อพาลูกชายมอบตัวคดีทุบรถการท่า

ฆ่ายกครัวคากระท่อม ในสวนลำไย 3 ศพ คาดชิงทรัพย์

ฆ่ายกครัวคากระท่อม ในสวนลำไย 3 ศพ คาดชิงทรัพย์

ฆ่ายกครัวคากระท่อม ในสวนลำไย 3 ศพ คาดชิงทรัพย์

ฆ่ายกครัวคากระท่อม

ฆ่าโหด 3 ศพในกระท่อม ชาย 1 หญิง 2 ตำรวจเร่งเก็บหลักฐานติดตามตัวคนร้าย เบื้องต้นพบว่าทรัพย์สินมีค่า และเงินของผู้ตายหายไป เชื่่อว่าประสงค์ต่อทรัพย์ และปมขัดแย้งส่วนตัว

วันที่ 23 ต.ค.2562 พ.ต.อ.วินิจฉัย พินิจศักดิ์ ผกก.สภ.เชียงดาว, พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ คำบุญมา รอง ผกก.(สอบสวน), พ.ต.ท.ตระกูล ทาคำ รอง ผกก.(สืบสวน) สภ.เชียงดาว เข้าตรวจสอบที่เหตุเกิด ภายในเพิงพักไม่มีเลขที่ในสวนลำไย ม.4 ต.แม่นะ อ เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พบศพชายสัญชาติเมียนมาร์ อายุ 40 ปี, หญิงสัญชาติเมียนมาร์ อายุ 55 ปี และลูกสาวอายุ 28 ปี

ฆ่ายกครัวคากระท่อม
ตำรวจได้รับแจ้งว่า เวลาประมาณ 09.00 น.วานนี้ว่า เกิดเหตุฆ่ากันตายบริเวณกระท่อมไม่มีเลขที่ ม.4 ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วจึงพร้อมกันกับพวก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงใหม่ และ แพทย์เวรโรงพยาบาลเชียงดาว เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุจากการจรวจสอบ พบทั้ง 3 ศพ มีบาดแผลบริเวณร่างกาย จึงได้ตรวจที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ และจัดทำแผนที่เกิดเหตุไว้เรียบร้อยแล้วพบ และร่วมกับแพทย์ ชันสูตรพลิกศพ เพื่อจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ฆ่ายกครัวคากระท่อม
พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ 5 ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ขณะที่พยานระบุว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน พ่อแม่และลูกสาว ทั้งหมดทำอาชีพรับจ้างทำสวนลำไยและอาศัยอยู่ที่กระท่อมที่เกิดเหตุมานานหลายปี โดยทรัพย์สินที่หามาได้ทั้งหมดจะนำมาเก็บไว้ที่กระท่อม ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวนี้นิสัยดีตั้งใจทำงานและไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร โดยวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทั้งหมดยังอยู่ที่สวนช่วยทำงาน ก่อนจะพบเป็นศพ พร้อมกับพบว่ามีทรัพย์สินมีค่าทั้งสร้อยคอทองคำ และเงินสดของผู้ตายได้หายไป

เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า2คน อาจจะประสงค์ต่อทรัพย์ หรือมีปมขัดแย้งอื่นจึงได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานล่าตัวมาดำเนินคดี…

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พระพุทธรูปอายุกว่า 100 ปี

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พระพุทธรูปอายุกว่า 100 ปี

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พระพุทธรูปอายุกว่า 100 ปี

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่
เพลิงเผากุฏิวัดประดู่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี วอดเสียหาย ขณะเกิดเหตุเจ้าอาวาสอยู่ในห้องน้ำเห็นกลุ่มไฟลอยออกมา ก่อนมีเปลวไฟลุกลามไปยังห้องข้างเคียงรวม 11 ห้อง รวมถึงพระพุทธรูปเก่าแก่ เสียหายกว่า 10 องค์ ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 21 ต.ค.62 ร.ต.อ.สุรชาติ เขตเจริญ ร้อยเวรสอบสวน สภ.พระพุทธบาท ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้กุฏิวัดประดู่ ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลหนองแก รถดับเพลิงเทศบาลเมืองพระพุทธบาท และรถดับเพลิงใกล้เคียง จำนวน 10 คัน พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพระพุทธบาท เข้าทำการดับเพลิง

ในที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิพระ 2 ชั้นอย่างรุนแรง ซึ่งชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นปูน เสียหายทั้งหมด 3 หลัง รวม 11 ห้อง โดยมีกุฏิเจ้าอาวาสถูกเพลิงไหม้เสียหายด้วย นอกจากนี้ยังมีกุฏิที่เก็บพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ถูกไฟไหม้เสียหายกว่า 10 องค์

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่
สอบถาม พระสะอาด อภิปุณโณ อายุ 73 ปี เจ้าอาวาสวัดประดู่ เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังสรงน้ำอยู่ในห้องน้ำได้ยินเสียงดังคล้ายคนจุดประทัด ต่อมาสักพักเห็นควันไฟลอยเป็นจำนวนมากตนจึงรีบหนีลงมาด้านล่าง จากนั้นแสงเพลิงลุกไหม้กุฏิอย่างรวดเร็ว จึงรีบบอกให้พระลูกวัดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเทศบาลตำบลหนองแกเข้ามาระงับเหตุ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ มูลค่าความเสียหายในครั้งนี้เบื้องต้นประมาณ 5 ล้านบาท

ไฟไหม้กุฏิวัดประดู่

ส่วนสาเหตุไฟไหม้คาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากสายไฟมีความเก่าและกูฏิก็เป็นไม้เก่าทำให้ไฟไหม้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์จังหวัดสระบุรีจะเข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง.…

ดาบตร. ข่มขืนด.ญ.12 ปี ลาออกจากราชการ ผูกคอตายที่บ้านเกิด

ดาบตร. ข่มขืนด.ญ.12 ปี ลาออกจากราชการ ผูกคอตายที่บ้านเกิด

ดาบตร. ข่มขืนด.ญ.12 ปี ลาออกจากราชการ ผูกคอตายที่บ้านเกิด

ผูกคอตายที่บ้านเกิด
อดีตผบ.หมู่ สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี เครียดถูกจับคดีข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.12 ปี หลังได้ประกันตัวในชั้นศาล ตัดสินใจลาออกจากราชการ เลือกจบชีวิตสลดที่บ้านเกิด จ.ร้อยเอ็ด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 20 ต.ค. 2562 ร.ต.อ.สมหมาย เพชรสุริยา รองสว.(สอบสวน) สภ.เมยวดี ได้รับแจ้งว่ามีคนผูกคอเสียชีวิตในป่าชุมชนด้านทิศเหนือ ห่างจากโรงเรียนบ้านโคกสี ต.ชุมพร อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด ประมาณ 100 เมตร จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.เมยวดี

ที่เกิดเหตุ พบศพ ด.ต.วิเชียร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี อดีต ผบ.หมู่ สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งเพิ่งลาออกจากราชการเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยใช้ผ้าขาวม้าผูกติดกับกิ่งไม้ แขวนคอตัวเองจนเสียชีวิตในสภาพนุ่งกางเกงยีนส์ขายาว สวมเสื้อยืดสีเหลือง ตรวจสอบ
ตามร่างกายไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง

จากการสืบสวนทราบว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ต.ค.2562 ที่ผ่านมา ยายของเด็กหญิงอายุ 12 ปี ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่า หลานสาวถูก ด.ต.วิเชียร ล่อลวงไปข่มขืนจนได้รับบาดเจ็บจนอวัยวะฉีกขาด และอักเสบอย่างรุนแรง ต้องนอนโรงพยาบาลรักษาตัว ระหว่างนั้นยังถูก ด.ต.วิเชียรข่มขู่ไม่ให้เอาเรื่อง ตนจึงเกิดความกลัวว่าจะได้รับอันตรายจนต้องไปร้องขอความช่วยเหลือดังกล่าว

ต่อมา พ.ต.อ.นิตย์ วิธินันทกิตต์ ผกก.สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี ได้สอบปากคำของยายและสอบถามเบื้องต้นจากผู้เสียหาย จากนั้นได้เรียกตัว ด.ต.วิเชียร มาสอบสวนและให้การรับสารภาพว่าข่มขืน ด.ญ.คนดังกล่าวจริง จึงให้พนักงานสอบสวนควบคุมตัวไปดำเนินคดีในข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจารและกระทำชำเรา ส่งตัวไปขออำนาจศาลฝากขังระหว่างการดำเนินคดี

ต่อมา ด.ต.วิเชียร ได้ประกันตัวในชั้นศาล และได้ลาออกจากราชการ กลับไปบ้านเกิดที่จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนที่ชาวบ้านไปหาเก็บฟืนในป่าชุมชนจะพบเป็นศพผูกคอเสียชีวิตในตอนบ่าย

ด้าน พ.ต.ท.คำปน ราชสีเมือง รอง ผกก.สส.สภ.เมยวดี เจ้าของท้องที่ เปิดเผยว่า เพื่อให้ทุกฝ่ายคลายข้อสงสัยว่าการตายของ ด.ต.วิเชียร ไม่มีเงื่อนงำใดๆ สันนิษฐานน่าจะเกิดจากความเครียด นำมาสู่การผูกคอเสียชีวิต โดยมีญาติพี่น้อง รวมทั้งแพทย์เวรมาร่วมชันสูตรศพอย่างละเอียด ซึ่งทางญาติไม่ได้ติดใจในเรื่องของการเสียชีวิตแต่อย่างใด พร้อมรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามแม้เป็นการฆ่าตัวตาย แต่ในทางคดีก็จะดำเนินการสอบสวนไปตามขั้นตอนทุกอย่าง.…