ชาวบ้านรุมกระทืบตำรวจ เจ็บหนัก ไม่พอใจตำรวจวิสามัญคนร้าย

ชาวบ้านรุมกระทืบตำรวจ เจ็บหนัก ไม่พอใจตำรวจวิสามัญคนร้าย

เวียงแหงเดือด ชาวบ้านกว่า 200 คน ไม่พอใจตำรวจวิสามัญหนุ่มมูเซอในคดียาเสพติด รุมกระทืบ รอง ผกก. เจ็บหนักเย็บสิบเข็ม ส่วนดาบตำรวจเข้าไปช่วย ถูกรุมตีจนช้ำไปทั้งตัว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ( 23 ก.ค.62) พ.ต.ท.วิโรจน์ ปันตี รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.เวียงแหง พร้อมชุดสืบสวน 6 นาย ออกตรวจสอบเป้าหมายการกระทำความผิดคดียาเสพติดในหมู่บ้านห้วยไคร้ใหม่ โดยใช้รถจักรยานยนต์ 3 คัน และ รถยนต์ 1 คัน

ขณะที่ตรวจสอบในป่าท้ายหมู่บ้าน พบชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา คนซ้อนท้ายถืออาวุธปืนยาว เจ้าหน้าที่จึงให้หยุดและแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ทั้งคู่กลับจอดรถและชายซ้อนท้ายได้นั่งลงและใช้อาวุธปืนยาวประทับยิงใส่เจ้าหน้าที่จำนวน 2 นัด บาคาร่า จนเกิดการยิงต่อสู้เพื่อป้องกันตัวจนถูกชายคนดังกล่าวเสียชีวิต

ชาวบ้านรุมกระทืบตำรวจ เจ็บหนัก ไม่พอใจตำรวจวิสามัญคนร้าย

ตรวจสอบทราบชื่อว่า นายจะจือ จะอ่อ อายุ 50 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในคดีค้ายาบ้าและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังเกิดเหตุมีญาติผู้ต้องหาและชาวบ้านกว่า 200 คน ไปยังที่เกิดเหตุและเข้าปิดล้อมเจ้าหน้าที่ รุมทำร้าย โดยใช้ไม้ตีและใช้ก้อนหินทุบบริเวณศีรษะ พ.ต.ท.วิโรจน์ และ รุมทำร้าย ด.ต.ชัชวาลย์ วงค์หาญ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เวียงแหง ที่พยายามเข้าไปช่วย โดยใช้ไม้ตีและใช้ก้อนหินขว้างใส่ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน รวมทั้งยังทุบทำลายรถยนต์ และรถจักยานยนต์ของเจ้าหน้าที่จนได้รับความเสียหายด้วย โชคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนรีบนำตัว พ.ต.ท.วิโรจน์ หลบหนีออกมาจากฝูงชน นำตัวส่งโรงพยาบาลเวียงแหง โดยแพทย์ต้องเย็บศรีษะจำนวน 10 เข็ม ส่วน ด.ต.ชัชวาลย์ มีบาดแผลและรอยฟกช้ำตามร่างกายและใบหน้า

ล่าสุดเช้าวันนี้ ( 24 ก.ค.62) ตำรวจและฝ่ายปกครอง นำกำลังปิดล้อมพื้นที่บ้านห้วยไคร้ใหม่ เพื่อติดตามคนร้ายที่ทำร้ายร่างกายตำรวจทั้งสองนาย แต่ไม่พบตัว และไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย แต่จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสของแกนนำกลุ่มชาวบ้านที่รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่แล้ว มีประมาณ 5-6 คน เบื้องต้นจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับมาดำเนินคดีตามกฏหมาย…

โดนหิ้ว ข่มขืนคาซอยเปลี่ยว สาวเสียรู้ผ่านแชท นัดเจอหนุ่มแปดริ้ว

โดนหิ้ว ข่มขืนคาซอยเปลี่ยว สาวเสียรู้ผ่านแชท นัดเจอหนุ่มแปดริ้ว

สาวนั่งรถข้ามอำเภอมาเจอหนุ่มที่รู้จักกันผ่าน แชทเฟซบุ๊ก นัดแนะจะควงกันไปเที่ยวตลาด แต่แผนเปลี่ยนถูกลากข่มขืนยับ ก่อนนำมาทิ้งเอาไว้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว

(22 ก.ค.) ร.ต.อ.พุฒิพงษ์ ชื่นชม รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากหญิงสาววัย 21 ปี ระบุว่า ได้ถูกชายหนุ่มวัยเดียวกัน ก่อเหตุแชทผ่านเฟซบุ๊กล่อลวงมากระทำการข่มขืนอนาจารที่บ้านพัก ก่อนถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ยังที่ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางในพื้นที่ ม.4 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

หลังได้รับแจ้งเหตุจึงได้วิทยุแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจประจำตำบลเทพราช พร้อมด้วย ร.ต.ท.พูลพรรณ์ อุดมศิลป์ รอง สวป. สภ.แสนภูดาษ ร้อยเวรงานป้องกันและปราบปรามเดินทางมารับตัวไปทำการสอบสวน ก่อนให้พาไปชี้ยังจุดเกิดเหตุ และส่งตัวไปตรวจร่างกายเพื่อหาร่องรอยอีกครั้ง

นางสาวพลอย (นามสมมติ) ผู้เสียหายได้ให้การว่า ก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับ นายบอล ผู้ก่อเหตุผ่านทางเฟซบุ๊ก และได้มีการพูดคุยจนเกิดความใกล้ชิดกันเพียงระยะเวลาไม่นาน ก่อนที่จะมีการนัดแนะให้ตนเดินทางไปหา โดยได้นัดให้มารอพบกันยังที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีขนส่งผู้โดยสารฉะเชิงเทรา

โดนหิ้ว ข่มขืนคาซอยเปลี่ยว สาวเสียรู้ผ่านแชท นัดเจอหนุ่มแปดริ้ว

นายบอล ได้ออกอุบายว่าจะนัดพาตนไปเดินเที่ยวยังที่ตลาดเก่าแก่คลองสวน 100 ปี ตนจึงได้ออกเดินทางมาจากบ้านพักที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนมาลงรถโดยสารยังที่สถานีขนส่งฉะเชิงเทรา โดยที่นายบอลได้ขี่รถจักรยานยนต์มารับตามนัด จากนั้นนายบอลก็ขอแวะกลับเข้าบ้านก่อน บ้านอยู่ใกล้กับวัดจรเข้น้อย บาคาร่า ซึ่งสภาพแวดล้อมค่อนข้างเปลี่ยว

ต่อมา นายบอล ก็มีพฤติกรรมเปลี่ยน ไม่ยอมพาไปเที่ยวยังตลาดตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก่อนจะใช้กำลังลงมือข่มขืนกระทำชำเราและกักขังหน่วงเหนี่ยวเอาไว้ภายในบ้าน ซึ่งตนได้พยายามอ้อนวอน เพื่อให้นายบอลปล่อยตัวและพากลับออกมาส่งที่สถานีขนส่ง แต่นายบอลก็ไม่ยอม

จนกระทั่งเวลา 12.00 น. ตนจึงได้ออกอุบายว่าหิวข้าว อยากกินข้าว นายบอลจึงได้พาขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาทิ้งไว้ยังที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งดังกล่าว ก่อนจะขี่รถหลบหนีหายไป

หลังสอบถามข้อมูล จากปากคำผู้เสียหายแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้นำพาผู้เสียหายไปชี้ยังจุดที่เกิดเหตุ เพื่อให้เกิดความแน่ชัดว่าที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงจุดใด เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รอยต่อของหลาย สภ. และอยู่ไม่ไกลจากแนวเขตรอยต่อ 3 จังหวัดมากนัก

หลังจากนั้นจึงส่งตัวให้ไปพบพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุทำการสอบสวนดำเนินคดี และให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายหาร่องรอยหลักฐานการถูกกระทำการข่มขืนอนาจารอีกครั้ง…

วอนไขคดี พ่อแม่บึ่งหาทนายรณรงค์ ลูกชายตาย 6 เดือนไม่คืบ สงสัยลูกตำรวจฆ่า

วอนไขคดี พ่อแม่บึ่งหาทนายรณรงค์ ลูกชายตาย 6 เดือนไม่คืบ สงสัยลูกตำรวจฆ่า

พ่อแม่เดินทางขึ้นมาจาก จ.ตรัง เข้าร้องเรียน ทนายรณรงค์ สงสัยการเสียชีวิตของลูกชาย ผ่าน 6 เดือนยังไม่คืบหน้า แอบสงสัยลูกชายตำรวจอยู่เบื้องหลัง

(21 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายเวียง อายุ 57 ปี และนางเครือวัลย์ อายุ 58 ปี ได้เดินทางเข้าร้องต่อ ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ให้เร่งรัดคดีที่ นายธนวิชญ์ อายุ 24 ปี ลูกชายถูก ฆาตกรรมเสียชีวิต เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2562 บริเวณคลองสาธารณะ ห่างจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร ใน ต.คลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง แต่ล่าสุดคดีผ่านมา 6 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากผู้ต้องสงสัยเป็นลูกชายตำรวจในพื้นที่

จากการสอบถาม พ่อแม่ของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ในวันเกิดเหตุได้รับแจ้งว่าลูกชายเสียชีวิตจากไฟฟ้าดูด สภาพศพลูกชายนอนคว่ำหน้าในคลอง ส่วนขาเกยอยู่บนตลิ่ง ที่ด้านหลังมีรอยแผลถลอก และพบจอบตกอยู่ใกล้ๆ ร้อยเวรและแพทย์ตรวจสอบที่เกิดเหตุและสภาพศพลงความเห็นว่าถูกไฟฟ้าดูด ตนจึงได้นำศพลูกตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด บาคาร่า

แต่ในระหว่างตั้งบำเพ็ญกุศลเพื่อนบ้านได้มาบอกว่า เมื่อช่วงเวลาเกิดเหตุเหมือนได้ยินเสียงลูกชายร้องให้คนช่วย ทำให้ตนตัดสินใจให้นำศพลูกชายไปร้องเพื่อขอชันสูตรศพใหม่ โดยส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ผลการชันสูตรเบื้องต้นพบว่า น่าจะเสียชีวิตจากการภาวะสมองถูกกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคม ตนจึงได้นำผลนี้ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและได้มีการสอบปากคำพยาน 3 ปาก แต่เรื่องก็เงียบหายไป

วอนไขคดี พ่อแม่บึ่งหาทนายรณรงค์ ลูกชายตาย 6 เดือนไม่คืบ สงสัยลูกตำรวจฆ่า

ทั้งนี้ ช่วงก่อนเกิดเหตุลูกชายเคยมาปรึกษากับพวกตนว่า น.ส.หวาน แฟนสาวแอบไปมีสัมพันธ์กับ นายเจมส์ เพื่อนของลูกชาย ที่เป็นลูกชายตำรวจในพื้นที่ ตนจึงได้แต่บอกว่าให้ปล่อยผู้หญิงไป แต่หลังเกิดเหตุ น.ส.หวาน แฟนสาวก็หยิบเอาโทรศัพท์ลูกชายไปจากที่เกิดเหตุ พอตนเริ่มสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูก จึงได้ไปขอโทรศัพท์ลูกคืนมา พบว่าข้อความจำนวนมากถูกลบหายไป

ต่อมาในวันที่ 22 มินาคม ตนได้ทำเรื่องร้องเรียนไปที่ตำรวจภูธรตรังเพื่อขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน และรอได้เอกสารตอบกลับมาจากตำรวจภูธรตรังว่า พนักงานสอบสวนรอเอกสารผลการชันสูตรจาก รพ.สงขลานครินทร์ ตนจึงสอบถามไปที่ รพ.สงขลานครินทร์ ได้รับคำตอบว่าได้ส่งผลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ตนจึงกลับไปขอดูผลชันสูตรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ได้รับคำตอบว่าให้ไปที่ สภ.รัษฎา ซึ่งเป็นผู้ทำคดี อีกทั้งยังมีการบ่ายเบี่ยงกันไปมาอยู่เรื่อยๆ จึงตัดสินใจเข้าเมืองมาให้ช่วยทนายช่วยเร่งรัดคดีนี้

ทางด้าน ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า พ่อแม่ของผู้เสียชีวิตมาต้องขอความเป็นธรรมและให้ช่วยติดตามเร่งรัดคดีเพราะผ่านมา 6 เดือนคดีไม่คืบหน้า เพราะเชื่อว่าลูกชายน่าจะถูกฆาตกรรม มากกว่าอุบัติเหตุ และยังคาดว่าอาจจะเป็นเรื่องชู้สาว อีกทั้งผู้ต้องสงสัยยังเป็นลูกของตำรวจในพื้นที่ด้วย ทำให้คดีไม่มีความคืบหน้า

ซึ่งจากการตรวจสอบผลชันสูตรจากเอกสาร รพ.สงขลานครินทร์ แพทย์ลงความเห็นว่า ด้านหลังมีแผลฟกช้ำหลายจุด มีบาดแผลช้ำใต้หนังศีรษะตรงด้านหน้า มีแอลกอฮอล์ในเลือด 11.6% และสมองได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกกับวัตถุแข็งไม่มีคม โดยในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.) เตรียมเดินทางไปกองปราบปรามฯ เพื่อให้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่คลี่คลายคดีนี้ต่อไป…

สาวท้องโตถูกฆ่า ห่อป้ายไวนิลทิ้งศพที่กองขยะแล้ว ที่แท้เป็นสาว อสม.

สาวท้องโตถูกฆ่า ห่อป้ายไวนิลทิ้งศพที่กองขยะแล้ว ที่แท้เป็นสาว อสม.

รู้ตัวสาวท้องโต ถูกฆ่าห่อป้ายไวนิลและทิ้งศพที่กองขยะในพื้นที่อำเภอสะเมิงแล้ว ที่แท้เป็นสาว อสม. ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ เชื่อว่าอาจจะเป็นเรื่องชู้สาว

จากกรณีฆ่าสาวท้องโตห่อป้ายไวนิลหิ้วศพทิ้งในกองขยะ สภาพร่างกายพบ สักยันต์ 5 แถว หน้าโดนทุบเละ ตามตัวก็มีร่องรอยคล้ายโดนทำร้าย แต่ยังไม่รู้เป็นใคร เชื่อถูกฆ่าที่อื่นก่อนนำศพมาทิ้งอำพรางคดี โดยพบศพเมื่อ วันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา บาคาร่า

สาวท้องโตถูกฆ่า ห่อป้ายไวนิลทิ้งศพที่กองขยะแล้ว ที่แท้เป็นสาว อสม.

ล่าสุด (18 ก.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. พ.ต.ท.ไกรศรี จุฬพรรค รอง ผกก.สส.ภ.จ.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่และได้ประสานกับผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งญาติของผู้สูญหายให้มาดูศพและตรวจสอบสืบสวนหาชื่อผู้ตาย

จนในที่สุดญาติของผู้เสียชีวิตยืนยันว่าเป็นศพ ชื่อผู้ตาย คือ นางสาววิลาวัลย์ อายุ 50 ปี เป็น อสม.สันทราย โดยพบว่าเคยมีการแจ้งความกับเรื่องทะเลาะวิวาทกับหญิงและผู้ชายอีกคนหนึ่งด้วย และมีการแจ้งความร้องทุกข์กันไว้แล้วที่ สภ.สันทรายเชียงใหม่ เป็นปัญหามาจากเรื่องชู้สาว

นางสาววิลาวัลย์ นั้นมีฐานะค่อนข้างดี เบื้องต้นทางตำรวจสันนิษฐานว่า คนที่อุ้มฆ่านางสาววิลาวัลย์ นั้นน่าจะเป็นคนรู้จักกับผู้ตาย ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจกำลังติดตามไล่ล่าตัวอยู่ในขณะนี้ ทางตำรวจตั้งประเด็นมุ่งเป้าปมชู้สาว โดยคาดว่าทางตำรวจจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายและผู้มีส่วนร่วมในการอุ้มฆ่าครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน…

ชนตำรวจแล้วหนี ตำรวจปลิวขึ้นฝากระโปรง ก่อนโดนสะบัดร่วงกลางมอเตอร์เวย์

ชนตำรวจแล้วหนี ตำรวจปลิวขึ้นฝากระโปรง ก่อนโดนสะบัดร่วงกลางมอเตอร์เวย์

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าด่านเก็บเงินธัญบุรี ถนนกาญจนาภิเษกหมายเลข 9 บางปะอิน-บางนา ที่มีรถ BMW สีขาว

ขับชนชายคนหนึ่ง แล้วไม่จอดให้การช่วยเหลือก่อนจะขับหนีไป โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 16 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา ญาติของผู้บาดเจ็บได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วที่ สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

สำหรับผู้บาดเจ็บ คือ ร.ต.ท.จิตต์เกษม จันทร์รัก ผบ.หมวดกองร้อยที่ 2 กองกำกับการอารักขา 1 กองกำกับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) ขณะนี้รักษาตัวที่ รพ.นพรัตนราชธานี อาการตอนนี้ผ่าตัดขาที่หักแล้ว รอผ่าตัดแขน

(17 ก.ค.62) เมื่อเวลา 15.30 น. น.ส.ไอณดา อายุ 28 ปี ภรรยาของ ร.ต.ท.จิตต์เกษม ซึ่งได้รับบาดเจ็บ ถูกรถยนต์ ยี่ห้อ BMW สีขาว ชนบริเวณหน้าด่านมอเตอร์เวย์ ช่วงด่านเก็บเงินธัญบุรี เล่าว่า ในวันเกิดเหตุสามี ขับรถจากอำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวสามีของตนใช้เป็นประจำ

โดยขณะเกิดเหตุสามีของตนกำลังขับรถอยู่บนมอเตอร์เวย์ ก็มีรถยนต์ ยี่ห้อ BMW สีขาว ขับมาเบียดบริเวณด้านหน้ารถของสามีตน ก่อนจะขับหนีไป จากนั้นสามีของตนพยายามจะหยุดรถคู่กรณีด้วยการบีบแตรมาตลอดทาง แต่คนขับรถ BMW

คันดังกล่าวไม่ยอมจอด จนกระทั่งเมื่อถึงจุดชำระเงิน รถ BMW ทำทีว่าจะเข้าช่องชำระเงิน หมายเลข 7 แต่สามีของตนก็พยายามสะกัดด้วยการขับรถเข้าช่องหมายเลข 7 แทน แต่รถ BMW ขับถอยออกจากช่อง หมายเลข 7 บาคาร่า

ชนตำรวจแล้วหนี ตำรวจปลิวขึ้นฝากระโปรง ก่อนโดนสะบัดร่วงกลางมอเตอร์เวย์

ไปเข้าช่องชำระเงิน หมายเลข 6 เพื่อหลบหนี จากนั้นสามีของตนตัดสินใจลงจากรถ เพื่อโบกให้รถ BMW คันดังกล่าวหยุด แต่ก็ไม่ยอมหยุด พร้อมกับเร่งเครื่องชน จนทำให้สามีของตนกระเด็นไปอยู่บนฝากระโปรงหน้ารถ จากนั้นขับลากไปอีก 10 – 15 เมตร ก่อนที่จะร่วงจากรถร่างกระแทกถนนได้รับบาดเจ็บตามที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้

น.ส.ไอณดา กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงขณะนี้เจ้าของรถ BMW คู่กรณีก็ไม่ได้ติดต่อมาพูดคุย หรือ แสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใดส่วนอาการบาดเจ็บ เเพทย์ที่ทำการรักษาแจ้งว่า กระดูกขาใต้เข่าข้างซ้ายหัก และกระดูกแขนเหนือศอกข้างซ้ายหัก โดยเมื่อวานนี้แพทย์ได้ทำการผ่าตัดกระดูกที่ขาแล้ว ส่วน แขน

ยังไม่สามารถผ่าตัดได้เพราะต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางซึ่งทางโรงพยาบาลไม่มีและจะทำการสั่งอุปกรณ์มารักษา ต้องรอประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะได้ผ่าตัด ส่วนตามตัวมีบาดแผลถลอก ซึ่งแพทย์ได้ทำการเย็บบาดแผลบริเวณหัวให้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพักฟื้นที่โรงพยาบาล

ทั้งนี้ตนเองอยากให้คนขับรถคู่กรณีมารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล พร้อมเยียวยาค่าสินไหมทดแทน กรณีที่ไม่สามารถไปทำงานได้ ซึ่งทางครอบครัวไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านั้น อยากขอความเห็นใจเพราะสามีเป็นคนเดียวที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว สุดท้ายอยากฝากว่า ทำผิดแล้วยอมรับผิดทุกคนก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ

ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ แผลงดี รองสว. สอบสวน สภ.ลำลูกกา ได้สอบปากคำภรรยาผู้ได้รับบาดเจ็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งตรวจสอบสภาพรถยนต์ที่ประสบเหตุอีกครั้ง และจะได้ออกหมายเรียกตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป…

แหกด่าน โชว์มอบ-บิด-ยียวนไปทั่วตำบล ตำรวจไล่ตามติด

แหกด่าน โชว์มอบ-บิด-ยียวนไปทั่วตำบล ตำรวจไล่ตามติด

ภาพนาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ติดตามคนต้องสงสัย ขี่จักรยานยนต์แหกด่านตรวจ ลัดเลาะไปตามถนนหมู่บ้านทั่วตำบล โชว์ลีลายียวนกวนประสาทใส่ สุดท้าย เสียหลัก สิ้นท่า

เมื่อคืนวานนี้ (14 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับภาพจากกล้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครนายก ขณะกำลังขับไล่ล่าติดตามรถจักรยานยนต์ สีเหลือง ต้องสงสัยคันหนึ่ง หลังรถคันนี้ได้ขี่ฝ่าด่านตรวจ บริเวณหน้าวัดวังไทร-ถนนวังรี-เขาพระ บาคาร่า ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านตรวจ เพื่อตรวจตรารถจักรยานยนต์ที่แต่งแบบผิดกฎหมาย

แหกด่าน โชว์มอบ-บิด-ยียวนไปทั่วตำบล ตำรวจไล่ตามติด

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วานนี้ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น MSX สีเหลือง ได้ขับฝ่าด่านตรวจตรงบริเวณดังกล่าว หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเพื่อขอตรวจค้น แต่กลับถูกรถคันดังกล่าวขับฝ่าด่านเพื่อไม่ให้ตรวจ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถไล่ตาม ทั้งรถกระบะและรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยใช้ถนนลำเลาะตามหมู่บ้านในตำบลเขาพระเป็นเส้นทางหลบหนี

แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ญังไม่ละความพยายาม เพราะคาดว่ารถคันดังกล่าวหน้าจะมีสิ่งผิดกฎหมาย จึงขับไล่ตามไปติดๆ โดยพบว่าชายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มีท่าทียียวนกวนประสาท พร้อมทั้งยังโชว์ลีลาขับขี่ต่างๆ อวดเจ้าหน้าที่ที่ไล่ตามกลังมาติดๆ ด้วย

กระทั่งในท้ายที่สุด รถคันดังกล่าวได้เกิดเสียหลักพุ่งตกลงข้างทาง ก่อนที่ชายคนขับจะวิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปในบ่อน้ำของชาวบ้าน แต่สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวเอาได้ ต่อมาทราบชื่อคือ นายจรูญ อายุ 37 ปี โดยให้การรับสารภาพว่าที่ขี่รถฝ่าด่านตรวจมา เพราะตนเพิ่งเสพยาบ้าเข้าไป ซึ่งจากการตรวจค้นที่รถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครนายก ต่อไป…

วัยรุ่นเมา เขม่นกัน อีกฝ่ายชักปืนยิงดับคาที่ ก่อนหลบหนี

วัยรุ่นเมา เขม่นกัน อีกฝ่ายชักปืนยิงดับคาที่ ก่อนหลบหนี

เกิดเหตุวัยรุ่นนั่งสังสรรค์ริมเขื่อนสำนักไม้เต็งที่ราชบุรี ก่อนหนึ่งในกลุ่มเมาป่วนจนเกิดเขม่นกันจนเป็นเหตุให้ถูกสังหารด้วย อาวุธปืน 11 มม.ยิงตัดขั้วหัวใจเสียชีวิตคาที่ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชบุรี ขณะที่มือปืนเลือดร้อนพร้อมพวกหลบหนีลอยนวล
เมื่อเวลา 20.15 น. ของวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาก ร.ต.ท.ศักรินทร์บุญมาก ร้อยเวร.สภ.เมืองราชบุรี รับแจ้งเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันจนมีผู้เสียชีวิตคาที่ในที่เกิดเหตุ 1 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย จึงรีบรายงานให้พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูล มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี โดยพระบรมราชานุญาต และกำลังตำรวจ ชุดสืบสวนสอบสวน เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำสำนักห้วยไม้เต็ง หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

โดยที่เกิดเหตุพบศพนายสุรศักดิ์ สมจิตร อายุ 18 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ที่บริเวณริมเขื่อน สำนักไม้เต็งราชบุรี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่หน้าอกเหนือราวนมด้านซ้าย 1 นัดตัดขั้วหัวใจ และที่บริเวณลำตัวอีก 2 นัด เสียชีวิตคาที่ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย นอนร้องครวญครางอยู่บริเวณใกล้เคียงกับผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลราชบุรี ทราบชื่อต่อมาคือนายณรงค์ศักดิ์ รุ่งบุญ อายุ 18 ปี ถูกยิงเฉี่ยวต้นขาด้านขวา และนายวินัย กริชบุญธรรม อายุ 36 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ต้นขาทั้ง 2 ข้าง ให้การสับสน

ในที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 1กบ 4282 ราชบุรี จอดอยู่ซึ่งเป็นรถของผู้ตาย และพบหัวกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่จำนวน 4 หัวและปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 7 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อเร่งติดตามตัวคนกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วัยรุ่นเมา เขม่นกัน อีกฝ่ายชักปืนยิงดับคาที่ ก่อนหลบหนี

จากการสอบสวนนายวันชนะ เฮงทต อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนและกลุ่มผู้ตายได้มารวมกลุ่มกันนั่งสังสรรค์ประมาณ 10 กว่าคน ที่บริเวณริมเขื่อนชั้นบนของสำนักไม้เต็งราชบุรี จนถึงช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. มีกลุ่มของมือปืนที่กำลังหลบหนีได้รวมกลุ่มกันมานั่งดื่มประมาณ 10 คนเศษ บาคาร่า โดยมารถยนต์และรถจักรยานยนต์

ระหว่างที่มีการนั่งดื่มกันอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีชายวัยรุ่นเดินตรงเข้ามาถามกลุ่มผู้ตายว่า “ใครคุยกับจ๋า” ใครคุยกลับเด็กเขา ซึ่งทางกลุ่มของผู้ตายก็ปฏิเสธไป จากนั้นกลุ่มผู้ตายได้ลงมานั่งอยู่ที่บริเวณเกิดเหตุซึ่งเป็นสันเขื่อนด้านล่าง จากนั้นกลุ่มของมือปืนได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามลงมาและทำกันบิดคันเร่งเครื่องยนต์เหมือนเป็นการท้าทาย ก่อนจะรีบขี่รถจักรยานยนต์กลับออกไป

นายวันชนะ เล่าอีกว่า จากนั้นไม่นานกลุ่มของผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ 3 ราย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พุ่งตรงลงมาหากลุ่มของผู้ตาย จากนั้นได้เข้าชกต่อยนายสุรศักดิ์ สมจิตร ขณะเดียวกับที่ 1 ในวัยรุ่น ได้เข้ามาห้าม จู่ ๆ ชายอีก 1 ราย สวมเสื้อยืดคอกลมสีเทา กางเกงยีนขายาว และใส่หมวกแก๊ปปกปิดใบหน้าที่เดินลงมาด้วยกัน ได้ชักอาวุธปืน 11 มม. ยิงเข้าที่นายสุรศักดิ์ สมจิตร จำนวน 3 นัด 1 นัดเข้าที่เหนือราวนมหน้าอกด้านซ้ายเจาะทะลุเข้าตัดขั้วหัวใจจนเสียชีวิตคาที่ทันที ส่วนเพื่อนของผู้ตายอีก 2 รายถูกยิงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชบุรี จากนั้นมือปืนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

นางสาวจ๋า สาวที่ถูกอ้าง เล่าให้ฟัง เมื่อช่วงก่อนเกิดเหตุตนและกลุ่มผู้ตายได้นักสังสรรค์อยู่ที่บริเวณโคนต้นไม้ จากนั้นนายสุรศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางเข้ามายังกลุ่มของตนในสภาพมึนเมาและมาก่อกวนกลุ่มของตนเองทำให้เกิดความไม่พอใจ จากนั้นนายตุ๋ยได้เดินลงไปถามนายสุรศักดิ์ว่าใครแอบคุยกับ “จ๋า” ก่อนจะมีเรื่องชกต่อยกันซึ่งนายตุ๋ยได้ห้ามปรามเพื่อนไม่ให้ทำการชกต่อยกัน แต่เพื่อนอีก 1 คน กลับไม่ฟังได้ชักปืน 11 มม. ขึ้นมายิงใส่ผู้ตายจนเสียชีวิตคาที่ในที่เกิดเหตุทันที

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน และชุดเหยี่ยวดำ ได้ออกเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดโดยเฉพาะมือปืนรายนี้มาทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

ฆ่าฝรั่งเบลเยียม หมกบ้าน ตำรวจมั่นใจจับไม่ผิดตัว

ฆ่าฝรั่งเบลเยียม หมกบ้าน ตำรวจมั่นใจจับไม่ผิดตัว

ฆ่าฝรั่งเบลเยียม

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยฆ่าฝรั่งชาวเบลเยียมที่บ้านพักในระยอง เจ้าตัวยังปฏิเสธข้อหาแบบหน้านิ่ง เร่งรวบรวมหลักฐาน พบพิรุธเพียบ มั่นใจไม่ผิดตัว

จากกรณี ชายชาวต่างชาติ สัญชาติเบลเยียม ทราบชื่อคือ นายเกรย์ ถูกคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรมโหดภายในห้องนอนที่บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.ท.วสันต์ ยวงยิ้ม รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ได้นำตัว นายอุดมโชค ผู้ต้องสงสัยไปฝากขังต่อศาลจังหวัดระยอง ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน นำส่งพนักงานอัยการ

ฆ่าฝรั่งเบลเยียม หมกบ้าน ตำรวจมั่นใจจับไม่ผิดตัว

ผู้สื่อข่าวได้ติดตามสอบถาม นายอุดมโชค ผู้ต้องสงสัยในขณะกำลังขึ้นรถไปศาล เจ้าตัวยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาอยู่หรือไม่ ซึ่ง นายอุดมโชค ไม่ตอบอะไรกับสื่อ พร้อมกับทิ้งสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเดินขึ้นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไป บาคาร่า

ส่วนผลทางรูปคดี ผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธอยู่ในขณะนี้ แต่ทางตำรวจมั่นใจว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานในการส่งฟ้องดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้แน่นอน

เมื่อสอบถามกับ พ.ต.ท.วสันต์ ถึงการรวบรวมพยานหลักฐานในการที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ที่ยังคงปฏิเสธในข้อกล่าวหาอยู่ในขณะนี้ ได้เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานที่ชัดเจน รวมถึงการสอบพยานแวดล้อมมีความมั่นใจเป็นอย่างมากที่จะคลี่คลายคดีแห่งเงื่อนงำที่เกิดขึ้นแต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มาก

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.บรรพต กู๊ดอั้ว ผกก.พิสูจน์หลักฐานระยอง ได้เดินทางมาที่ สภ.มาบตาพุด จังหวัดระยอง พร้อมกับได้จำลองสถานการณ์ขณะเกิดเหตุ ที่ผู้ต้องสงสัยได้ก่อเหตุในที่เกิดเหตุกับพนักงานสอบสวน และ พ.ต.ท.วสันต์ ยวงยิ้ม ภายในห้องควบคุมตัวผู้ต้องขังที่ สภ.มาบตาพุด

ในเบื้องต้นได้ข้อมูลว่า จากการชันสูตรพลิกศพ พบว่าที่ดวงตาด้านขวา มีเส้นเลือดแดงในดวงตาขวาแตก จึงตั้งข้อสันนิษฐานเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะขาดอากาศหายใจ แต่สิ่งนี้เป็นเพียงการตั้งข้อสันนิษฐานเพื่มเติมเท่านั้น ซึ่งยังต้องรอแพทย์เวรโรงพยาบาลระยอง ที่ทำการผ่าชันสูตรหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง ส่วนบาดแผลอื่นๆ ที่พบบนร่างของผู้เสียชีวิตก็มีร่องรอยการต่อสู้จากการถูกทำร้ายจากของแข็งด้วย

พ.ต.ท.วสันต์ ได้เปิดเผยอีกว่า จากการสอบสวนยังได้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่มของวันที่ 13 เมษายน เหตุเกิดขึ้นภายในห้องนอน จึงเป็นประเด็นในความเคลือบแคลงใจ ต่อการมาแจ้งความดำเนินคดีในวันถัดมา และจากการสอบสวนพยานแวดล้อม ยังระบุว่าผู้ต้องสงสัยกับผู้เสียชีวิตได้นั่งดื่มกินกันก่อนที่จะเกิดเหตุฆาตกรรมภายในห้องนอน

ส่วนผู้ต้องสงสัยยังคงนิ่งเฉยและให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหาอยู่ ซึ่งทีมสืบสวน สภ. มาบตาพุด ยังคงลงพื้นที่ รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนทางคดีในประเด็นที่ว่าจะมีผู้ร่วมในการก่อเหตุนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งทางตำรวจมั่นใจว่าสามารถที่จะเอาผิดกับผู้ก่อเหตุในคดีนี้ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากพบพิรุธในหลายด้าน จะสืบสวนกันต่อไป…

รุมฆ่าสยอง ย่านออชาร์ด 6 ชาย 1 หญิงเผชิญข้อหาหนัก

รุมฆ่าสยอง ย่านออชาร์ด 6 ชาย 1 หญิงเผชิญข้อหาหนัก

ตำรวจสิงคโปร์นำตัวผู้ต้องหาชายหญิงทั้ง 7 คน ที่เกี่ยวข้องกับเหตุรุมทำร้าย-ฆ่าปาดคอหนุ่มย่านออชาร์ดส่งตัวขึ้นศาล โดยพบสาเหตุอาจมาจากปัญหา ความหึงหวง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมย่านใจกลางเมือง ชายหนุ่มคนหนึ่งถูกชายฉกรรจ์ 6 คนรุมทำร้ายและปาดคอเสียชีวิต บริเวณออชาร์ดทาวเวอร์ ย่านธุรกิจสำคัญของเมือง เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญในรอบหลายปีของสิงคโปร์ และล่าสุดได้พบถึงต้นตอสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้

รุมฆ่าสยอง ย่านออชาร์ด 6 ชาย 1 หญิงเผชิญข้อหาหนัก

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มชายฉกรรจ์ 6 คน และหญิงสาวอีก 1 คน รวมเป็น 7 คน บาคาร่า ไดร่วมกันก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายชายหนุ่มชาวสิงคโปร์ วัย 31 ปี ทำให้เขาเสียชีวิตอย่างสยดสยองที่บริเวณบันไดเลื่อนภายในอาคารออชาร์ดทาวเวอร์

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเหตุร้ายเขย่าขวัญที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยปกติแล้วอัตราการเกิดเหตุอาชญากรรมของสิงคโปร์ค่อนข้างต่ำ และต่อมาในวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คนได้ครบ โดยทั้งหมดถูกพิจารณาตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ขณะที่ล่าสุดผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมเพื่อเตรียมขึ้นดำเนินคดีในชั้นศาล โดยที่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนเบื้องต้นถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้ ซึ่งระบุว่ามีสาเหตุมาจากประเด็นความหึงหวง หรืออาจจะบาดหมางกันมาก่อนหน้านี้ที่สถานบันเทิง จึงทำให้อีกฝ่ายจึงติดตามมารุมทำร้ายถึงแก่ชีวิต โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดบาดคอผู้เสียชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว…

แทงเพื่อนสนิท ก่อนดับที่โรงพยาบาล ตำรวจเผยทะเลาะเรื่องติวหนังสือ

แทงเพื่อนสนิท ก่อนดับที่โรงพยาบาล ตำรวจเผยทะเลาะเรื่องติวหนังสือ

ตำรวจ จ.ไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น จับกุมตัวนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง อายุ 14 ปีในวันนี้ (6 ก.ค.) หลังจากก่อเหตุแทงเพื่อนร่วมชั้นอายุ 13 ปี จนทำให้ผู้เสียหายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ตำรวจเผยอีกว่า ผู้เสียชีวิตมีร่องรอยการถูกแทงบริเวณหน้าท้องและส่วนอื่นๆ ทั่วร่างกาย ขณะที่ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าทะเลาะกันเรื่องตำราเรียน แต่ตำรวจไม่ได้ให้รายละเอียดไปมากกว่านี้

แทงเพื่อนสนิท ก่อนดับที่โรงพยาบาล ตำรวจเผยทะเลาะเรื่องติวหนังสือ

เพื่อนร่วมชั้นอีกคน ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้การกับตำรวจว่า ผู้ก่อเหตุและเหยื่อรู้จักกันตั้งแต่ยังเด็กและเป็นเพื่อนสนิทกัน บาคาร่า วันที่เกิดเหตุมีการชักชวนกันมาติวหนังสือเพื่อเตรียมสอบปลายภาค แต่เมื่อทะเลาะกัน ตนก็เห็นเหยื่อเลือดออกและล้มลงต่อหน้าต่อตา จึงตกใจอย่างมาก แต่เมื่อรวบรวมสติได้จึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้เรียกรถพยาบาลมา

ตำรวจเผยต่อไปว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุบอกตำรวจว่าเหยื่อฆ่าตัวตาย แต่หลังจากถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจในท้องที่ ก็สารภาพว่าเป็นคนแทงเพื่อนร่วมชั้นคนนี้

ด้านนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง ที่รู้จักกับผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิต เผยกับสำนักข่าวญี่ปุ่นว่า ตกใจมากที่รู้เรื่องนี้ เพราะทั้ง 2 คนสนิทกันตั้งแต่ประถม แถมยังอยู่ชมรมเดียวกันตอนเรียนมัธยมปลายด้วย

ส่วนนักเรียนหญิงอีกคน บอกว่า ทั้งคู่สนิทกันและดีต่อกันมาโดยตลอด พอทราบเรื่องนี้ก็แทบจะไม่เชื่อเลย

คำพูดนี้สอดคล้องกับชายสูงอายุ ที่อาศัยในละแวกเดียวกันและเห็นทั้ง 2 คนตั้งแต่ยังเล็ก ที่บอกว่า ผู้ก่อเหตุดูเป็นเด็กธรรมดาทั่วๆ ไป จึงไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้อย่างไร…