สาวท้องโตถูกฆ่า ห่อป้ายไวนิลทิ้งศพที่กองขยะแล้ว ที่แท้เป็นสาว อสม.

สาวท้องโตถูกฆ่า ห่อป้ายไวนิลทิ้งศพที่กองขยะแล้ว ที่แท้เป็นสาว อสม.

รู้ตัวสาวท้องโต ถูกฆ่าห่อป้ายไวนิลและทิ้งศพที่กองขยะในพื้นที่อำเภอสะเมิงแล้ว ที่แท้เป็นสาว อสม. ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ เชื่อว่าอาจจะเป็นเรื่องชู้สาว

จากกรณีฆ่าสาวท้องโตห่อป้ายไวนิลหิ้วศพทิ้งในกองขยะ สภาพร่างกายพบ สักยันต์ 5 แถว หน้าโดนทุบเละ ตามตัวก็มีร่องรอยคล้ายโดนทำร้าย แต่ยังไม่รู้เป็นใคร เชื่อถูกฆ่าที่อื่นก่อนนำศพมาทิ้งอำพรางคดี โดยพบศพเมื่อ วันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา บาคาร่า

สาวท้องโตถูกฆ่า ห่อป้ายไวนิลทิ้งศพที่กองขยะแล้ว ที่แท้เป็นสาว อสม.

ล่าสุด (18 ก.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. พ.ต.ท.ไกรศรี จุฬพรรค รอง ผกก.สส.ภ.จ.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่และได้ประสานกับผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งญาติของผู้สูญหายให้มาดูศพและตรวจสอบสืบสวนหาชื่อผู้ตาย

จนในที่สุดญาติของผู้เสียชีวิตยืนยันว่าเป็นศพ ชื่อผู้ตาย คือ นางสาววิลาวัลย์ อายุ 50 ปี เป็น อสม.สันทราย โดยพบว่าเคยมีการแจ้งความกับเรื่องทะเลาะวิวาทกับหญิงและผู้ชายอีกคนหนึ่งด้วย และมีการแจ้งความร้องทุกข์กันไว้แล้วที่ สภ.สันทรายเชียงใหม่ เป็นปัญหามาจากเรื่องชู้สาว

นางสาววิลาวัลย์ นั้นมีฐานะค่อนข้างดี เบื้องต้นทางตำรวจสันนิษฐานว่า คนที่อุ้มฆ่านางสาววิลาวัลย์ นั้นน่าจะเป็นคนรู้จักกับผู้ตาย ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจกำลังติดตามไล่ล่าตัวอยู่ในขณะนี้ ทางตำรวจตั้งประเด็นมุ่งเป้าปมชู้สาว โดยคาดว่าทางตำรวจจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายและผู้มีส่วนร่วมในการอุ้มฆ่าครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน…

ชนตำรวจแล้วหนี ตำรวจปลิวขึ้นฝากระโปรง ก่อนโดนสะบัดร่วงกลางมอเตอร์เวย์

ชนตำรวจแล้วหนี ตำรวจปลิวขึ้นฝากระโปรง ก่อนโดนสะบัดร่วงกลางมอเตอร์เวย์

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าด่านเก็บเงินธัญบุรี ถนนกาญจนาภิเษกหมายเลข 9 บางปะอิน-บางนา ที่มีรถ BMW สีขาว

ขับชนชายคนหนึ่ง แล้วไม่จอดให้การช่วยเหลือก่อนจะขับหนีไป โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 16 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา ญาติของผู้บาดเจ็บได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วที่ สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

สำหรับผู้บาดเจ็บ คือ ร.ต.ท.จิตต์เกษม จันทร์รัก ผบ.หมวดกองร้อยที่ 2 กองกำกับการอารักขา 1 กองกำกับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) ขณะนี้รักษาตัวที่ รพ.นพรัตนราชธานี อาการตอนนี้ผ่าตัดขาที่หักแล้ว รอผ่าตัดแขน

(17 ก.ค.62) เมื่อเวลา 15.30 น. น.ส.ไอณดา อายุ 28 ปี ภรรยาของ ร.ต.ท.จิตต์เกษม ซึ่งได้รับบาดเจ็บ ถูกรถยนต์ ยี่ห้อ BMW สีขาว ชนบริเวณหน้าด่านมอเตอร์เวย์ ช่วงด่านเก็บเงินธัญบุรี เล่าว่า ในวันเกิดเหตุสามี ขับรถจากอำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวสามีของตนใช้เป็นประจำ

โดยขณะเกิดเหตุสามีของตนกำลังขับรถอยู่บนมอเตอร์เวย์ ก็มีรถยนต์ ยี่ห้อ BMW สีขาว ขับมาเบียดบริเวณด้านหน้ารถของสามีตน ก่อนจะขับหนีไป จากนั้นสามีของตนพยายามจะหยุดรถคู่กรณีด้วยการบีบแตรมาตลอดทาง แต่คนขับรถ BMW

คันดังกล่าวไม่ยอมจอด จนกระทั่งเมื่อถึงจุดชำระเงิน รถ BMW ทำทีว่าจะเข้าช่องชำระเงิน หมายเลข 7 แต่สามีของตนก็พยายามสะกัดด้วยการขับรถเข้าช่องหมายเลข 7 แทน แต่รถ BMW ขับถอยออกจากช่อง หมายเลข 7 บาคาร่า

ชนตำรวจแล้วหนี ตำรวจปลิวขึ้นฝากระโปรง ก่อนโดนสะบัดร่วงกลางมอเตอร์เวย์

ไปเข้าช่องชำระเงิน หมายเลข 6 เพื่อหลบหนี จากนั้นสามีของตนตัดสินใจลงจากรถ เพื่อโบกให้รถ BMW คันดังกล่าวหยุด แต่ก็ไม่ยอมหยุด พร้อมกับเร่งเครื่องชน จนทำให้สามีของตนกระเด็นไปอยู่บนฝากระโปรงหน้ารถ จากนั้นขับลากไปอีก 10 – 15 เมตร ก่อนที่จะร่วงจากรถร่างกระแทกถนนได้รับบาดเจ็บตามที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้

น.ส.ไอณดา กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงขณะนี้เจ้าของรถ BMW คู่กรณีก็ไม่ได้ติดต่อมาพูดคุย หรือ แสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใดส่วนอาการบาดเจ็บ เเพทย์ที่ทำการรักษาแจ้งว่า กระดูกขาใต้เข่าข้างซ้ายหัก และกระดูกแขนเหนือศอกข้างซ้ายหัก โดยเมื่อวานนี้แพทย์ได้ทำการผ่าตัดกระดูกที่ขาแล้ว ส่วน แขน

ยังไม่สามารถผ่าตัดได้เพราะต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางซึ่งทางโรงพยาบาลไม่มีและจะทำการสั่งอุปกรณ์มารักษา ต้องรอประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะได้ผ่าตัด ส่วนตามตัวมีบาดแผลถลอก ซึ่งแพทย์ได้ทำการเย็บบาดแผลบริเวณหัวให้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพักฟื้นที่โรงพยาบาล

ทั้งนี้ตนเองอยากให้คนขับรถคู่กรณีมารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล พร้อมเยียวยาค่าสินไหมทดแทน กรณีที่ไม่สามารถไปทำงานได้ ซึ่งทางครอบครัวไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านั้น อยากขอความเห็นใจเพราะสามีเป็นคนเดียวที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว สุดท้ายอยากฝากว่า ทำผิดแล้วยอมรับผิดทุกคนก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ

ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ แผลงดี รองสว. สอบสวน สภ.ลำลูกกา ได้สอบปากคำภรรยาผู้ได้รับบาดเจ็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งตรวจสอบสภาพรถยนต์ที่ประสบเหตุอีกครั้ง และจะได้ออกหมายเรียกตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป…

แหกด่าน โชว์มอบ-บิด-ยียวนไปทั่วตำบล ตำรวจไล่ตามติด

แหกด่าน โชว์มอบ-บิด-ยียวนไปทั่วตำบล ตำรวจไล่ตามติด

ภาพนาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ติดตามคนต้องสงสัย ขี่จักรยานยนต์แหกด่านตรวจ ลัดเลาะไปตามถนนหมู่บ้านทั่วตำบล โชว์ลีลายียวนกวนประสาทใส่ สุดท้าย เสียหลัก สิ้นท่า

เมื่อคืนวานนี้ (14 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับภาพจากกล้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครนายก ขณะกำลังขับไล่ล่าติดตามรถจักรยานยนต์ สีเหลือง ต้องสงสัยคันหนึ่ง หลังรถคันนี้ได้ขี่ฝ่าด่านตรวจ บริเวณหน้าวัดวังไทร-ถนนวังรี-เขาพระ บาคาร่า ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านตรวจ เพื่อตรวจตรารถจักรยานยนต์ที่แต่งแบบผิดกฎหมาย

แหกด่าน โชว์มอบ-บิด-ยียวนไปทั่วตำบล ตำรวจไล่ตามติด

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วานนี้ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น MSX สีเหลือง ได้ขับฝ่าด่านตรวจตรงบริเวณดังกล่าว หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเพื่อขอตรวจค้น แต่กลับถูกรถคันดังกล่าวขับฝ่าด่านเพื่อไม่ให้ตรวจ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถไล่ตาม ทั้งรถกระบะและรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยใช้ถนนลำเลาะตามหมู่บ้านในตำบลเขาพระเป็นเส้นทางหลบหนี

แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ญังไม่ละความพยายาม เพราะคาดว่ารถคันดังกล่าวหน้าจะมีสิ่งผิดกฎหมาย จึงขับไล่ตามไปติดๆ โดยพบว่าชายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มีท่าทียียวนกวนประสาท พร้อมทั้งยังโชว์ลีลาขับขี่ต่างๆ อวดเจ้าหน้าที่ที่ไล่ตามกลังมาติดๆ ด้วย

กระทั่งในท้ายที่สุด รถคันดังกล่าวได้เกิดเสียหลักพุ่งตกลงข้างทาง ก่อนที่ชายคนขับจะวิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปในบ่อน้ำของชาวบ้าน แต่สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวเอาได้ ต่อมาทราบชื่อคือ นายจรูญ อายุ 37 ปี โดยให้การรับสารภาพว่าที่ขี่รถฝ่าด่านตรวจมา เพราะตนเพิ่งเสพยาบ้าเข้าไป ซึ่งจากการตรวจค้นที่รถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครนายก ต่อไป…

วัยรุ่นเมา เขม่นกัน อีกฝ่ายชักปืนยิงดับคาที่ ก่อนหลบหนี

วัยรุ่นเมา เขม่นกัน อีกฝ่ายชักปืนยิงดับคาที่ ก่อนหลบหนี

เกิดเหตุวัยรุ่นนั่งสังสรรค์ริมเขื่อนสำนักไม้เต็งที่ราชบุรี ก่อนหนึ่งในกลุ่มเมาป่วนจนเกิดเขม่นกันจนเป็นเหตุให้ถูกสังหารด้วย อาวุธปืน 11 มม.ยิงตัดขั้วหัวใจเสียชีวิตคาที่ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชบุรี ขณะที่มือปืนเลือดร้อนพร้อมพวกหลบหนีลอยนวล
เมื่อเวลา 20.15 น. ของวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาก ร.ต.ท.ศักรินทร์บุญมาก ร้อยเวร.สภ.เมืองราชบุรี รับแจ้งเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันจนมีผู้เสียชีวิตคาที่ในที่เกิดเหตุ 1 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย จึงรีบรายงานให้พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูล มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี โดยพระบรมราชานุญาต และกำลังตำรวจ ชุดสืบสวนสอบสวน เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำสำนักห้วยไม้เต็ง หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

โดยที่เกิดเหตุพบศพนายสุรศักดิ์ สมจิตร อายุ 18 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ที่บริเวณริมเขื่อน สำนักไม้เต็งราชบุรี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่หน้าอกเหนือราวนมด้านซ้าย 1 นัดตัดขั้วหัวใจ และที่บริเวณลำตัวอีก 2 นัด เสียชีวิตคาที่ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย นอนร้องครวญครางอยู่บริเวณใกล้เคียงกับผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลราชบุรี ทราบชื่อต่อมาคือนายณรงค์ศักดิ์ รุ่งบุญ อายุ 18 ปี ถูกยิงเฉี่ยวต้นขาด้านขวา และนายวินัย กริชบุญธรรม อายุ 36 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ต้นขาทั้ง 2 ข้าง ให้การสับสน

ในที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 1กบ 4282 ราชบุรี จอดอยู่ซึ่งเป็นรถของผู้ตาย และพบหัวกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่จำนวน 4 หัวและปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 7 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อเร่งติดตามตัวคนกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วัยรุ่นเมา เขม่นกัน อีกฝ่ายชักปืนยิงดับคาที่ ก่อนหลบหนี

จากการสอบสวนนายวันชนะ เฮงทต อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนและกลุ่มผู้ตายได้มารวมกลุ่มกันนั่งสังสรรค์ประมาณ 10 กว่าคน ที่บริเวณริมเขื่อนชั้นบนของสำนักไม้เต็งราชบุรี จนถึงช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. มีกลุ่มของมือปืนที่กำลังหลบหนีได้รวมกลุ่มกันมานั่งดื่มประมาณ 10 คนเศษ บาคาร่า โดยมารถยนต์และรถจักรยานยนต์

ระหว่างที่มีการนั่งดื่มกันอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีชายวัยรุ่นเดินตรงเข้ามาถามกลุ่มผู้ตายว่า “ใครคุยกับจ๋า” ใครคุยกลับเด็กเขา ซึ่งทางกลุ่มของผู้ตายก็ปฏิเสธไป จากนั้นกลุ่มผู้ตายได้ลงมานั่งอยู่ที่บริเวณเกิดเหตุซึ่งเป็นสันเขื่อนด้านล่าง จากนั้นกลุ่มของมือปืนได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามลงมาและทำกันบิดคันเร่งเครื่องยนต์เหมือนเป็นการท้าทาย ก่อนจะรีบขี่รถจักรยานยนต์กลับออกไป

นายวันชนะ เล่าอีกว่า จากนั้นไม่นานกลุ่มของผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ 3 ราย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พุ่งตรงลงมาหากลุ่มของผู้ตาย จากนั้นได้เข้าชกต่อยนายสุรศักดิ์ สมจิตร ขณะเดียวกับที่ 1 ในวัยรุ่น ได้เข้ามาห้าม จู่ ๆ ชายอีก 1 ราย สวมเสื้อยืดคอกลมสีเทา กางเกงยีนขายาว และใส่หมวกแก๊ปปกปิดใบหน้าที่เดินลงมาด้วยกัน ได้ชักอาวุธปืน 11 มม. ยิงเข้าที่นายสุรศักดิ์ สมจิตร จำนวน 3 นัด 1 นัดเข้าที่เหนือราวนมหน้าอกด้านซ้ายเจาะทะลุเข้าตัดขั้วหัวใจจนเสียชีวิตคาที่ทันที ส่วนเพื่อนของผู้ตายอีก 2 รายถูกยิงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชบุรี จากนั้นมือปืนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

นางสาวจ๋า สาวที่ถูกอ้าง เล่าให้ฟัง เมื่อช่วงก่อนเกิดเหตุตนและกลุ่มผู้ตายได้นักสังสรรค์อยู่ที่บริเวณโคนต้นไม้ จากนั้นนายสุรศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางเข้ามายังกลุ่มของตนในสภาพมึนเมาและมาก่อกวนกลุ่มของตนเองทำให้เกิดความไม่พอใจ จากนั้นนายตุ๋ยได้เดินลงไปถามนายสุรศักดิ์ว่าใครแอบคุยกับ “จ๋า” ก่อนจะมีเรื่องชกต่อยกันซึ่งนายตุ๋ยได้ห้ามปรามเพื่อนไม่ให้ทำการชกต่อยกัน แต่เพื่อนอีก 1 คน กลับไม่ฟังได้ชักปืน 11 มม. ขึ้นมายิงใส่ผู้ตายจนเสียชีวิตคาที่ในที่เกิดเหตุทันที

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน และชุดเหยี่ยวดำ ได้ออกเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดโดยเฉพาะมือปืนรายนี้มาทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

ฆ่าฝรั่งเบลเยียม หมกบ้าน ตำรวจมั่นใจจับไม่ผิดตัว

ฆ่าฝรั่งเบลเยียม หมกบ้าน ตำรวจมั่นใจจับไม่ผิดตัว

ฆ่าฝรั่งเบลเยียม

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยฆ่าฝรั่งชาวเบลเยียมที่บ้านพักในระยอง เจ้าตัวยังปฏิเสธข้อหาแบบหน้านิ่ง เร่งรวบรวมหลักฐาน พบพิรุธเพียบ มั่นใจไม่ผิดตัว

จากกรณี ชายชาวต่างชาติ สัญชาติเบลเยียม ทราบชื่อคือ นายเกรย์ ถูกคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรมโหดภายในห้องนอนที่บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.ท.วสันต์ ยวงยิ้ม รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ได้นำตัว นายอุดมโชค ผู้ต้องสงสัยไปฝากขังต่อศาลจังหวัดระยอง ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน นำส่งพนักงานอัยการ

ฆ่าฝรั่งเบลเยียม หมกบ้าน ตำรวจมั่นใจจับไม่ผิดตัว

ผู้สื่อข่าวได้ติดตามสอบถาม นายอุดมโชค ผู้ต้องสงสัยในขณะกำลังขึ้นรถไปศาล เจ้าตัวยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาอยู่หรือไม่ ซึ่ง นายอุดมโชค ไม่ตอบอะไรกับสื่อ พร้อมกับทิ้งสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเดินขึ้นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไป บาคาร่า

ส่วนผลทางรูปคดี ผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธอยู่ในขณะนี้ แต่ทางตำรวจมั่นใจว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานในการส่งฟ้องดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้แน่นอน

เมื่อสอบถามกับ พ.ต.ท.วสันต์ ถึงการรวบรวมพยานหลักฐานในการที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ที่ยังคงปฏิเสธในข้อกล่าวหาอยู่ในขณะนี้ ได้เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานที่ชัดเจน รวมถึงการสอบพยานแวดล้อมมีความมั่นใจเป็นอย่างมากที่จะคลี่คลายคดีแห่งเงื่อนงำที่เกิดขึ้นแต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มาก

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.บรรพต กู๊ดอั้ว ผกก.พิสูจน์หลักฐานระยอง ได้เดินทางมาที่ สภ.มาบตาพุด จังหวัดระยอง พร้อมกับได้จำลองสถานการณ์ขณะเกิดเหตุ ที่ผู้ต้องสงสัยได้ก่อเหตุในที่เกิดเหตุกับพนักงานสอบสวน และ พ.ต.ท.วสันต์ ยวงยิ้ม ภายในห้องควบคุมตัวผู้ต้องขังที่ สภ.มาบตาพุด

ในเบื้องต้นได้ข้อมูลว่า จากการชันสูตรพลิกศพ พบว่าที่ดวงตาด้านขวา มีเส้นเลือดแดงในดวงตาขวาแตก จึงตั้งข้อสันนิษฐานเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะขาดอากาศหายใจ แต่สิ่งนี้เป็นเพียงการตั้งข้อสันนิษฐานเพื่มเติมเท่านั้น ซึ่งยังต้องรอแพทย์เวรโรงพยาบาลระยอง ที่ทำการผ่าชันสูตรหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง ส่วนบาดแผลอื่นๆ ที่พบบนร่างของผู้เสียชีวิตก็มีร่องรอยการต่อสู้จากการถูกทำร้ายจากของแข็งด้วย

พ.ต.ท.วสันต์ ได้เปิดเผยอีกว่า จากการสอบสวนยังได้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่มของวันที่ 13 เมษายน เหตุเกิดขึ้นภายในห้องนอน จึงเป็นประเด็นในความเคลือบแคลงใจ ต่อการมาแจ้งความดำเนินคดีในวันถัดมา และจากการสอบสวนพยานแวดล้อม ยังระบุว่าผู้ต้องสงสัยกับผู้เสียชีวิตได้นั่งดื่มกินกันก่อนที่จะเกิดเหตุฆาตกรรมภายในห้องนอน

ส่วนผู้ต้องสงสัยยังคงนิ่งเฉยและให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหาอยู่ ซึ่งทีมสืบสวน สภ. มาบตาพุด ยังคงลงพื้นที่ รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนทางคดีในประเด็นที่ว่าจะมีผู้ร่วมในการก่อเหตุนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งทางตำรวจมั่นใจว่าสามารถที่จะเอาผิดกับผู้ก่อเหตุในคดีนี้ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากพบพิรุธในหลายด้าน จะสืบสวนกันต่อไป…

รุมฆ่าสยอง ย่านออชาร์ด 6 ชาย 1 หญิงเผชิญข้อหาหนัก

รุมฆ่าสยอง ย่านออชาร์ด 6 ชาย 1 หญิงเผชิญข้อหาหนัก

ตำรวจสิงคโปร์นำตัวผู้ต้องหาชายหญิงทั้ง 7 คน ที่เกี่ยวข้องกับเหตุรุมทำร้าย-ฆ่าปาดคอหนุ่มย่านออชาร์ดส่งตัวขึ้นศาล โดยพบสาเหตุอาจมาจากปัญหา ความหึงหวง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมย่านใจกลางเมือง ชายหนุ่มคนหนึ่งถูกชายฉกรรจ์ 6 คนรุมทำร้ายและปาดคอเสียชีวิต บริเวณออชาร์ดทาวเวอร์ ย่านธุรกิจสำคัญของเมือง เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญในรอบหลายปีของสิงคโปร์ และล่าสุดได้พบถึงต้นตอสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้

รุมฆ่าสยอง ย่านออชาร์ด 6 ชาย 1 หญิงเผชิญข้อหาหนัก

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มชายฉกรรจ์ 6 คน และหญิงสาวอีก 1 คน รวมเป็น 7 คน บาคาร่า ไดร่วมกันก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายชายหนุ่มชาวสิงคโปร์ วัย 31 ปี ทำให้เขาเสียชีวิตอย่างสยดสยองที่บริเวณบันไดเลื่อนภายในอาคารออชาร์ดทาวเวอร์

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเหตุร้ายเขย่าขวัญที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยปกติแล้วอัตราการเกิดเหตุอาชญากรรมของสิงคโปร์ค่อนข้างต่ำ และต่อมาในวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คนได้ครบ โดยทั้งหมดถูกพิจารณาตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ขณะที่ล่าสุดผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมเพื่อเตรียมขึ้นดำเนินคดีในชั้นศาล โดยที่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนเบื้องต้นถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้ ซึ่งระบุว่ามีสาเหตุมาจากประเด็นความหึงหวง หรืออาจจะบาดหมางกันมาก่อนหน้านี้ที่สถานบันเทิง จึงทำให้อีกฝ่ายจึงติดตามมารุมทำร้ายถึงแก่ชีวิต โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดบาดคอผู้เสียชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว…

แทงเพื่อนสนิท ก่อนดับที่โรงพยาบาล ตำรวจเผยทะเลาะเรื่องติวหนังสือ

แทงเพื่อนสนิท ก่อนดับที่โรงพยาบาล ตำรวจเผยทะเลาะเรื่องติวหนังสือ

ตำรวจ จ.ไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น จับกุมตัวนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง อายุ 14 ปีในวันนี้ (6 ก.ค.) หลังจากก่อเหตุแทงเพื่อนร่วมชั้นอายุ 13 ปี จนทำให้ผู้เสียหายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ตำรวจเผยอีกว่า ผู้เสียชีวิตมีร่องรอยการถูกแทงบริเวณหน้าท้องและส่วนอื่นๆ ทั่วร่างกาย ขณะที่ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าทะเลาะกันเรื่องตำราเรียน แต่ตำรวจไม่ได้ให้รายละเอียดไปมากกว่านี้

แทงเพื่อนสนิท ก่อนดับที่โรงพยาบาล ตำรวจเผยทะเลาะเรื่องติวหนังสือ

เพื่อนร่วมชั้นอีกคน ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้การกับตำรวจว่า ผู้ก่อเหตุและเหยื่อรู้จักกันตั้งแต่ยังเด็กและเป็นเพื่อนสนิทกัน บาคาร่า วันที่เกิดเหตุมีการชักชวนกันมาติวหนังสือเพื่อเตรียมสอบปลายภาค แต่เมื่อทะเลาะกัน ตนก็เห็นเหยื่อเลือดออกและล้มลงต่อหน้าต่อตา จึงตกใจอย่างมาก แต่เมื่อรวบรวมสติได้จึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้เรียกรถพยาบาลมา

ตำรวจเผยต่อไปว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุบอกตำรวจว่าเหยื่อฆ่าตัวตาย แต่หลังจากถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจในท้องที่ ก็สารภาพว่าเป็นคนแทงเพื่อนร่วมชั้นคนนี้

ด้านนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง ที่รู้จักกับผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิต เผยกับสำนักข่าวญี่ปุ่นว่า ตกใจมากที่รู้เรื่องนี้ เพราะทั้ง 2 คนสนิทกันตั้งแต่ประถม แถมยังอยู่ชมรมเดียวกันตอนเรียนมัธยมปลายด้วย

ส่วนนักเรียนหญิงอีกคน บอกว่า ทั้งคู่สนิทกันและดีต่อกันมาโดยตลอด พอทราบเรื่องนี้ก็แทบจะไม่เชื่อเลย

คำพูดนี้สอดคล้องกับชายสูงอายุ ที่อาศัยในละแวกเดียวกันและเห็นทั้ง 2 คนตั้งแต่ยังเล็ก ที่บอกว่า ผู้ก่อเหตุดูเป็นเด็กธรรมดาทั่วๆ ไป จึงไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้อย่างไร…

ซันนี่โสด นานไปจน โอปอล์ อดห่วงไม่ได้ เมื่อไหร่จะมีความรัก

ซันนี่โสด นานไปจน โอปอล์ อดห่วงไม่ได้ เมื่อไหร่จะมีความรัก

ปล่อยให้หัวใจครองสถานะคำว่าโสดมานานหลายปี จนเพื่อนพ้องและแฟนคลับต่างอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ พระเอกหนุ่มอารมณ์ดี ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ จะมีแฟนคอยทำให้หัวใจได้กระชุ่มกระชวยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง

ล่าสุด ซันนี่ บาคาร่า ได้ออกมาเปิดใจอย่างอารมณ์เช่นเคย โดยได้เผยว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ตนไม่ได้ขวนขวายอะไร หากเจอคนที่ใช่ก็ใช่เอง เพียงแต่ตอนนี้อาจจะยังไม่โชคดีได้เจอก็เท่านั้น พร้อมยอมรับ เพื่อนสนิท โอปอล์ ปาณิสรา ก็เป็นห่วงเรื่องนี้ พยายามช่วยแนะนำสาว แต่เป็นเพียงการแนะนำและแซวขำๆ ไม่ได้ซีเรียสอะไร

ตอนนี้ทำอะไรบ้างเหมือนไม่ค่อยออกจอ ?
“นอนเล่นเกมอย่างเดียว ล้อเล่น ก็ทำงาน มีถ่ายโฆษณา แล้วเดี๋ยวมีถ่ายหนังอีกเรื่อง”

ซันนี่โสด นานไปจน โอปอล์ อดห่วงไม่ได้ เมื่อไหร่จะมีความรัก

รับหลายเรื่องพร้อมกันเลย ?
“ไม่หรอกครับ เป็นสิ่งที่อยากทำ แล้วก็ชอบอยู่พอดี บังเอิญเข้ามาพร้อมกันพอดี แต่อีกเรื่องฉายปีหน้า”

หนักไปไหมถ่าย 2 เรื่องติดกัน ?
“ต่อกันเฉยๆ เสร็จทีละอัน เราไม่เคยสลับ เพราะไม่รู้ทำได้หรือเปล่า”

ไม่เคยรับพร้อมกัน ?
“ใช่ มันต้องเสร็จอันนี้แล้วทิ้งคนนี้ไป แล้วไปอยู่กับอีกคน”

อันนี้เป็นกฎการรับงานของเราไหม ?
“ผมไม่ได้คิด แต่คิดว่าเราอาจไม่มีความสามารถพอที่จะสลับ อยากโฟกัสเป็นอย่างๆ ไปดีกว่า กลัวทำหลายอย่างแล้วไม่ดีสักอย่าง”

ต้องเลือกไหมกว่าจะรับแต่ละเรื่อง ?
“มีคนให้เกียรติเรา เรารู้สึกดีใจแล้วครับ เวลาเขาส่งบทมาให้อ่าน”

ทำงานจนไม่มีเวลาหาแฟนเลย ?
“ไม่เกี่ยวหรอก ทำงานทุกวันก็หาได้นะ แต่เราไม่โชคดีที่เจอ เราไม่เหมือน โบ ธนากร ที่โชคดีมีภรรยาและลูกที่น่ารัก”

เพื่อนๆ มีลูกกันหมดแล้ว ?
“เราไม่ต้องเห็นอะไรแล้วอยากมีแบบนั้นก็ได้”…

อรอนงค์โชว์ลุคแซ่บ ครั้งแรก วัยรุ่นยังต้องหลีกทางให้เดิน

อรอนงค์โชว์ลุคแซ่บ ครั้งแรก วัยรุ่นยังต้องหลีกทางให้เดิน

จัดว่าเด็ดเลยทีเดียวเมื่อ อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ นางสาวไทย ปี 2535 ที่ได้ชื่อว่า สวยหวานเรียบร้อยสุดๆ ลุกขึ้นมาถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่เลียนแบบไอคอลคนดัง ไม่ว่าจะเป็น มาดอนน่า , มาริลีน มอนโร , ลิซ่า แบล็กพิ้งค์ และ ชมพู่ อารยา เซ็ทเดินพรมแดงเมืองคานส์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ สวยแล้วจะเป็นอะไรก็ได้ ที่เจ้าตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้านมผึ้ง W.H. Royal Jelly ฟาดค่าตัวสูงถึง 7 หลักเลยทีเดียว บาคาร่า

อรอนงค์โชว์ลุคแซ่บ ครั้งแรก วัยรุ่นยังต้องหลีกทางให้เดิน

งานนี้บอกเลยว่าเด็ดทุกเซ็ท โดยเฉพาะการแปลงโฉมเป็น มาดอนน่า ที่เจ้าตัวจะต้องใส่ชุดรัดเปรี้ยเต้าแหลมเฟี้ยว วาดลวดลายนักร้อง อึ๋มทะลุจอเลยทีเดียว

มาดูต่อที่เซ็ทคลาสสิก มาริลีน มอนโร ก็แซ่บไม่เบา ด้วยลุคสาวผมทองในชุดสีขาวยืนให้พัดลมเป่ากระโปรงเปิดก้นให้เห็นเบาๆ เท่านั้นไม่พอยังกระชากวัยจาก 47 เหลือ 20 กับการแปลงโฉมเป็น ลิซ่า แบล็กพิ้งค์

และปิดท้ายด้วยลุคสวยเชิดๆ สไตล์ ชมพู่ อารยา ที่ไปเดินเฉิดฉายในงานพรมแดงเมืองคานส์

นานทีจะได้เห็น อรอนงค์ ลุกขึ้นมาอวดของดีโชว์ให้เด็กมันดูว่า 47 ยังเจ๋ง และเป็นกำลังใจให้กับผู้หญิงทุกคน อย่าไปกลัวไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน จะต้องสวยสตรอง เพราะเมื่อสวยแล้วจะมีความมั่นใจจะเป็นอะไรหรืออะไรก็ได้เหมือนที่อรอนงค์ ลุกขึ้นมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน กับการเป็นพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้…

ป้าตาบอด โจรบุกขึ้นบ้าน ขโมยเงินเก็บหายเกลี้ยง

ป้าตาบอด โจรบุกขึ้นบ้าน ขโมยเงินเก็บหายเกลี้ยง

เสียงสะอื้นของหญิงตาบอด ปล่อยโฮถูก คนร้ายย่องเข้าบ้าน ตอบชื่อก็ไม่บอก ขโมยเงินเก็บนับหมื่น ทิ้งส่วนแบ่งเอาไว้ให้ ตำรวจเชื่อน่าจะเป็นคนรู้จักหรือญาติ

(29 มิ.ย.) พ.ต.ท.ฐิติวัสส์ บุญอ่อน สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรเสม็ด ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

จึงรุดไปสอบสวน ที่เกิดเหตุพบว่าผู้ที่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าวคือ นางปรียาภัทร อายุ 55 ปี เป็นผู้พิการตาบอดทั้ง 2 ข้าง โดยขณะเกิดเหตุได้อาศัยอยู่เพียงลำพัง

จากการสอบถามทราบว่า บาคาร่า  ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายเข้ามาในบ้าน เมื่อออกปากถามชื่อก็ไม่ยอมตอบ คาดว่าน่าจะได้ย่องเข้าไปภายในห้องนอน

หลังจากนั้นได้ลักขโมยเงินไปประมาณ 30,000 บาท เหลือเอาไว้ให้ประมาณ 10,000 บาท เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบร่องรอยในการงัดแงะแต่อย่างใด

ป้าตาบอด โจรบุกขึ้นบ้าน ขโมยเงินเก็บหายเกลี้ยง

เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนในบ้าน หรือเพื่อนบ้านที่รู้จักกัน แอบย่องเข้ามาลักขโมยเงินไป

โดยตำรวจได้ตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายทราบดีว่าเหยื่อเก็บเงินเอาไว้ 40,000 บาทเศษ จึงลักขโมยเอาไปเพียง 30,000 บาท อีกทั้งยังทราบถึงจุดเก็บซ่อนเงินด้วย

ทำให้มีน้ำหนักว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนรู้จักของผู้เสียหาย หลังจากนั้นจึงได้เก็บลายนิ้วมือแฝงเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

นางปรียาภัทร กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเก็บเงินก้อนนี้เอาไว้นานแล้ว สะสมได้ประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท ก็หวังว่าจะเก็บเอาไว้ให้ลูกชายได้เรียนหนังสือ

ในเมื่อเงินก้อนนี้ถูกขโมยหายไป ตนก็รู้สึกเสียใจมาก ตั้งใจจะนำไปใช้ซื้อชุดเครื่องแบบ รด.ให้ลูก แต่ปรากฏว่าลูกสอบไม่ติด จึงเก็บเงินก้อนนี้เอาไว้ก่อน

ตนอยากได้เงินคืนมาก เพราะตนก็เป็นคนตาบอด มองอะไรไม่เห็น ไม่น่าจะทำกันแบบนี้…