สยองอุทาหรณ์ 2 หนุ่มบิ๊กไบค์แหกโค้งล้มคว่ำต่อหน้ากล้อง

สยองอุทาหรณ์ 2 หนุ่มบิ๊กไบค์แหกโค้งล้มคว่ำต่อหน้ากล้อง

ภาพจากกล้องหน้ารถเปิดภาพ นาทีสยอง รถบิ๊กไบค์ซิ่งแหกโค้งถนนปลวกแดง พุ่งชนปิกอัพป้ายแดง ก่อนกระเด็นชนรถเบนซ์ คว่ำต่อหน้า ดับ 1 เจ็บสาหัส 1

(27 มิ.ย.) ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพจากกล้องหน้ารถที่สามารถจับภาพอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีดำ ประสบเหตุแหกโค้ง ก่อนจะเฉี่ยวชนรถกระบะที่ขับสวนทางมา บริเวณถนนสายมาบยางพร  บาคาร่า  ส่งผลทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และคนซ้อนท้ายร่างกระเด็นร่วงลงมานอนกองกับพื้นถนน

เหตุดังกล่าวทำให้ผู้ขับขี่เสียชีวิตในทันที ขณะที่คนซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนรถจักรยานยนต์ก็พังเสียหายยับเยิน ผู้โพสต์ยังระบุว่า “ขี่แบบนี้ไฟแนนซ์ ไม่ชอบเลยนะครับ ทำไมวะ? ก็ไม่ผ่อนเลย อยู่ในชุมชนขับขี่ช้าหน่อยเถอะครับ” เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา

สยองอุทาหรณ์ 2 หนุ่มบิ๊กไบค์แหกโค้งล้มคว่ำต่อหน้ากล้อง

ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบ กระทั่งพบว่าเป็นภาพจากกล้องหน้ารถเมอร์เซเดสเบนซ์ สีบรอนซ์เงิน ที่กำลังขับตามรถกระบะนิสสัน สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ระหว่างขับมาบนถนนมาบยางพร อ.ปลวกแดง เมื่อมาถึงทางโค้ง ใกล้ปากทางซอย 9 มาบยางพร มีรถจักรยานยนต์คาวาซากิ นินจา ขับสวนทางมาด้วยความเร็ว ทำให้รถเกิดแหกโค้งพุ่งชนส่วนหน้าของรถกระบะป้ายแดง

แต่ด้วยความแรงและเร็วของรถจักรยานยนต์ที่ขี่มา ทำให้รถกระเด็นไปถูกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ขับตามหลังรถกระบะอีกที ทำให้รถสองล้อถูกชนเข้าที่ด้านหน้าซีกขวาพังยับ ทำให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์เป็นชายได้เสียชีวิตทันที คนซ้อนทัายได้รับบาดเจ็บ อาการยังสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำส่งโรงพยาบาลปลวกแดง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป…

ฆ่าปิดปากลูก ลูกจ้างเมียนมา เครียดเลิกกับผัว

ฆ่าปิดปากลูก ลูกจ้างเมียนมา เครียดเลิกกับผัว

ลูกจ้างสาวชาวเมียนมา คลอดลูกออกมาเอง ก่อน ฆ่าปิดปากลูก ตัวเองคาบ้านนายจ้าง สารภาพเครียดจัดเพราะเลิกราสามี กลัวคนรู้ว่าตั้งท้อง จึงใช้กระดาษยัดปากและปาดคอลูกให้ตาย

(21 มิ.ย.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บึงกุ่ม ได้รับแจ้งเหตุพบเด็กทารกถูกฆาตกรรมเสียชีวิต ถูกนำร่างมาทิ้งเอาไว้ในถังขยะ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับเจ้า

หน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู บาคาร่า  และแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านหลังหนึ่ง ย่านนวมินทร์ พบศพทารกเพศชายวัยแรกเกิด ถูกห่อร่างด้วยผ้าและใส่ถุงดำหลายชั้น นำมาทิ้งถังขยะ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เด็กทารกคนดังกล่าวเป็นลูกของคนงานสาวชาวเมียนมาที่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ลูกจ้างคนดังกล่าวได้มาบอกให้นายจ้างพาไปส่งที่โรง

พยาบาล เนื่องจากมีอาการเสียเลือด เมื่อไปถึงแพทย์ได้ซักประวัติและสอบถามถึงที่มาของอาการ กระทั่งสาวเมียนมาได้สารภาพว่า เพิ่งคลอดลูกและได้ทำการฆ่าปิดปากลูก นำศพโยนทิ้งขยะไปแล้ว

ฆ่าปิดปากลูก ลูกจ้างเมียนมา เครียดเลิกกับผัว

 

หลังจากนั้น นายจ้างได้ทราบเรื่องและกลับมาตรวจสอบดู ก็พบว่ามีศพเด็กทารกเพศชายอยู่ในถังขยะจริง จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเด็กมีบาดแผลฉกรรจ์

ถูกแทงที่ลำคอ เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต ก่อนที่จะถูกห่อด้วยผ้าและยัดใส่ถุงดำอีกหลายชั้นนำมาทิ้งขยะเอาไว้

ทั้งนี้ ลูกจ้างสาวเมียนมาคนดังกล่าวเป็นแรงงานที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย นายจ้างได้ทำการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เจ้าตัวมีความเครียดปัญหาครอบครัว เนื่องจากได้เลิกรากับ

สามี ทั้งที่ตัวเองกำลังตั้งครรภ์ หลังจากคลอดลูกออกมา ก็กลัวว่าคนอื่นจะรู้ จึงได้ใช้กระดาษยัดใส่ปากเด็ก ก่อนจะคว้ามีดปลายแหลมปาดคอลูกให้เสียชีวิต ก่อนจะอำพรางศพด้วยการคลุมด้วยผ้าและยัดใส่ถุงดำดังกล่าว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบหมากพลู ยาเส้น ใบไม้ 3 ใบ ที่ลักษณะเป็นเหมือนการทำพิธีสะกดดวงวิญญาณของท้องถิ่น ถูกบรรจุเอาไว้รวมกับศพเด็กทารกด้วย เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้

เป็นหลักฐาน ก่อนจะเตรียมทำการสอบสวนแม่ใจร้ายที่ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป…

ผัวจีนหวังฆ่าเมีย ผลักตกผา หวังฆ่าฮุบสมบัติร้อยล้าน

ผัวจีนหวังฆ่าเมีย ผลักตกผา หวังฆ่าฮุบสมบัติร้อยล้าน

ตำรวจอุบลฯ นำหมายจับควบคุมตัว สามีชาวจีน คดีปริศนาเมียสาวตั้งท้องพลัดตกผาแต้ม ที่แท้เป็นไปตามคาด จัดฉากฆ่าเพียงหวัง ฮุบสมบัติ ร้อยล้านของฝ่ายหญิงจากกรณีเหตุเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวจีนพลัดตกจากหน้าผาอเล็กซานเดอร์มหาราช ภายในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี เป็นเหตุทำให้หญิงสาวชาวจีน

วัย 32 ปี ที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน  บาคาร่า  ได้รับบาดเจ็บ แต่ถูกช่วยเหลือและอาการปลอดภัยแล้ว ในเบื้องต้นสามีของผู้บาดเจ็บกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้พลัดภรรยาให้ตกจากหน้าผา แต่ก็ให้การชี้แจงว่า ภรรยาสะดุดลื่นก้อนหินและพลัดตกลงมาเอง ตามข่าวที่เคยรายงานไปก่อนหน้านี้

ความคืบล่าสุด พ.ต.อ.ชาญชัย อินนรา ผู้กำกับการ สภ.โขงเจียม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ นายหวัง อาการฟื้นตัวดีขึ้น จึงได้ขอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่อีกรอบ โดยระบุว่า ในช่วงแรกๆ หลังเกิดเหตุ สามียังตามมาเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ซ้ำยังข่มขู่ไม่ให้พูดความจริงออกไป

ตำรวจสรุปคดี สาวจีนพลัดตกผาแต้ม ยันเป็นอุบัติเหตุเหยียบและสะดุดหิน

ต่อมาตนจึงได้ปรึกษากับแพทย์ผู้รักษาและขอร้องให้แพทย์พยายามกีดกันไม่ให้สามีมาเยี่ยมได้บ่อยครั้ง เพราะการที่สามีอยู่ด้วย ทำให้ตนรู้สึกอึดอึดและไม่ปลอดภัย ทางแพทย์จึงให้ความร่วมมือ และออกอุบายแจ้งกับสามีผู้บาดเจ็บให้มาเยี่ยมเป็นช่วงเวลา ไม่สามารถเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมงได้

นางหวัง เปิดเผยต่อว่า หลังจากที่สามีปลีกตัวออกไป ทำให้ตนตัดสินใจเล่าความจริงกับเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลฯ เพื่อออกหมายจับ นายหยู ก่อนจะเข้าจับกุมได้ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี พร้อมแจ้งข้อหาพยายามฆ่า ก่อนจะควบคุมตัวไป สภ.โขงเจียม และเตรียมนำผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลและคัดค้านการประกันตัว

ผัวจีนหวังฆ่าเมีย ผลักตกผา หวังฆ่าฮุบสมบัติร้อยล้าน

พ.ต.อ.ชาญชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวนั้น สามีเป็นฝ่ายผลักภรรยาให้ตกหน้าผาลงไปจริง เนื่องจากภรรยาค่อนข้างมีฐานะ แต่ตัวเองไม่ได้ประกอบอาชีพใดๆ ซ้ำยังมีหนี้สินติดตัว เคยก็ขอร้องให้ภรรยาช่วย แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

สาวจีนท้อง 3 เดือนตกผาแต้มเจ็บสาหัส ตัดพ้อสามี “เธอทำกับฉันแบบนี้ทำไม”

นายหยู ยังให้การยอมรับอีกว่า เมื่อสบโอกาสมาท่องเที่ยวที่ผาแต้ม ซึ่งเป็นภูมิประเทศเป็นหน้าผา จึงได้คิดออกอุบายซ้อนแผน ทำทีว่าภรรยาผลักตกจากหน้าผา เพื่อหวังจะเอาชีวิต เพราะถ้าหากภรรยาเสียชีวิตลงไป ทรัพย์สินเกือบร้อยล้านบาทก็จะตกเป็นของตัวเองทั้งหมด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่า นายหยู เคยมีประวัติอาชญากรรม ต้องโทษคดีลักทรัพย์ในประเทศจีนมาก่อน หลังเกิดเหตุออกให้การเท็จไปก่อน และยังไปข่มขู่ภรรยาไม่ให้พูดความจริง ไม่เช่นนั้นจะทำร้ายร่างกายถึงขั้นเอาชีวิต

แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พบว่าคำให้การของผู้ต้องสงสัยดูมีข้อพิรุธอยู่ จึงได้พยายามสืบหาข้อเท็จจริง กระทั่งฝ่ายภรรยาที่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ ยอมให้การใหม่และกล่าวหาว่าสามีเป็นคนจัดฉากเพียงหวังจะฆ่าชิงสมบัติ จึงได้นำมาสู่การขอศาลอนุมัติหมายจับ และจับกุมตัวได้ในที่สุด…

เบี้ยวแชร์200 ล้านบาท พริตตี้สาวหนีซุกย่านปากน้ำ

เบี้ยวแชร์200ล้านบาท พริตตี้สาวหนีซุกย่านปากน้ำ

(16 มิ.ย.) น.ส.มีนา วันทอง พร้อมพวกเข้า แจ้งความที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) จากนั้นได้มาพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) เพื่อให้ ดำเนินคดี กับ น.ส.ณัฐนรี กับพวก

ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องราวของการหลอก บาคาร่า  ให้ระดมเงินทุนในรูปแบบการเล่นแชร์ในชื่อ แชร์มือหลุดวุ้น &อาย” โดยมี น.ส.ณัฐนรี และ น.ส.รุ่งนภา เป็นเจ้าของกลุ่มร่วมกันลงข้อมูลชักชวนลงทุนผ่านทางไลน์และเฟซบุ๊ก จากการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีจำนวนผู้เสียหายมากถึง 127 คน มูลค่าความเสียหายคิดเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 163,069,519 บาท

เบี้ยวแชร์200ล้านบาท พริตตี้สาวหนีซุกย่านปากน้ำ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายชุดสืบสวน กก.5 บก.ปอศ. สืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาในคดีมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนติดตามตัว นางสาวนวรัตน์ อายุ 30 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาในคดีนี้ จนทราบว่าปัจจุบัน นางสาว

นวรัตน์ รับงานพริตตี้ทั่วไป และย้ายไปพักอาศัยอยู่ในเขต จ.สมุทรปราการเจ้าหน้าที่จึงได้แกะรอยติดตาม จนสามารถจับกุมตัวได้ ที่บริเวณ ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ ตามหมายจับ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

และ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวน

เบื้องต้น นางสาวนวรัตน์ รับว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มแชร์ในชื่อ แชร์มือหลุดวุ้น &อาย จริง อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะได้สืบสวนติดตามตัวกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

วินอุดมสุขปิดถนนยิงกัน ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาหนัก จ่อขอหมายจับ

วินอุดมสุขปิดถนนยิงกัน ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาหนัก จ่อขอหมายจับ

ผบช.น. เผย จับ 2 ใน 3 คนร้าย เหตุวิน ยกพวกตีกัน ซอยสุขุมวิท 103/2 เร่งล่าอีก 1 – จ่อขอหมายจับเพิ่มพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุวินรถจักรยานยนต์รับจ้างก่อเหตุยกพวกตีกัน บริเวณซอยสุขุมวิท 103/2

แขวงบางนา เขตบางนา กทม. บาคาร่า  จนมีชาวบ้านถูกกระสุนปืนเสียชีวิต และหนุ่มวินจักรยานยนต์อีกฝ่ายเสียชีวิต รวม 2 ศพ ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนสน.บางนา ได้ทำการขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ได้แก่ 1. นายรังสรรค์ สวมเสื้อวินเบอร์ 65, 2.นายประมุข

หัวหน้าวินซอยอุดมสุข 1 และ 3.นายจีระพงษ์ หรือ “เบส” อาสาสมัครกู้ภัยแห่งหนึ่ง ใน 4 ข้อหา ประกอบด้วย “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ทำร้ายร่างกายผู้อื่น, พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป

วินอุดมสุขปิดถนนยิงกัน ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาหนัก จ่อขอหมายจับ

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ใน 3 ราย ที่ปรากฏชื่อตามหมายจับ โดยสามารถจับกุมได้พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 11 มม. ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่กำลังหลบหนี แต่เบื้องต้นเชื่อว่า ยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่กทม.

อย่างไรก็ตาม ผบช.น. ระบุว่า จากนี้จะมีการตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วินมอเตอร์ไซค์ตีกัน! ยกพวกปิดถนนสุขุมวิท 103 ชายโดนลูกหลงดับ 1 ราย (มีคลิป)

เปิดคลิปอีกมุมเหตุวินจยย.ตีกัน หนุ่มเคอรี่โดนลูกหลงดับ-เมียท้องนั่งกอดศพร่ำไห้

ตำรวจเปิดปูม 2 วินอุดมสุขเปิดศึก-ไล่ยิง ชนวนแค้นขัดแย้งมานาน 2 ปี

ภรรยาหนุ่มเคอรี่ เหยื่อลูกหลงวินอุดมสุข โพสต์เศร้าหลังสามีเสียชีวิต

ตำรวจรู้ตัววินหัวโจก ยกพวกถล่มคู่อริ จ่อออกหมายจับ-สั่งตามล่าหัวหน้าวิน

คลิปเศร้า หนุ่มเคอรี่รับกระสุนแทนแม่ ซ้ำร้ายถูกกลุ่มวินจยย.ไล่กู้ภัยที่มาช่วย…

คดีฆ่าชู้รัก ของเมียนาน 17 ปี ขว้างระเบิดใส่ตำรวจหนีการไล่ล่า

คดีฆ่าชู้รัก ของเมียนาน 17 ปี ขว้างระเบิดใส่ตำรวจหนีการไล่ล่า

ป.รวบผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่น หนีคดีกว่า 17 ปี พบก่อนหน้านี้รอดถูกจับเพราะขว้างระเบิดใส่ตำรวจชุดจับกุม ก่อนถูก ควบคุมตัว ได้ขณะซุกซ่อนตัวอยู่ที่ จ.สระแก้ว

กองบังคับการปราบปราม โดยเจ้าหน้าที่สังกัด กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามแถลงข่าวการจับกุมตัว นายทองคำ อายุ 64 ปี  บาคาร่า  ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชุมพร ลงวันที่ 21 มกราคม 2546 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งเบื้องต้น พบผู้ต้องหาหลบหนีคดีมากว่า 17 ปี รวมทั้งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัด

ชัยภูมิ ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่มีอาวุธปืน และวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

จากกรณีที่ก่อนเกิดเหตุ นายทองคำ ผู้ต้องหา จับได้ว่านายบัวผัน ผู้ตาย ได้คบชู้กับนางสุวรรณซึ่งเป็นภรรยาของนายทองคำ ต่อมาวันที่ 28 มกราคม 2545 เวลาประมาณ 21.00 น. นายทองคำได้วางแผนฆ่านายบัวผัน โดยใช้อาวุธปืนยาวแบบประจุปาก บรรจุกระสุนลูกปรายยิงนาย

บัวผัน และนางสุวรรณเป็นเหตุให้นายบัวผันเสียชีวิต ส่วนนางสุวรรณได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ที่บ้านพักของนายบัวผัน หมู่ที่ 12 ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร หลังเกิดเหตุนายทองคำได้หลบหนีไป

คดีฆ่าชู้รัก ของเมียนาน 17 ปี ขว้างระเบิดใส่ตำรวจหนีการไล่ล่า

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่านายทองคำ ได้หลบหนีคดีดังกล่าวไปอยู่ที่กระท่อมกลางหุบเขา ในพื้นที่บ้านคำผักแพวหมู่ 7 ตำบลทับสีทอง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนเข้าทำการจับกุม แต่นายทองคำได้ขว้างระเบิดมือใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ระเบิดดังกล่าวด้าน ไม่ระเบิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ส่วนนายทองคำ สามารถหลบหนีไปได้

จากการสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายนี้ทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ภายในสวนป่าหมู่ 4 ตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาพบนายทองคำ กำลังนั่งอยู่หน้าเพิงพักบริเวณดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับให้นายทองคำดูและอ่านจนเข้าใจดีแล้ว นายทองคำรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวนี้จริง และไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีตามหมายจับดังกล่าวนี้มาก่อน จึงจับกุมตัวและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา…

ดาราเด็กช่องดัง หลอกขายของออนไลน์

ดาราเด็กช่องดัง หลอกขายของออนไลน์

สืบ 4 ตามรวบแฟนสาวอดีตดาราเด็กช่องดัง หลอกขาย ของออนไลน์ พบผู้เสียหายหลายราย

ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 จับกุม นางสาวเบญจภา อายุ 28 ปี แฟนสาวอดีตดาราเด็กจากช่องดัง โดยจับกุมตามหมายจับของ สน.โชคชัย ฐานฉ้อโกง  บาคาร่า  และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยเจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว หลังหลอกขายสินค้าผ่านช่องทางโชเชียลเมื่อผู้เสียหายโอนเงินให้กลับไม่ส่งของให้ตามที่ตกลงกันไว้

ดาราเด็กช่องดัง หลอกขายของออนไลน์

นางสาวหยก หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้เข้าไปโพสต์หาซื้อกล้องโกโปร ในเพจต่างๆ จากนั้น นางสาวเบญจภาได้ทักอินบ็อกมาแจ้งว่ามีของจะขาย และได้ทำการต่อรองราคากันที่ 6,500 บาท จากนั้นได้โอนเงินไปให้แต่ปรากฏว่าทางนางสาวเบญจภา ไม่ส่งของมาให้จึงได้เข้าแจ้งความและให้ตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดี

สำหรับพฤติกรรมของนางสาวเบญจภา จะเข้าไปแฝงตัวในเพจ หรือในกลุ่มซื้อ-ขายสินค้า เมื่อใครโพสต์ต้องการสินค้าอะไร ก็จะเข้าไปทักเพื่อขายของแต่เมื่อได้รับเงินก็จะไม่ส่งของให้ ซึ่งมีผู้เสียหายหลายบางรายไปตามหาตัวถึงบ้านได้เงินคืนก็ยอมความไป และเมื่อตรวจสอบประวัติของนางสาวเบญจภาพบยังมีหมายจับฐานฉ้อโกงอีกหมายในพื้นที่ สน.บางรัก ด้วย…

ฝากผัวใหม่เลี้ยงลูก พ่อเลี้ยง ทำร้ายเด็ก 4 ขวบ อัณฑะบวม รูทวารฉีก

ฝากผัวใหม่เลี้ยงลูก พ่อเลี้ยง ทำร้ายเด็ก 4 ขวบ อัณฑะบวม รูทวารฉีก

(11 มิ.ย. 62) น.ส.โบว์ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี มารดา ด.ช.วิน (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ

โทรศัพท์แจ้งเข้าไปร้องทุกข์ไปยังช่องทาง เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาฯ ระบุว่า ตนรู้จักกับ นาย

ก้อง (นามสมมุติ) สามีใหม่ อายุ 25 ปี  บาคาร่า  และอยู่กินกันได้เพียง 2 เดือนเศษ โดยตนมีลูก

ติดมาอยู่ด้วย ซึ่งเวลาตนไปทำงานก็จะฝากลูกให้กับนายก้องช่วยดูแล ในช่วงวันหยุด ส่วนวัน

จันทร์-ศุกร์ จะไปโรงเรียน ซึ่งระหว่างที่ตนใช้ชีวิตอยู่กับนายก้อง ลูกชายมักจะมีร่องรอยเขียวช้ำ

ตามตัวอยู่ตลอดเวลาเมื่อสอบถามนายก้อง ก็อ้างว่าลูกล้มเองบ้าง รถมอเตอร์ไซค์เองบ้าง จน

กระทั่งวันที่ 9 มิ.ย ขณะที่ตนทำงานอยู่ นายก้อง ได้โทรศัพท์มาบอกว่า ลูกชายตนลื่นล้มใน

ห้องน้ำ พร้อมกับถ่ายรูปลูกอัณฑะมาให้ตนดู มีอาการช้ำและบวมแดงอย่างมาก และมีสภาพ

ฝากผัวใหม่เลี้ยงลูก พ่อเลี้ยง ทำร้ายเด็ก 4 ขวบ อัณฑะบวม รูทวารฉีก

อิดโรย จึงได้นำตัวลูกชายส่งที่ รพ.นวมินทร์ 9 แพทย์ระบุว่าเด็กอาการสาหัสตับฉีก มีเลือดออก

ในช่องท้อง , ลูกอัณฑะซ้ำบวมแดง , รูทวารฉีก , พบเศษใบกระท่อมในช่องท้อง , ค่าตับขึ้นสูง

เกิดจากการที่เด็กได้รับยาเกินขนาด อาการของเด็กยังหวาดกลัวอยู่ตลอด และแพทย์ต้องดูแล

อย่างใกล้ชิดทุกชั่วโมงโดยภายหลังรับแจ้ง นางปวีณา หงสกุล ประธาน มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อ

เด็กและสตรี ได้เดินทางพร้อมกับ น.สโบว์ (นามสมมุติ) เข้าเยี่ยมอาการของ ด.ช.วิน

(นามสมมุติ) ที่ รพ.นวมินทร์ 9 เพื่อสอบถามอาการจากแพทย์ผู้รักษาด้วยความเป็นห่วง

เนื่องจากอาการของ ด.ช.วิน อ่อนเพลียมาก นอกจากนี้ประสานไปยัง พ.ต.อ.คมกฤษ คำบุศย์

ผกก.สน.มีนบุรี เพื่อเร่งดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด โดยได้มอบหมายให้ พนักงานสอบสวน

เดินทางมาสอบปากคำนายแพทย์ผู้รักษา โดย นางปวีณา หงสกุล ประธาน มูลนิธิปวีณาฯ และจะ

ร่วมกับ พ.ต.อ.คมกฤษ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี ติดตามคดีและนำตัวผู้กระทำมาดำเนินคดีตาม

กฎหมายโดยเร็ว…

แม่บ้านดับ พลัดตกตึกโรงพยาบาลจากชั้น 4 หน้ากระแทกรถเก๋งเสียชีวิต

แม่บ้านดับ พลัดตกตึกโรงพยาบาลจากชั้น 4 หน้ากระแทกรถเก๋งเสียชีวิต

แม่บ้านทำความสะอาด ตกตึก โรงพยาบาลจากชั้น 4 ร่างร่วงกระแทกรถเก๋งเสียชีวิต คาดพลัดตกระหว่างปีนขึ้นไปเช็ดกระจกหน้าต่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (10 มิ.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัฐพัฒคุณ สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง บาคาร่า   ได้รับแจ้งคนตกตึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเสียชีวิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุอยู่ด้านหลังของโรงพยาบาลพบเพียงแต่คราบเลือดเล็กน้อย ส่วนคนเจ็บนั้นทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลช่วยกันนำเข้าห้องไอซียูเพื่อช่วยชีวิต และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ น.ส.สุพรรณี อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นแม่บ้านทำความสะอาดของโรงพยาบาล

นอกจากนี้ ยังมีรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ที่ผู้ตายตกลงมากระแทกที่หน้ารถได้รับความเสียหายเล็กน้อย

แม่บ้านดับ พลัดตกตึกโรงพยาบาลจากชั้น 4 หน้ากระแทกรถเก๋งเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เปิดเผยว่า ขณะที่ตนเองนั่งทำงานอยู่ ก็ได้ยินเหมือนอะไรตกลงมากระแทกกับรถเมื่อตนไปเข้าไปดูจึงพบว่ามีคนตกลงมาและได้รับบาดเจ็บ ตนจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบและช่วยกันนำเข้าไอซียูของโรงพยาบาล

ส่วน แม่บ้านด้วยกัน บอกว่า ผู้ตายทำงานอยู่ที่ชั้น 4 ของโรงพยาบาล ขณะเกิดเหตุนั้นไม่มีใครเห็น ซึ่งตนเองคาดว่าผู้ตายน่าจะปีนขึ้นไปเช็ดกระจกและพลัดตกลงไปด้านล่าง ขณะที่บนห้องชั้น 4 พบสัมภาระทำความสะอาดห้องและกระป๋องน้ำ ไม้กวาดและที่ตักขยะ รองเท้าวางอยู่ที่พื้น

พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัฐพัฒคุณ สารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุได้สอบปากคำพยานที่ในที่เกิดเหตุ พร้อมให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเพื่อนร่วมงานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมทั้งส่งศพไปที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป…

ตั้มแปดริ้ว ฉกสมบัติ 16 ล้านหนี เพื่อนแฉวีรกรรมหนี้สินเพียบ

ตั้มแปดริ้ว ฉกสมบัติ 16 ล้านหนี เพื่อนแฉวีรกรรมหนี้สินเพียบ

ยังไร้วี่แววเมียตัวแสบ-แม่ยายทรพี ฉกสมบัติตู้เซฟ ตั้ม แปดริ้ว เซียนพระชื่อดัง เสียหายไปกว่า 16 ล้านบาท อดีตเพื่อนบ้านแฉวีรกรรม ดูเป็นคนดี แต่ก่อร่างสร้างหนี้เอาไว้เพียบ

จากกรณี นายกิตติ หรือ ตั้ม แปดริ้ว บาคาร่า  เซียนพระเครื่อง ได้นำเรื่องร้องผ่านสื่อมวลชน เนื่องจากถูก น.ส.ฐิติรัชช หรือ ปู ภรรยา และนางอารีย์ หรือ แมว แม่ยาย ก่อเหตุขโมยทรัพย์สินไปมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท หายไปออกจากบ้านพักที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 โดยผู้ก่อเหตุยังหลบหนี ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุดสำนักข่าวอมริทร์ทีวีได้เดินทางไปยังบ้านของ นางอารีย์ ฝ่ายแม่ยาย ที่มีห้องพักอยู่ที่แฟลตแห่งหนึ่งในย่านรามอินทรา โดยพบว่าประตูถูกล็อกเอาไว้ มีซองจดหมายอยู่เต็มหน้าห้อง รวมทั้งบิลค่าสาธารณูปโภคต่างๆ แต่ไม่พบใครอยู่อาศัยแล้ว เมื่อสอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกัน เปิดเผยว่า เมื่อ 4-5 ปีก่อน นางอารีย์ได้อาศัยอยู่ที่นี่จริง โดยเปิดห้องเป็นร้านรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า แต่ล่าสุดได้ย้ายออกไปแล้ว

ตั้ม แปดริ้ว ทายาทเศรษฐี-เซียนพระชื่อดัง ถูกอดีตเมียยกเค้าตู้เซฟ 16.3 ล้าน

ตั้มแปดริ้ว ฉกสมบัติ 16 ล้านหนี เพื่อนแฉวีรกรรมหนี้สินเพียบ

หนึ่งในสาเหตุที่ต้องย้ายออก เนื่องจากมีเจ้าหนี้ตามมาทวงถามหนี้สินอยู่บ่อยครั้ง เท่าที่สังเกตดูมีเจ้าหนี้ไม่ต่ำกว่า 3 รายต่อวัน รวมทั้งยังตระเวนไปขอยืมเงินคนอื่นๆ แม้กระทั่งแม่ของตนก็โดนขอยืมไป 30,000 บาท ผ่านไปกว่า 5 ปีแล้ว ก็ยังไม่เคยได้คืนสักก้อนเดียว

แต่หลังจากที่ นางอารีย์ ย้ายออกไป ก็มี น.ส.ฐิติรัชช กับ นายกิตติ ย้ายเข้ามาอยู่แทน แต่อยู่ได้ 6-7 เดือน ก็ย้ายกลับไปอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงยังฝากให้ติดต่อขายห้องพัก เพราะบอกว่าจะย้ายมาบ้านสามีที่เพิ่งสร้างเสร็จ ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีหน้านายติดต่อหา น.ส.ฐิติรัชช เพราะมีคนสนใจอยากซื้อห้องพัก แต่อีกฝ่ายอ้างว่ายังไม่สะดวกในช่วงนี้

เพื่อนบ้านยังบอกว่า เท่าที่รู้จัก น.ส.ฐิติรัชช ก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่เคยมีเรื่องกับใคร แต่สำหรับ นางอารีย์ นั้น ช่วงแรกๆ ก็ดี แต่ปรากฏว่าก่อร่างสร้างหนี้เพิ่มพูนเรื่อยๆ ทำให้กลายเป็นคนพูดจาไม่ดี อารมณ์วีนเหวี่ยงบ่อยๆ ก่อนจะเก็บตัวและไม่สุงสิงกับใครอีก จากนั้นจึงได้อยากออกจากห้องพักไป…