อพพยนักเรียนหนีไฟไหม้บริษัทรับซื้อยางรถยนต์เก่า

อพพยนักเรียนหนีไฟไหม้บริษัทรับซื้อยางรถยนต์เก่า

อพพยนักเรียนหนีไฟไหม้บริษัทรับซื้อยางรถยนต์เก่า

อพพยนักเรียนหนีไฟไหม้บริษัทรับซื้อยางรถยนต์เก่า เกิดเหตุไฟไหม้ บริษัทรับซื้อยางรถยนต์เก่า และขยะพลาสติก ในพื้นที่ตำบลมาบข่า อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดระยอง เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เกิดควันดำลอยเต็มท้องฟ้า และส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณหลายกิโลเมตร

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และรถน้ำดับเพลิงหลายสิบคันมาช่วยกันฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิง แต่ก็เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากพลาติกเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และมีพื้นที่มากกว่า 3 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลิ่นควัน และสารเคมีลอยคละคลุ้งทั่วบริเวณ ส่งผลกระทบโดยตรงกับนักเรียน โรงเรียนนิคมวิทยา เนื่องจากอยู่ในรัศมีไม่ถึง 20 กิโลเมตรหลังจากสูดดมกลิ่น ส่งผลให้นักเรียนหลายคนมีอาการมึนหัว วิงเวียนศีรษะ หายใจติดขัด ทางโรงเรียนแจ้งขอความช่วยเหลือจากกู้ภัย นำเด็กนักเรียนส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเป็นการด่วน

ทางโรงเรียนต้องประกาศหยุดเรียนและให้นักเรียนกลับบ้านโดยด่วน ส่วนพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ยังคงระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง ยังมีเปลวไฟตลอดเวลา คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะไฟดับสนิท ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

คุณปู่ตรอมใจผูกคอตายตามหลังคุณย่าล้มเสียชีวิต

คุณปู่ตรอมใจผูกคอตายตามหลังคุณย่าล้มเสียชีวิต

คุณปู่ตรอมใจผูกคอตายตามหลังคุณย่าล้มเสียชีวิต

คุณปู่ตรอมใจผูกคอตายตามหลังคุณย่าล้มเสียชีวิต ที่จังหวัดพิษณุโลก มีเรื่องเศร้าของคุณปู่คุณย่าคู่หนึ่งที่ครองรักกันมานาน แต่ว่าเมื่อเช้าคุณย่าลื่นล้มศีรษะฟาดพื้นเสียชีวิต คุณปู่ ตรอมใจผูกคอตายตาม

เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก ซึ่งบ้านหลังนี้ปู่ย่าอยู่กันสองคน เช้ามาเพื่อนบ้าน ผ่านมาเห็น คุณปู่จรูญ ศิริวัฒน์ วัย 89 ปี นั่งอยู่ตรงบันไดบ้าน เรียกแล้วไม่ตอบ จึงเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็พบว่าคุณตาใช้สายไฟผูกคอ เสียชีวิตแล้ว และพอไปดูในห้องครัว ก็ไปพบร่างของนางบุญมา ศิริวัฒน์ วัย 82 ปี ภรรยาของคุณปู่ เสียชีวิต ในสภาพที่นอนจมกองเลือด ใกล้กับอ่างล้างจาน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบศพนางบุญมา พบว่ามีบาดแผลยาวประมาณ 5 เซนติเมตรที่บริเวณศีรษะ แต่ไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย จึงสันนิษฐานว่า คุณย่า อาจจะล้างชาม แล้วลื่นล้มศีรษะฟาดกับอ่างล้างชามเสียชีวิต ส่วนคุณปู่จรูญ เมื่อมาเห็นว่า คุณย่าเสียชีวิต ทำใจไม่ได้ ก็เลยผูกคอตายตาม เพราะลูกหลานยืนยันว่าคุณปู่คุณย่ารักกันมาก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

จระเข้โผล่ชายหาดนราทัศน์

จระเข้โผล่ชายหาดนราทัศน์

จระเข้โผล่ชายหาดนราทัศน์

จระเข้โผล่ชายหาดนราทัศน์  อ.เมือง จ.นราธิวาส เกิดขึ้นช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.พ. 62 ซึ่งนายประพัฒน์พงศ์ ทักษิณสัมพันธ์ หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง

สำนักงานประมง จ.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่ประมง จ.นราธิวาส ได้ติดตามข่าวสารการรับแจ้งจากนายมามะ กาเด็ง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.6 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ พบจระเข้ไม่ทราบเพศ 1 ตัว ว่ายโผล่ผิวน้ำที่บริเวณริมชายหาดด้านหลังของสำนักงานศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ ซึ่งห่างจากชายฝั่งประมาณ 100 เมตร

จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบจระเข้ขนาดความยาวไม่ต่ำกว่า 2.5 เมตร ลอยตัวห่างริมฝั่งประมาณ 60 เมตร ซึ่งห่างจากจุดที่รับแจ้งจากชาวบ้านประมาณ 800 เมตร จากการสอบถามชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว พบว่าจระเข้มักโผล่ขึ้นมาผิวน้ำเพื่ออาบแดดบ่อยครั้ง และคาดว่าน่าจะมีอีกประมาณ 2 ตัว

จากการตรวจสอบฟาร์มจระเข้ของชาวบ้านที่เลี้ยง พบว่าจำนวนจระเข้ในความครอบครองของชาวบ้านที่เลี้ยงอยู่ครบ และจากการติดตามความเคลื่อนไหวจระเข้อย่างต่อเนื่อง จระเข้ตัวดังกล่าวได้ว่ายน้ำโผล่ผิวน้ำที่บริเวณชายหาดนราทัศน์ ซึ่งเริ่มที่จะเข้ามาใกล้ชายหาดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอาจจะได้รับอันตรายได้ จึงประสานประมง จ.นราธิวาส ให้รับทราบ พร้อมแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญดำเนินการจับจระเข้ในช่วงค่ำของวันนี้

ด้านนายนิพนธ์ เสนอินทร์ รักษาราชการแทนประมง จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า การจับจระเข้ไม่น่าจะไม่ยุ่งยาก เพราะทะเลสงบไม่มีคลื่นลม จึงฝากประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวให้ระมัดระวัง และไม่ควรลงเล่นน้ำในช่วงนี้ ส่วนชาวประมงเองก็อย่าไปรบกวน เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจะจับลำบาก อาจทำให้จระเข้ตื่นกลัว และอาจถูกทำร้ายได้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เจอแล้วเด็ก14ปีหายจากบ้าน

เจอแล้วเด็ก14ปีหายจากบ้าน

เจอแล้วเด็ก14ปีหายจากบ้าน

เจอแล้วเด็ก14ปีหายจากบ้าน กรณีคุณพ่อชาวเมียนมารายหนึ่งเข้าแจ้งความ ลูกสาววัย 14 หายตัวปริศนา พร้อมส่งข้อความขอให้ช่วยเหลือ ระบุอยู่บ้านหลังใหญ่ ก่อนขาดการติดต่อ

ล่าสุดเจอตัวเด็กแล้ว เจ้าหน้าที่ตามเจอที่ อ.สังขละบุรี ไปกับชายคนงานก่อสร้างที่รู้จัก เตรียมให้ทีมสหวิชาชีพสอบต่อถูกล่อลวงหรือไม่

โดยภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านอาหารที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุสามารถบันทึกภาพของรถยนต์กระบะคันหนึ่งที่ขับมาวนอยู่บริเวณปากซอยของบ้าน ด.ญ.แท (นามสมมติ) ที่หายตัวไป ก่อนจะมาจอดรออยู่ประมาณ 2-3 นาที จากนั้น ด.ญ.แท ได้เดินมาที่รถแล้วเปิดประตูพูดคุยกับคนที่อยู่ภายในรถ ก่อนจะขึ้นรถคันดังกล่าวออกไป ซึ่งหลังจากนำคลิปดังกล่าวให้พ่อของเด็กและบรรดาญาติ ๆ ดู พบว่ารถคันดังกล่าวคล้ายกับรถของคนรู้จักที่ทำงานก่อสร้างร่วมกัน

ซึ่งที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยไปรษณีย์ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โดย ด.ญ.แท อายุเพียง 14 ปี หายตัวออกไปจากบ้าน ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ขณะเดินออกมาทิ้งขยะ โดยครอบครัวมีหลักฐานเป็นข้อความเสียงที่ ด.ญ.แท ส่งมาหาแม่ผ่านแอปพลิเคชัน Messenger พูดว่า”ถูกชายคนหนึ่งมารับตัวไปและถูกพามาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ ซึ่งไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน และขอให้พ่อแม่ช่วยออกตามหา”ก่อนจะขาดการติดต่อไป

ด้านพันตำรวจเอก ธีระพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผู้กำกับการ สภ.เมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่แกะรอยชายซึ่งเป็นเจ้าของรถ เพื่อติดตามหาตัว ด.ญ.แท จนเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไปพบตัวเด็กอยู่กับชายคนที่ขับรถกระบะในวงจรปิดที่ อ.สังขละบุรี เบื้องต้นพบว่าทั้งคู่รู้จักกัน โดยเป็นคนงานก่อสร้างที่ครอบครัวรู้จัก ตรวจร่างกายไม่พบถูกทำร้าย และไม่ได้อยู่ในอาการหวาดกลัว ส่วนกรณีที่เด็กส่งคลิปเสียงขอให้ช่วยเหลือ วันนี้ทีมสหวิชาชีพจะทำการสอบปากคำเด็กเพิ่มเติมว่าถูกล่อลวงหรือไม่ หากเป็นการล่อลวงก็จะเป็นคดีอาญา ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์ ปมรักอลเวง-ภาพไม่ควรในโซเชียล

เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์

เด้งฟ้าผ่าสงกรานต์เตชะณรงค์ มีรายงานว่า พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รอง ผบช.สกพ.) ปฏิบัติราชการ ผบช.สกพ. มีบันทึกข้อความ สกพ. ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เรื่องให้ข้าราชการปฏิบัติราชการในสังกัด ตร. ถึงผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา และผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางความว่า

ด้วย ตร.มีบันทึกลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ให้ ร.ต.อ.สงกรานต์ เตชะณรงค์ รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการปราบปราม รักษาราชการแทน รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 ปฏิบัติราชการ ที่ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจ กองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง (บก.ฝรก.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผกก.ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจ บก.ฝรก.มอบหมาย ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ มีรายงานว่าการย้ายครั้งนี้ เนื่องมาจากปัญหาครอบครัวของ ร.ต.อ.สงกรานต์ ที่มีข่าวหย่าร้างกับภรรยา และไปคบหากับนางเอกสาวอีกคน รวมทั้งภาพของ ร.ต.อ.สงกรานต์ ที่ปรากฏรอยสักตามตัวลงตามโซเชียลต่าง ๆ สร้างความไม่เหมาะสมไปถึงหน่วยงาน บก.ตร.มหด.รอ.904 ที่เจ้าตัวสังกัด โดยที่ผ่านมาต้นสังกัดได้ตักเตือนและสั่งการให้ ร.ต.อ.สงกรานต์ แก้ไขปัญหาดังกล่าวหลายครั้ง แต่ยังไม่มีความคืบหน้า และยังปรากฏภาพไม่ควรในโซเชียลอีก เชื่อว่าเป็นที่มาของคำสั่งย้ายข้ามบก.ครั้งนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ผู้จัดการโรงแรมโหดยิงหมาดับ

ผู้จัดการโรงแรมโหดยิงหมาดับ

ผู้จัดการโรงแรมโหดยิงหมาดับ

ผู้จัดการโรงแรมโหดยิงหมาดับ วอตช์ด็อกไทยแลนด์ นำคลิป ผจก.โรงแรมที่ชะอำ ยิงสุนัขจรจัด ที่เข้ามารบกวนลูกค้า จนสุนัขตาย ส่งมอบให้ตร.เพื่อคุมตัวมาดำเนินคดี ข้อหากระทำการทารุณกรรมสัตว์และใช้อาวุธปืนที่ไม่ได้รับอนุญาต

วันนี้ 15 ก.พ.2562 ได้มีตัวแทนของวอตช์ด็อกไทยแลนด์ ได้เดินทางมาร้องทุกข์ ที่ สภ.ชะอำ พร้อมทั้งมอบคลิปภาพเคลื่อนไหว โดยผู้ต้องหาตามภาพคลิปที่ปรากฏใช้อาวุธปืนยิงสุนัข ที่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ชะอำ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 เวลาประมาณ 17.00 น. ซึ่งเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย ขอให้พงส.นำตัวมาดำเนินคดี

ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ชะอำ พบนายจอมพล หรือพล จิตจำนง อายุ 42 ปี บ้านอยู่ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ผู้ต้องหารายนี้ กำลังนั่งทำงานอยู่บริเวณโต๊ะทำงานภายในโรงแรม จึงได้แสดงตัว พร้อมสอบถามเรื่องราวกรณีใช้อาวุธปืนยิงสุนัขได้รับบาดเจ็บ

ผู้ต้องหาดูแล้วรับว่า ภาพในคลิปดังกล่าวเป็นภาพของตน ที่กำลังใช้อาวุธปืนยิงสุนัขจริง สารภาพว่าโมโห เพราะหมาตัวนี้ไปไล่กัดแขกที่เข้าพัก จึงได้ใช้ปืนยิงจนสุนัขเสียชีวิต

เมื่อสอบถามถึงอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหารับว่า ซุกซ่อนอยู่ที่ลิ้นชักโต๊ะทำงานของผู้ต้องหา พร้อมนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ยึดไว้ และผู้ต้องหารับว่า เป็นอาวุธปืนของตนเอง จึงได้แจ้งข้อหา และแจ้งสิทธิให้ ผู้ต้องหาทราบ และจับกุมตัวดำเนินคดี

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่หรือทางสาธารณะ ทารุณกรรมสัตว์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ม.20 ที่ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

แม่ร้องสื่อลูกสาวถูกครูลวนลาม

แม่ร้องสื่อลูกสาวถูกครูลวนลาม

แม่ร้องสื่อลูกสาวถูกครูลวนลาม

แม่ร้องสื่อลูกสาวถูกครูลวนลาม  15 ก.พ.2562 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานมาจากแม่ของเด็กหญิงผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ถูกครูผู้ชายทำอนาจาร

นางเอ๋ นามสมมุติ อายุ 33 ปี เปิดเผยว่าเมื่อวันศุกร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้ไปรับลูกสาวที่โรงเรียน เพื่อนๆของลูกหลายคน ได้เข้ามา บอกว่าลูกสาวของถูกครูจับแก้ม รู้สึกตกใจ จึงได้กลับไปสอบถามลูกสาวที่บ้านอีก ลูกสาวก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนให้ฟังว่า ขณะล้างห้องน้ำถูกครูผู้ชาย อายุ50ปีเศษ ซึ่งเป็นครูสอนวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ ได้ขอจับแก้ม ขอกอด จากเดิมลูกสาวเป็นเด็กร่าเริง เป็นเด็กตั้งใจเรียน มีความกระตือรือร้นที่จะไปโรงเรียน ไม่เคยขาดเรียน กลับกลายเป็นเด็กซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดคุย บอกเพียงว่า”หนูกลัวหนูไม่อยากไปโรงเรียนแล้วแม่ ตอนที่ครูทำกับหนูๆอยาก กลับบ้านมาหาแม่มากเลย” เมื่อพ่อของเด็กรู้เรื่องก็ไม่พอใจกับการกระทำดังกล่าวจึงได้พากันไป แจ้งความไว้ที่สภ.เมืองสมุทรสาครเพื่อเอาผิดกับครู จากการสอบถามเด็กหญิงเอ นามสมมุติ อายุ 10 ปี เล่าว่าวันเกิดเหตุครูผู้ชายได้ใช้ให้ไปล้างห้องน้ำ ตนจึงไปตามเพื่อนมาช่วย ก่อนที่ครูจะใช้ให้เพื่อนไปเอาของ จึงเหลือตนที่อยู่กัยครูตามลำพัง ครูถามว่า”ขอหอมแก้มได้ไหม”ตนปฏิเสธว่า”ไม่”ครูผู้ชายจึงพูดว่า”ไม่ก็ไม่”ต่อมาครูนำมือมาเกาะที่บ่าและถามว่า”ขอกอดได้ไหม”เป็นจังหวะที่เพื่อนเดินมาพอดีครูจึงเดินหนี ก่อนหน้านี้ เคยถูกครูคนดังกล่าว ลูบหน้าอกเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โรงอาหาร ซึ่งครูเดินมาลูบหน้าอกแล้วก็รีบเดินไป ซ้ำยังเคยถูกใช้ให้นวดขาในเวลาเรียน ให้นวดจนเกือบหมดชั่วโมงเรียน และยังใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ที่ผ่านมาเคยกระทำเช่นนี้กับรุ่นพี่มาแล้ว เพราะรุ่นพี่มาพูดให้ฟัง วันนี้ไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะรู้สึกกลัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนทราบเรื่องจากผู้ปกครองแล้ว แต่ตอนนี้ติดราชการอยู่ที่ต่างจังหวัด และจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่คุณครูประจำชั้น บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคุณครูได้เรียกเด็กทั้งหมดมาทำสอบถามในเบื้องต้นแล้ว เด็กบอกว่าขณะที่เด็กหญิงและครูผู้ชายอยู่ด้วยกันนั้น ไม่ได้อยู่ในที่ลับ และไม่ได้อยู่กันแบบประชิดตัว ครูผู้ชายเพียงแค่ดึงจมูกเล่นลักษณะเอ็นดู จึงแนะนำเด็กนักเรียนหญิงให้พยายามเกาะกลุ่มกันไว้ ไปไหนให้ไปด้วยกันและมีอะไรให้รีบบอกคุณครูทันที ด้าน ร.ต ท.หญิงเนติมา กลิ่นโฉม รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าของคดี บอกว่าหลังรับแจ้งตนได้ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายเพื่อยืนยันผลให้ชัดเจน และจะเชิญผู้เสียหายมาพบอีกครั้งเพื่อส่งให้ทีมสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำ หลังจากสอบปากคำผู้เสียหายเสร็จก็จะเรียกตัวครูมาสอบปากคำ และหากพบว่ามีความผิดจริงก็จะแจ้งข้อกล่าวพร้อมดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เมาสุราอาละวาดเผาบ้านวอด

เมาสุราอาละวาดเผาบ้านวอด

เมาสุราอาละวาดเผาบ้านวอด

เมาสุราอาละวาดเผาบ้านวอด ชายวัย 42 ปี เมาสุราแล้วอาละวาดจะทำร้ายแม่ ทะเลาะกับพี่น้อง สุดท้ายจุดไฟเผาบ้าน ถึงแม้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่บ้านก็เสียหายทั้งหลัง ส่วนผู้ก่อเหตุหลบหนีไป เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหลังหนึ่ง บริเวณบ้านกิโลสาม ตำบลตาดทอง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จึงประสานรถดับเพลิงไปยังที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ไปถึงปรากฏว่าเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากตัวบ้านเป็นครึ่งปูนครึ่งไม้ จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้แต่ก็ทำให้ตัวบ้านเสียหายทั้งหลัง

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือนายวิชัย หมายศรี อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นลูกชายคนโต ของนางทองมา หมายศรี เจ้าของบ้าน ซึ่งหลังก่อเหตุได้อาศัยความชุลมุนหลบหนีไป นางสาวบัวไข หมายศรี บุตรสาวนางทองมา บอกว่า พี่ชายดื่มสุราจนเมาแล้วอาละวาดจะทำร้ายแม่ พอเข้าไปห้าม ก็ไม่ฟัง แถมยังข่มขู่หาว่าตนเองจะไปแย่งมรดกที่ดิน โดยบอกว่าถ้าตัวเองไม่ได้อยู่คนอื่นก็อยู่ไม่ได้ ตนเกรงว่าแม่จะถูกทำร้าย จึงพาแม่และลูกๆ ออกจากบ้าน แล้วพี่ชายก็จุดไฟใส่มุ้ง ทำให้ไฟลุกลามไหม้บ้านอย่างรวดเร็ว

เช้าวันนี้ ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ลงพื้นที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายวิรัตน์ ป้องกัน นายอำเภอเมืองยโยธร โดยได้นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ ไปเยี่ยมปลอบใจนางทองมา ซึ่งยังอยู่ในความเศร้าเสียใจ ร้องไห้จนเป็นลมแล้วเป็นลมอีก ที่ต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยไปในชั่วพริบตา เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็ต้องมาปลอบใจ บางคนก็เอาเงินมาช่วยเหลือนำอาหารมาให้และให้กำลังใจนางทองมา ด้านนายอำเภอเมืองยโสธร บอกว่า จะประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือในเรื่องของที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจจะมีการสร้างบ้านให้ใหม่

ส่วนนายวิชัย หลังก่อเหตุได้อาศัยความชุลมุนหลบหนีไปได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

พบศพทหารลอยกลางแม่น้ำน่าน

พบศพทหารลอยกลางแม่น้ำน่าน

พบศพทหารลอยกลางแม่น้ำน่าน

พบศพทหารลอยกลางแม่น้ำน่าน

11 ก.พ.62 เมื่อเวลา 10.30 น. ร.ต.ท.หญิง ชนานันท์ ชัยกาวิน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งพบศพลอยน้ำที่บริเวณกลางแม่น้ำน่าน หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุพบศพชายลอยกลางแม่น้ำน่าน ระยะทางกว่า 2 ก.ม. จนถึงด้านหลังวัดท่ามะปราง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ จึงลงไปลากศพขึ้นมาไว้ที่ริมตลิ่งแม่น้ำน่าน ตรวจสอบเบื้องต้น พบศพชาย แต่งกายคล้ายทหาร สวมเสื้อยึดสีเขียว ระบุ ร.4 พัน 3 กางเกงสีเขียว ตามร่างกายไม่พบเอกสารหรือทรัพย์สินใดๆ สภาพศพขึ้นอึดคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำ 48 ชม. ต่อมา พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร กองทัพภาคที่ 3 เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และทราบว่าเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ามีพลทหารหายออกไปจากกองทัพ 1 นาย เบื้องต้นทางแพทย์จะต้องตรวจสอบพิสูจน์ว่าศพดังกล่าวเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมเร่งสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

จ่อยิงหัวหนุ่มวัย22ปีอ้างมาจีบแฟนสาว

จ่อยิงหัวหนุ่มวัย22ปีอ้างมาจีบแฟนสาว

จ่อยิงหัวหนุ่มวัย22ปีอ้างมาจีบแฟนสาว

จ่อยิงหัวหนุ่มวัย22ปีอ้างมาจีบแฟนสาว

หนุ่มวัย 22 ปี ถูกยิงจ่อหัวอาการสาหัส สาเหตุเพราะถูกเข้าใจผิดคิดว่าไปจีบแฟนชาวบ้าน

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 2ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบ นาย มธุพจน์ ศิริชนะ อายุ 22 ปี ถูกอาวุธปืนยิงบริเวณศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส

ส่วนผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ คือ นายชญานิน เปรียบวารี อายุ 29 ปี พร้อมอาวุธปืนใช้ก่อเหตุเป็น ปืนพกสั้น แบบไทยประดิษฐ์ขนาด จุด38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุนปืนที่ยังคงเหลือ 1 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า นายชญานิน เข้าใจว่า นายมธุพจน์ มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว กับภรรยาของตัวเองเมื่อพบ นายมธุพจน์ มาเที่ยวที่ร้านอาหารดังกล่าวจึงใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปที่ศีรษะทันที เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา พยายามฆ่า พกพาอาวุธไปในเมืองและที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
ส่วนอาการของ นายมธุพจน์ จนถึงขณะนี้ยังอาการสาหัสยังอยู่ในความดูแลของแพทยือย่างใกล้ชิด

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com