ฝรั่งผัวเมียผงะเจอศพมัดเป็นมัมมี่

ฝรั่งผัวเมียผงะเจอศพมัดเป็นมัมมี่

ฝรั่งผัวเมียผงะเจอศพมัดเป็นมัมมี่

ฝรั่งผัวเมียผงะเจอศพมัดเป็นมัมมี่

ผัวเมียฝรั่งผงะเดินเที่ยวถ้ำ เจอศพฆาตกรรมมัดเป็นมัมมี่
2 สามีภรรยานักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไปเดินเล่นในถ้ำท่อ ใน อ.แม่ทา จ.ลำพูน ก่อนมีกลิ่นเน่าโชยมาเตะจมุก เดินดูถึงกับผงะ พบศพคล้ายพระสงฆ์ถูกห่อด้วยพลาสติกสีขาว ถูกมัดด้วยเชือกอย่างแน่นหนาคล้ายมัมมี่ เจ้าหน้าที่ชี้ถูกฆาตกรรมเมื่อวันที่ 31 ม.ค. พ.ต.ท.สมนึก คำพีระรองผกก.สอบสวน สภ.ทากาศ  อ.แม่ทา จ.ลำพูน ได้รับแจ้งจาก 2 สามีภรรยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ว่า ขณะที่ตนเองเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวบริเวณถ้ำชื่อถ้ำท่อ ซึ่งอยู่ในเขตบ้านแม่เหล็ก หมู่ที่ 8  ต.ทาขุมเงิน อ.แม่ทา จ.ลำพูน  ขณะกำลังเดินเข้าไปในถ้ำได้ประมาณ 30 เมตร ก็ได้กลิ่นคล้ายซากศพบริเวณช่วงระหว่างทางเดินจึงพากันเดินไปดู  ต้องตกใจเพราะพบวัตถุมีลักษณะคล้ายกับคนถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีขาว ถูกมัดด้วยเชือกอย่างแน่นหนา จึงพากันรีบเดินออกจากถ้ำและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภายในถ้ำห่างจากปากถ้ำประมาณ 40 เมตร บริเวณติดกับทางเดินที่บนโขดหิน พบศพถูกห่อพันด้วยเสื่อและพลาสติกและมีเชือกมัดอย่างแน่นหนา  ทางเจ้าหน้าที่จึงให้กู้ภัยนำศพออกมา จากนั้นจึงได้แกะเชือก ก็พบว่ามีพลาสติก เสื่อ ผ้าปูนอน สำหรับพระสงฆ์ใช้ห่อหุ้มศพอีกหลายชั้น ด้านในพบศพชายลักษณะศีรษะโล้นคล้ายกับพระสงฆ์ สภาพศพเน่าเปื่อยและแห้งกรังจนไม่เหลือสภาพ มีผ้าคลุมที่น่าเปื่อยคล้ายกับจีวรของพระสงฆ์ติดอยู่กับร่าง ในเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมานานหลายเดือนแล้วและน่าจะถูกฆาตกรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร และจะได้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dailynews.co.th

สยองผัวปืนโหดยิงเมียดับ

สยองผัวปืนโหดยิงเมียดับ

สยองผัวปืนโหดยิงเมียดับ

สยองผัวปืนโหดยิงเมียดับ

สยองทั้งรีสอร์ต ผัวปืนโหดยิงหัวเมียก่อนฆ่าตัวตาย 2 ศพนอนกอดกันบนเตียง

(30 ม.ค.) พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ แสนสุข สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรท่าใหม่ ได้รับแจ้งจากเจ้าของรีสอร์ต ว่ามีคนยิงกันตายภายในห้องพักรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รุดไปที่เกิดเหตุ

เมื่อเดินทางไปถึงพบว่าเป็นรีสอร์ต อยู่ใจกลางอำเภอท่าใหม่ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย และหญิงนอนกอดกันตายอยู่บนที่นอนภายในห้องพัก ตรวจสอบศพผู้หญิงพบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ขมับขวาทะลุซ้าย ทราบชื่อ คือ นางสำลี อายุ 63 ปี ส่วนศพผู้ชายพบว่าที่ขมับขวาทะลุซ้ายมีการถูกยิงเช่นกัน ทราบชื่อ คือ นายปัญญา อายุ 63 ปี ในที่เกิดเหตุยังพบอาวุธปืนขนาด .38 ตกอยู่ที่หน้าอกของผู้ชาย และกระสุนปืนตกอยู่บนที่นอน และพื้นห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบถาม เจ้าของรีสอร์ต กล่าวว่า ผู้ตายทั้ง 2 คน ได้มาเปิดห้องพักตั้งแต่เมื่อวานนี้ และวันนี้ได้เวลาเช็คเอาต์ แต่ก็ยังไม่เห็นผู้ตายออกจากห้องพัก จึงได้เดินไปเคาะประตูเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบ ตนเองจึงได้ให้พนักงานรีสอร์ตไปเอากุญแจสำรองมาเปิดห้องดู ก็พบว่าผู้ตายทั้ง 2 คน นอนกอดกันเสียชีวิตอยู่บนที่นอน ก่อนที่ตนเองจะโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตรวจสอบดังกล่าว

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตาย น่าจะเป็นสามีภรรยากัน และน่ามีเรื่องทะเลาะวิวาทกันอย่างหนัก และตกลงกันไม่ได้ก่อนที่สามีจะใช้อาวุธปืนขนาด .38 ที่เตรียมมายิงภรรยาเสียชีวิต ก่อนที่สามีจะใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองตายตามดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

4ผู้ต้องหารุมเหยื่อ อ้างไม่เกี่ยวข้องเงินกู้นอกระบบ

4ผู้ต้องหารุมเหยื่อ อ้างไม่เกี่ยวข้องเงินกู้นอกระบบ

4ผู้ต้องหารุมเหยื่อ อ้างไม่เกี่ยวข้องเงินกู้นอกระบบ

4ผู้ต้องหารุมเหยื่อ อ้างไม่เกี่ยวข้องเงินกู้นอกระบบ

อ้างไม่เกี่ยวข้องเงินกู้นอกระบบ-เรื่องส่วนตัวเคยขัดแย้งรุ่นพี่ จึงทดแทนบุญคุณ วอนสื่อเสนอข่าวเป็นกลาง หนุ่มถูกอ้างนายทุน ยันไม่เคยเกี่ยวข้อง

จากกรณีเจ้าหน้าที่เสมียนคอนโด ย่านช่างอากาศอุทิศ ถูกชายฉกรรจ์ จำนวน 4 คน รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่เพื่อนบ้านเผยภรรยาคนเจ็บเป็นคนก่อหนี้ไว้ ก่อนจะหลบหนีไปบ้านพักต่างจังหวัด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 เมื่อเวลา 09.54 น. ที่ผ่านมา

ต่อมาวันที่ 28 มกราคม นายวิทูล สวนเกิด ผู้แนะนำทางคดี เปิดเผยว่า วันนี้ต้องการจะพานายบุญนาค หมอยาดี อายุ 51 ปี บุคคลที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดที่รุมทำร้ายนายบุญมา ชนมวัฒนะกุล อายุ 40 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนหลบหนีไป พร้อมด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุ จำนวน 4 คน เข้าพบ สว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินกู้แต่อย่างใด

ด้านนายบุญนาค หมอยาดี อายุ 51 ปี บุคคลที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ กล่าวว่า ตนและภรรยาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินกู้ และไม่รู้จักกับผู้บาดเจ็บเลย โดยเมื่อประมาณ 2-3 เดือน ตนเคยพบผู้บาดเจ็บ แล้วเกิดมีปากเสียงก่อนจะแยกย้ายกันไป กระทั่งวันเกิดเหตุตนมาหาน้องที่รู้จักกันภายในคอนโด และได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้โดยไม่ล็อคคอ แต่ผู้บาดเจ็บกลับเข็นรถของตนเข้าไปด้านใน ตนจึงไปสอบถามว่าทำไม จึงมีปากเสียงกันอีกครั้ง และยอมรับว่ารู้จักคนก่อเหตุ แต่ไม่เคยไปออกคำสั่งให้รุมทำร้ายผู้บาดเจ็บ คาดว่าน่าจะเจ็บแค้นแทนตน  ด้านชายฉกรรจ์ จำนวน 4 ราย กล่าวว่า จากที่มีการนำเสนอข่าวก่อนหน้านี้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเงินกู้นอกระบบ ซึ่งพวกตนขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องส่วนตัว แค่มีปัญหาขัดแย้งและทะเลาะเบาะแว้งกันเกี่ยวกับรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งในฐานะที่ตนก็นับถือรุ่นพี่จึงอยากจะทดแทนบุญคุณ และที่สำคัญผู้บาดเจ็บมักจะมีปัญหาชอบหาเรื่องและปากไม่ดีอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ก็อยากจะฝากบอกสื่อที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ว่าจะต้องมีความเป็นกลาง

ด้าน พ.ต.ท.รังสรรค์ สอนสิงห์ รองผกก.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง เปิดเผยว่า เมื่อผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนได้เข้ามอบตัว หลังจากที่ได้ออกหมายเรียกไปในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ จากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำส่วนนาย​บุญนาค​ หมอยาดี ที่มีข่าวว่าเป็นผู้บงการ ให้ทั้ง 4 คนมาทำร้ายร่างกายนั้น เบื้องต้นยังไม่มีข้อมูลแต่เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินคดีตามพยานหลักฐานที่พบไปก่อน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.komchadluek.net

คุกตลอดชีวิตมือฆ่าเอกยุทธ

คุกตลอดชีวิตมือฆ่าเอกยุทธ

คุกตลอดชีวิตมือฆ่าเอกยุทธ

คุกตลอดชีวิตมือฆ่าเอกยุทธ

ศาลอุทธรณ์ยืนคุกตลอดชีวิต “บอล สันติภาพ” และ “เบิ้ม สุทธิพงศ์” คดีอุ้มฆ่านักธุรกิจดัง เอกยุทธ อัญชันบุตร ขณะที่ พ่อ-แม่ของบอล สันติภาพ โดนด้วย คุก 1 ปี 4 เดือน ฐานร่วมรับของโจร

สืบเนื่องจากคดีฆาตกรรม นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง และเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ซึ่งถูกฆาตกรรมโดย นายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถ พร้อมพวก จากนั้นนำศพนายเอกยุทธไปฝังไว้ในพื้นที่ จ.พัทลุง เหตุเกิดเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 นั้น

ลำดับปมปริศนา คดีฆ่า เอกยุทธ-ศาลสั่งประหาร ไอ้บอล คนขับรถ
(แฟ้มภาพ)

ล่าสุด วันที่ 30 มิถุนายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีฆ่า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร โดยมีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1-6 ประกอบด้วย

– นายสันติภาพ หรือบอล เพ็งด้วง อายุ 25 ปี เป็นจำเลยที่ 1

– นายสุทธิพงศ์ หรือ เบิ้ม พิมพิสาร อายุ 30 ปี เป็นจำเลยที่ 2

– นายชวลิต หรือเชาว์ วุ่นชุม อายุ 25 ปี เป็นจำเลยที่ 3

– นายทิวากร หรือทิว เกื้อทอง อายุ 20 ปี เป็นจำเลยที่ 4

– จ.ส.อ. อิทธิพล เพ็งด้วง อายุ 53 ปี บิดาของนายสันติภาพ เป็นจำเลยที่ 5

– นางจิตอำไพ เพ็งด้วง อายุ 50 ปี มารดาของนายสันติภาพ เป็นจำเลยที่ 6

ในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ใช้กำลังประทุษร้ายทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายและข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมกระทำการใดฯ, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพฯ, ร่วมกันปล้นทรัพย์, รับของโจร และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรฯ รวมความผิด 8 ข้อหา

โดยคดีนี้ อัยการโจทก์ได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2556 ระบุความผิดสรุปว่า ระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายน 2556 จำเลยที่ 1-2 (บอล-เบิ้ม) ร่วมกันมีอาวุธปืนพก พร้อมเครื่องกระสุนและอาวุธมีด ปล้นเอาทรัพย์สินของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง รวม 9 รายการ มูลค่า 6.6 ล้านบาท โดยใช้อาวุธทำร้ายและหน่วงเหนี่ยวกักขังบังคับให้นายเอกยุทธ ออกเช็คเบิกถอนเงิน แล้วใช้เชือกรัดคอจนนายเอกยุทธถึงแก่ความตาย ก่อนนำศพไปฝังไว้ในไร่นาสวนผสมทิ้งร้าง อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อปกปิดความผิด

และมีจำเลยที่ 3-4 ช่วยขุดหลุมฝังศพ ส่วนจำเลยที่ 5-6 ซึ่งเป็นบิดา-มารดาของจำเลยที่ 1 เป็นผู้เก็บเงินสดของผู้ตาย จำนวน 4,242,000 บาท ที่จำเลยที่ 1 นำไปฝากไว้ โดยจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 เห็นว่า พวกจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง จึงพิพากษาว่า ให้ประหารชีวิตนายสันติภาพ หรือบอล และนายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม จำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ แต่คำให้การชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์อยู่บ้างจึงลดโทษ เหลือจำคุกตลอดชีวิต และให้จำคุกในข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ อีกคนละ 18 ปี ทั้งยังมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1-2 …

ดูบอลออนไลน์ พากย์ไทย CTH

ดูบอลออนไลน์ พากย์ไทย cth พบกับ ลิงค์ดูบอลวันนี้

ดูบอลออนไลน์ พากย์ไทย cth ลิ้งค์ดูบอล มือถือ CTH ช่องดูบอลออนไลน์ ดูบอล CTH ดูบอลออนไลน์ true ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ พรีเมียร์ลีก ฟรี  ออนไลน์ ที่เราได้รวม ลิ้งดูบอล cth hd ลิ้งดูบอล cth พากย์ไทย
ถ่ายทอดสด ฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 รอบสุดท้าย โปรแกรม ตาราง ดูบอลออนไลน์ พันทิป ทีมชาติไทย อินเดีย ยูเออี บาห์เรน วันที่ 5 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ประเทศยูเออี
ดูบอลสด ดูบอลไทย ลิงค์ดูบอล ดูวอลเลย์บอลสด วอลเลย์บอลหญิงไทย แบดมินตัน ดูแบดสด มวย ดูมวยสด มวยไทย7สี ดูบอลย้อนหลัง ดูบอลออนไลน์ พากย์อังกฤษ
ระบบก็จะแสดงลิ้งให้ท่านเลือกรับชมตามลิงค์ต่างๆที่แสดงได้เลย โดยลิ้งจะมาก่อนบอลเตะประมาณ 5-10 นาที
ขอให้มีความสุขในการ ดูบอลออนไลน์ พรุ่งนี้ บอลวันนี้ ดูบอลออนไลน์ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ไทยลีก ลาลีกาสเปน…

แม่วัยใสใจเหี้ยม ทุบตี-ทารุณลูกขวบครึ่งจนตาย เหตุโกรธเล่นเครื่องสำอาง-ไม่ยอมกินนม

แม่วัยใส อายุ 17 ปี ทารุณลูกน้อย วัย 1 ขวบครึ่งอย่างสาหัส เอาไม้ฟาดไม่ยั้ง จับหัวโขกกำแพง แถมให้ญาติ ๆ ช่วยกันทำร้าย แถมยังหิ้วศพลูกไปร้องคาราโอเกะ เพราะไม่รู้ว่าตาย

 

แม่วัยใสใจเหี้ยม

 แม่วัยใสใจเหี้ยม

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ รายงานเหตุการณ์สุดโหดเหี้ยมสะเทือนใจ แม่วัยใสชาวไต้หวัน อายุ 17 ปี (ไม่เปิดเผยนาม) ก่อเหตุฆาตกรรมลูกสาวตัวน้อย วัย 1 ขวบ 6 เดือน ด้วยการทุบตีอย่างโหดร้ายทารุณ และเมื่อจัดการจนสาแก่ใจแล้ว แม่รายนี้ไม่ได้พาลูกไปหาหมอแต่อย่างใด แต่ออกไปร้องเพลงคาราโอเกะอย่างครื้นเครง และพาลูกไปด้วย โดยที่ไม่รู้ว่าลูกเสียชีวิตแล้ว

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เด็กสาววัย 17 ปี รายนี้ ได้คบหาดูใจอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งสองมีสัมพันธ์กันจนฝ่ายหญิงตั้งท้องและคลอดลูกออกมา ตอนนั้นเด็กสาวอายุแค่ 16 ปี เท่านั้น ส่วนฝ่ายชายอายุ 20 ปี แน่นอนว่าการตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดและทั้งสองก็ไม่พร้อมที่จะมีลูก พวกเขาได้เลิกรากันหลังจากนั้นไม่นาน และฝ่ายหญิงรับหน้าที่เลี้ยงดูลูก ในเวลาต่อมา แม่วัยใสได้พาลูกย้ายไปอยู่กับญาติพี่น้อง 3 คน เป็นผู้หญิงวัย 20 ปีกว่า ๆ นอกจากนี้ยังมีคนอาศัยอีกคน เป็นชาย อายุ 27 ปี ประกอบอาชีพคนขับแท็กซี่

แม่วัยใสรายนี้ก็อยู่กับญาติ ๆ ต่อไป และเลี้ยงลูกไปแบบตามมีตามเกิด จนกระทั่งในวันที่ 15 มกราคม เด็กสาวรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจที่ลูกไม่ยอมกินนม และเมื่อเธอรับรู้ว่าลูกแอบไปเล่นไปเหยียบเครื่องสำอางของตนจนเละเทะ เธอก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้า คว้าไม้นวดหลังมากระหน่ำทุบตีลูกอย่างรุนแรง หลังจากนั้นก็ให้ญาติพี่น้องรับช่วงต่อ ผลัดกันรุมทุบตีเด็กน้อยกันอย่างโหดร้าย เด็กส่งเสียงร้องไห้อยู่ตลอดเวลา แต่แม่กับญาติ ๆ ก็ไม่หยุด ซ้ำยังตีหนักกว่าเดิม จนกระทั่งเด็กแน่นิ่งไป

 

เด็กสาวกับญาติ ๆ คิดว่าเด็กแค่หลับ และก็ปล่อยทิ้งเอาไว้แบบนั้น จนกระทั่งตกเย็น หนุ่มสาวกลุ่มนี้ก็ออกไปร้องคาราโอเกะกันโดยพาเด็กติดไปด้วย พวกเขาร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานรื่นเริงติดต่อกันประมาณ 3 ชั่วโมง ในระหว่างนั้น เด็กสาวผู้เป็นแม่สังเกตเห็นว่าลูกตาเหลือก เธอรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจและทุบหัวลูกซ้ำไปอีก ก่อนจะกลับไปสนุกต่อ หลังจากร้องเพลงกันมาจนสบายใจแล้ว ทั้งหมดก็เตรียมจะเดินทางกลับบ้าน ในตอนนั้นเอง แม่วัยใสเพิ่งสังเกตได้ถึงความผิดปกติ

แม่รายนี้รีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที สภาพร่างกายของเด็กน้อยทำให้แพทย์ตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว และมีรอยเล็บอยู่เต็มไปหมด แพทย์พยายามยื้อชีวิตให้กับเด็กน้อย แต่ก็สายเกินไป เด็กสิ้นลมเสียแล้ว ทางโรงพยาบาลได้แจ้งตำรวจให้เข้ามาสืบสวน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เด็กจะเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ

ศพของเด็กได้ถูกส่งไปผ่าหาสาเหตุการเสียชีวิต และผลการชันสูตรเผยว่าเด็กเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมอง ซึ่งตำรวจคาดว่าอาจเกิดจากการที่เด็กล้มลงหัวฟาด หรือไม่ก็มีใครจับหัวเด็กกระแทกเข้ากับกำแพง โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมแม่เด็ก และทุกคนที่อยู่ด้วยกัน ทั้งหมดให้การสารภาพว่าได้ลงมือทำร้ายเด็กอย่างโหดร้ายทารุณจริง แต่ก็อ้างว่าทำไปเพราะเด็กถูกผีสิง ทุกคนจึงต้องช่วยกันจัดการทุบตีเด็ก เพื่อขับไล่วิญญาณร้ายให้ออกไป

 

นอกจากนี้แล้ว พนักงานสอบสวนยังได้รับรู้อีกว่า การกระทำรุนแรงต่อเด็กรายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นมาพักใหญ่แล้ว โดยเมื่อใดก็ตามที่เด็กร้องไห้ แม่จะเข้าไปฟาดหรือทุบตีทุกครั้งและเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปตรวจค้นบ้านพักของแม่เด็กและญาติ ๆ พวกเขาพบไม้นวดหลัง ไม้เท้า และท่อพลาสติก ซึ่งเป็นอาวุธที่แม่กับญาติ ๆ ใช้ในการทุบตีเด็ก

ข่าวโหดร้ายนี้สร้างความสะเทือนใจแก่สังคมเป็นอย่างมาก ชาวบ้านที่โกธแค้นจำนวนไม่น้อยรวมตัวเดินทางไปยังสถานีตำรวจ เพราะต้องการเข้าไปรุมประชาทัณฑ์กลุ่มคนร้าย เนื่องจากก่อเหตุที่โหดเหี้ยมเกินรับได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวางกำลังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ชาวบ้านเข้าไปถึงตัวคนร้ายกลุ่มนี้ เพราะพวกเขาอาจถูกรุมประชาทัณฑ์จนตาย

ทางด้านพ่อและย่าของเด็กก็ตกตะลึงและโศกเศร้าเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดฝันว่าแม่เด็กจะสามารถลงมือก่อเหตุโหดเหี้ยมอำมหิตได้ขนาดนี้

พ่อของเด็กเปิดเผยว่า ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ยอมให้ลูกอยู่ในความดูแลของอดีตแฟนสาว จนต้องมาพบเจอชีวิตที่โหดร้ายเช่นนี้ เขาอยากบอกลูกว่ารักลูกมาก ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เด็กคนนี้มาเกิดเป็นลูกของตนอีกครั้ง และตนจะเดินหน้าต่อสู้ให้คนร้ายได้รับโทษทางกฎหมายอย่างสาสม และเพื่อนำความยุติธรรมมาให้กับลูก

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://hilight.kapook.com

สิบล้อเบรกแตกชนเก๋ง 10 คันซ้อน ขวางสะพานข้ามแยกรัชดา-พระราม 4

สิบล้อเบรกแตกชนเก๋ง เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกเบรกแตก ระหว่างทางถนนสะพานข้ามแยก ณ ระนอง เป็นเหตุทำให้รถกว่า 10 คันกีดขวางเส้นทาง

สิบล้อเบรกแตกชนเก๋ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. เกิดอุบัติเหตุบนสะพานห้าแยก ณ ระนอง ข้ามถนนรัชดาภิเษก-พระราม 4 ฝั่งขาออก

สิบล้อเบรกแตกชนเก๋ง

เป็นเหตุทำให้รถยนต์ 10 คันกีดขวางทุกช่องทางจราจร ทำให้สภาพจราจรติดขัดสะสมเป็นทางยาว เจ้าหน้าที่ได้ถึงจุดเกิดเหตุและเร่งดำเนินการเคลียร์เส้นทางแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เร่งทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ประสบเหตุออกจากเส้นทาง พร้อมกับแนะให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเลี่ยงเส้นทางถนนรัชดาภิเษก ฝั่งขาออก วิ่งถนนพื้นราบเท่านั้น โดยขณะนี้ปริมาณรถติดสะสมไปถึงแยกอโศก-สุขุมวิทแล้ว

สำหรับอุบัติเหตุดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าเป็นเหตุรถบรรทุกเบรกแตก ระหว่างกำลังเร่งเครื่องทางลงสะพานดังกล่าว หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

ฆาตกรรมโหด-ตำรวจไล่ล่ามือแทงดับชายเก็บของเก่า ถูกฆ่าปาดคอ

ฆาตกรรมโหด ร.ต.อ.สรวิศิษฎ์ มีเพียร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งมีผู้ถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่ร้านอาหารร้าง ห้าแยกเนินพระเนาว์ ต.หาดคำ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย

ฆาตกรรมโหด ที่เกิดเหตุ พบศพนายวีระชัย อายุ 35 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี สวมเสื้อยืดสีดำ เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว สวมถุงเท้า นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ข้างกองขยะ ชันสูตรพบมีร่องรอยถูกของมีคมไม่ทราบชนิดแทงเข้าที่บริเวณลำคอ 1 แผล ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร และบริเวณหน้าท้อง 1 แผล แต่แทงไม่เข้าเป็นรอยเฉือนเล็กน้อย

ฆาตกรรมโหด

โดยมือขวาของผู้ตายยังกำไฟแช็คอยู่แน่น คาดว่า จะถูกทำร้ายแล้วพยายามวิ่งหลบหนีออกมาด้านนอกจนถึงกองขยะแล้วขาดใจตายเสียก่อน

จากการสอบถาม นายคมฉัน อายุ 37 ปี เพื่อนผู้ตาย บอกว่า พวกตนเก็บของเก่าขาย ทุกวันจะมานั่งดื่มเหล้าอยู่ที่ร้านอาหารร้างแห่งนี้ ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มเหล้าด้วยกัน 4 คน แต่ตนเมาก่อนแล้วหลับ ตื่นมาอีกที ไม่เห็นใคร จึงเดินออกมาด้านนอกเห็นนายวีระชัย นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ข้างกองขยะ ตนจึงเดินไปแจ้งมูลนิธิวีอาร์กู้ภัยหนองคายที่อยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุให้มาช่วยเหลือ

ขณะที่ นางสาวปุ้ย (พลเมืองดี) บอกว่า ที่แห่งนี้มักจะมีคนมามั่วสุมกันเป็นประจำ ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ตนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณนี้ มองไปเห็นคนนั่งดื่มเหล้าอยู่ 3-4 คน หนึ่งในนั้นคือ นายคมฉัน (เพื่อนผู้ตาย) จึงอยากให้เจ้าหน้าที่กวดขันบริเวณนี้ ไม่ให้มีการมั่วสุมกันเพราะเป็นที่หวาดระแวงของคนที่ผ่านไปมา

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวนายคมฉัน ไว้สอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีประเด็นสงสัยหลายอย่าง และคาดว่า หลังเกิดเหตุเพื่อนร่วมวงอีก 2 คน จะหลบหนีไป โดยจะเร่งติดตามมาสอบสวนและจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

เหยื่ออีกรายเผย แก๊งอาร์ตลายตีผิดตัว รับค่าจ้าง 1,500 ตำรวจรู้ตัว

เหยื่ออีกรายเผย “เทพโซโล” หนีซุกพม่า ตร.เร่งประสานลากคอกลับไทย เหยื่ออีกรายเผย ถูกตีผิดตัว

เหยื่ออีกรายเผย พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.สส.ภ.4. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวมรวบพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ที่ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “เทพ โซโล” และ “เทพบุตร โซโล”

ซึ่งทางการสืบสวนสอบสวนขณะนี้นั้นทราบตัวตนคนร้ายรายนี้ชัดเจนแล้ว แต่ยังคงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆขณะนี้ โดยล่าสุดพบว่าหลบหนีอยู่ในประเทศเมียนมาร์ แต่ต้องการให้หลักฐานชี้ชัดมากกว่านี้ ซึ่งทันทีที่ ตร.ภ.4 ได้หมายจับมาแล้ว จะทำการประสานทางการเมียนมาร์อย่างเป็นทางการตามขั้นตอนระหว่างประเทศทันที

เหยื่ออีกรายเผย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้มีการประสานทางส่วนตัวไปด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจไทยและทางการเมียนมาร์มีการประสานงานกันในเรื่องส่งตัวผู้ต้องหาในหลายๆคดีมาแล้ว และได้รับการร่วมมือเป็นอย่างดี

คดีล่าสุดที่เกิดขึ้นที่ขอนแก่นคาดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งผู้ต้องหาเหล่านี้จะต้องเอาตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยให้ได้ ทั้งนี้ “เทพบุตรโซโล”นั้นเป็นแก๊งเดียวกันกับแก๊งค์ “มันทุกเม็ด” ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า

เมื่อแก๊งค์มันทุกเม็ดมีหมายจับก็ทำการปิดเฟชบุคไปและมาตั้งเป็น”เทพ โซโล ” และ “เทพบุตร โซโล” และในขณะนี้ “เทพบุตรโซโล” ตัวจริงก็ปิดเฟชบุ๊กไปแล้วเช่นกัน ซึ่งต่อไปก็จะตั้งชื่อเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงในการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ภายหลังจากมีคลิปเหตุการณ์รุมทำร้ายร่างกาย ชายไม่ทราบชื่อ

ซึ่งเป็นคลิปที่แก๊งค์ของนายอรรถพล หรืออาร์ตลาย อายุ 22 ปี พร้อมพวกรุมทำร้ายร่างกาย จนสุดท้ายกลายเป็นทำร้ายผิดคน และยังได้ปล้นเอารถจักรยานยนต์ไปด้วยนั้น ซึ่งผู้เสียหาย ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เรียกตัวผู้เสียหาย คือนายกิตติพัฒน์ หรือต้า อายุ 25 ปี มาสอบสวนแล้ว

“นายกิตติพัฒน์ ให้การว่า ไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหามาก่อน แต่ที่ไปตามนัดเพราะต้องการกู้ยืมเงิน แต่เมื่อไปถึงที่นัดหมายกับพบวัยรุ่นประมาณ 5 คนยืนถือไม้เบสบอลและท่อนไม้ยืนอยู่หน้าบ้าน จึงจอดรถจักรยานยนต์แล้วทำทีเดินไปปัสสาวะข้างทาง

กลุ่มผู้ต้องหาจึงวิ่งเข้ามารุมทำร้ายโดยไม่ทราบสาเหตุ และผู้ที่ถูกกลุ่มนายอาร์ตลาย รุมทำร้ายร่างกายนั้นชื่อว่า นายบุญจันทร์ อายุ 52 ปี ชาว จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามตัวนายบุญจันทร์มาสอบสวนแล้วเช่นกัน”

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายบุญจันทร์ ให้การว่ามีอาชีพเผาถ่านขายอาศัยอยู่ในชุมชนริมทางรถไฟพื้นที่บ้านหนองไผ่ ต.ศิลา

โดยรู้จักกับนายต้า เพราะอยู่ในชุมชนเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุ นายต้าได้ชวนให้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาเป็นเพื่อน โดยนายต้าอ้างว่าจะไปจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้รายวัน เมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ไปถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งริมถนนเลี่ยงเมือง

พื้นที่บ้านเป็ด ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น นายต้าได้จอดรถจักรยานยนต์ จากนั้นก็หายตัวไปเหลือเพียงนายบุญจันทร์ ที่ถูกพรรคพวกของนายอาร์ตรุมทำร้าย

ซึ่งเมื่อนายอาร์ตทราบว่าคนที่ถูกตีไม่ใช่นายต้า จึงปล่อยตัวไปและทำการยึดเอารถจักรยานยนต์ของนายต้าไว้พร้อมทั้งปล่อยตัวนายบุญจันทร์ออกมาด้วย

จากการตรวจสอบประวัติของนายบุญจันทร์ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด จึงเชื่อว่านายต้ารู้ตัวก่อนจึงหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกปล้นเอารถจักรยานยนต์ไป

อย่างไรก็ตามในการสอบสวนในคดีที่เกิดขึ้นนั้น นายอรรถพล ได้รับการว่าจ้างจาก “เทพโซโล” ให้ทำร้ายนายต้าให้ได้รับบาดเจ็บเพื่อเป็นการสั่งสอนที่เบี้ยวค่ายาเสพติด ในราคา 5,000บาท พร้อมถ่ายคลิป แต่เมื่อทำงานพลาดเพราะตีผิดตัว

“เทพโซโล”จึงจ่ายเงินให้เพียง 1,500 บาท โดยผู้ที่ร่วมรุมทำร้ายนายบุญจันทร์ในวันดังกล่าวประกอบด้วย นายอาร์ต นายอั๋น (นามสมมุติ) อายุ16ปี ,นายมนตรีหรือมล อายุ23 ปี, นายเกียรติศักดิ์หรือบูม อายุ 23 ปี , น.ส.อริสาหรือฝน อายุ 22 ปีและด.ญ.เอ(นามสมุติ)อายุ 15 ปี ซึ่งผู้ต้องหา 5 คน เป็นผู้ต้องหาในคดีทำร้ายนายเรดจนเสียชีวิต

แต่หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายนายบุญจันทร์และร่วมกันปล้นรถจักรยานยนต์ของนายต้าแล้ว จึงได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 5 คน รวมทั้งเด็กหญิงอายุ 15 ปีอีกหนึ่งคน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ รวมถึงข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร เพิ่มเติมด้วย.

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

นักศึกษาสาว ปวส. รับไม่ได้ แฟนหนุ่มบอกเลิก ชักมีดปักอกซ้ายตายคาที่

นักศึกษาสาว ปวส. สาว ปวส.ยืนสะอื้นหน้าศพแฟน รับไม่ได้โดนแฟนหนุ่มบอกเลิก หลังคบกันได้ 5 เดือน ชักอาวุธมีดขึ้นมาปักอกซ้ายดับอนาถ

นักศึกษาสาว ปวส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุพบผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ภายในซอยรามอินทรา 75 (ซอยสันติสุข)

แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. ในที่เกิดเหตุพบ นายพีรศิลป์ อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 2 ถูกอาวุธมีดแทงปักเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย 1 แผล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงกันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีม่วง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

นักศึกษาสาว

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบ น.ส.สุพรรษา อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 2 กำลังยืนร้องไห้รอให้การกับทางตำรวจ ก่อนเชิญตัวไปสอบสวนที่ สน.คันนายาว

นางรัตนา อายุ 53 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ลูกชายเคยมาระบายให้ฟังว่า อยากจะเลิกคบกับเพื่อนหญิง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยถูกไล่ทำร้ายด้วยอาวุธมีด

เนื่องจากเป็นคนอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว อีกทั้งฝ่ายหญิงเคยมีครอบครัวมาก่อน ตนจึงกำชับให้ลูกชายคอยระมัดระวังตัวด้วย จนกระทั่งในวันนี้ถูกทางฝ่ายหญิงทำร้ายด้วยอาวุธมีดเล่มเดิม เนื่องจากลูกชายเพิ่งจะขอเลิกรา หลังจากเพิ่งคบกันได้เพียง 5 เดือน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…