ฆาตกรรมโหด-ตำรวจไล่ล่ามือแทงดับชายเก็บของเก่า ถูกฆ่าปาดคอ

ฆาตกรรมโหด ร.ต.อ.สรวิศิษฎ์ มีเพียร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งมีผู้ถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่ร้านอาหารร้าง ห้าแยกเนินพระเนาว์ ต.หาดคำ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย

ฆาตกรรมโหด ที่เกิดเหตุ พบศพนายวีระชัย อายุ 35 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี สวมเสื้อยืดสีดำ เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว สวมถุงเท้า นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ข้างกองขยะ ชันสูตรพบมีร่องรอยถูกของมีคมไม่ทราบชนิดแทงเข้าที่บริเวณลำคอ 1 แผล ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร และบริเวณหน้าท้อง 1 แผล แต่แทงไม่เข้าเป็นรอยเฉือนเล็กน้อย

ฆาตกรรมโหด

โดยมือขวาของผู้ตายยังกำไฟแช็คอยู่แน่น คาดว่า จะถูกทำร้ายแล้วพยายามวิ่งหลบหนีออกมาด้านนอกจนถึงกองขยะแล้วขาดใจตายเสียก่อน

จากการสอบถาม นายคมฉัน อายุ 37 ปี เพื่อนผู้ตาย บอกว่า พวกตนเก็บของเก่าขาย ทุกวันจะมานั่งดื่มเหล้าอยู่ที่ร้านอาหารร้างแห่งนี้ ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มเหล้าด้วยกัน 4 คน แต่ตนเมาก่อนแล้วหลับ ตื่นมาอีกที ไม่เห็นใคร จึงเดินออกมาด้านนอกเห็นนายวีระชัย นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ข้างกองขยะ ตนจึงเดินไปแจ้งมูลนิธิวีอาร์กู้ภัยหนองคายที่อยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุให้มาช่วยเหลือ

ขณะที่ นางสาวปุ้ย (พลเมืองดี) บอกว่า ที่แห่งนี้มักจะมีคนมามั่วสุมกันเป็นประจำ ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ตนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณนี้ มองไปเห็นคนนั่งดื่มเหล้าอยู่ 3-4 คน หนึ่งในนั้นคือ นายคมฉัน (เพื่อนผู้ตาย) จึงอยากให้เจ้าหน้าที่กวดขันบริเวณนี้ ไม่ให้มีการมั่วสุมกันเพราะเป็นที่หวาดระแวงของคนที่ผ่านไปมา

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวนายคมฉัน ไว้สอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีประเด็นสงสัยหลายอย่าง และคาดว่า หลังเกิดเหตุเพื่อนร่วมวงอีก 2 คน จะหลบหนีไป โดยจะเร่งติดตามมาสอบสวนและจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

เหยื่ออีกรายเผย แก๊งอาร์ตลายตีผิดตัว รับค่าจ้าง 1,500 ตำรวจรู้ตัว

เหยื่ออีกรายเผย “เทพโซโล” หนีซุกพม่า ตร.เร่งประสานลากคอกลับไทย เหยื่ออีกรายเผย ถูกตีผิดตัว

เหยื่ออีกรายเผย พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.สส.ภ.4. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวมรวบพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ที่ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “เทพ โซโล” และ “เทพบุตร โซโล”

ซึ่งทางการสืบสวนสอบสวนขณะนี้นั้นทราบตัวตนคนร้ายรายนี้ชัดเจนแล้ว แต่ยังคงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆขณะนี้ โดยล่าสุดพบว่าหลบหนีอยู่ในประเทศเมียนมาร์ แต่ต้องการให้หลักฐานชี้ชัดมากกว่านี้ ซึ่งทันทีที่ ตร.ภ.4 ได้หมายจับมาแล้ว จะทำการประสานทางการเมียนมาร์อย่างเป็นทางการตามขั้นตอนระหว่างประเทศทันที

เหยื่ออีกรายเผย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้มีการประสานทางส่วนตัวไปด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจไทยและทางการเมียนมาร์มีการประสานงานกันในเรื่องส่งตัวผู้ต้องหาในหลายๆคดีมาแล้ว และได้รับการร่วมมือเป็นอย่างดี

คดีล่าสุดที่เกิดขึ้นที่ขอนแก่นคาดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งผู้ต้องหาเหล่านี้จะต้องเอาตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยให้ได้ ทั้งนี้ “เทพบุตรโซโล”นั้นเป็นแก๊งเดียวกันกับแก๊งค์ “มันทุกเม็ด” ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า

เมื่อแก๊งค์มันทุกเม็ดมีหมายจับก็ทำการปิดเฟชบุคไปและมาตั้งเป็น”เทพ โซโล ” และ “เทพบุตร โซโล” และในขณะนี้ “เทพบุตรโซโล” ตัวจริงก็ปิดเฟชบุ๊กไปแล้วเช่นกัน ซึ่งต่อไปก็จะตั้งชื่อเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงในการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ภายหลังจากมีคลิปเหตุการณ์รุมทำร้ายร่างกาย ชายไม่ทราบชื่อ

ซึ่งเป็นคลิปที่แก๊งค์ของนายอรรถพล หรืออาร์ตลาย อายุ 22 ปี พร้อมพวกรุมทำร้ายร่างกาย จนสุดท้ายกลายเป็นทำร้ายผิดคน และยังได้ปล้นเอารถจักรยานยนต์ไปด้วยนั้น ซึ่งผู้เสียหาย ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เรียกตัวผู้เสียหาย คือนายกิตติพัฒน์ หรือต้า อายุ 25 ปี มาสอบสวนแล้ว

“นายกิตติพัฒน์ ให้การว่า ไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหามาก่อน แต่ที่ไปตามนัดเพราะต้องการกู้ยืมเงิน แต่เมื่อไปถึงที่นัดหมายกับพบวัยรุ่นประมาณ 5 คนยืนถือไม้เบสบอลและท่อนไม้ยืนอยู่หน้าบ้าน จึงจอดรถจักรยานยนต์แล้วทำทีเดินไปปัสสาวะข้างทาง

กลุ่มผู้ต้องหาจึงวิ่งเข้ามารุมทำร้ายโดยไม่ทราบสาเหตุ และผู้ที่ถูกกลุ่มนายอาร์ตลาย รุมทำร้ายร่างกายนั้นชื่อว่า นายบุญจันทร์ อายุ 52 ปี ชาว จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามตัวนายบุญจันทร์มาสอบสวนแล้วเช่นกัน”

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายบุญจันทร์ ให้การว่ามีอาชีพเผาถ่านขายอาศัยอยู่ในชุมชนริมทางรถไฟพื้นที่บ้านหนองไผ่ ต.ศิลา

โดยรู้จักกับนายต้า เพราะอยู่ในชุมชนเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุ นายต้าได้ชวนให้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาเป็นเพื่อน โดยนายต้าอ้างว่าจะไปจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้รายวัน เมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ไปถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งริมถนนเลี่ยงเมือง

พื้นที่บ้านเป็ด ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น นายต้าได้จอดรถจักรยานยนต์ จากนั้นก็หายตัวไปเหลือเพียงนายบุญจันทร์ ที่ถูกพรรคพวกของนายอาร์ตรุมทำร้าย

ซึ่งเมื่อนายอาร์ตทราบว่าคนที่ถูกตีไม่ใช่นายต้า จึงปล่อยตัวไปและทำการยึดเอารถจักรยานยนต์ของนายต้าไว้พร้อมทั้งปล่อยตัวนายบุญจันทร์ออกมาด้วย

จากการตรวจสอบประวัติของนายบุญจันทร์ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด จึงเชื่อว่านายต้ารู้ตัวก่อนจึงหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกปล้นเอารถจักรยานยนต์ไป

อย่างไรก็ตามในการสอบสวนในคดีที่เกิดขึ้นนั้น นายอรรถพล ได้รับการว่าจ้างจาก “เทพโซโล” ให้ทำร้ายนายต้าให้ได้รับบาดเจ็บเพื่อเป็นการสั่งสอนที่เบี้ยวค่ายาเสพติด ในราคา 5,000บาท พร้อมถ่ายคลิป แต่เมื่อทำงานพลาดเพราะตีผิดตัว

“เทพโซโล”จึงจ่ายเงินให้เพียง 1,500 บาท โดยผู้ที่ร่วมรุมทำร้ายนายบุญจันทร์ในวันดังกล่าวประกอบด้วย นายอาร์ต นายอั๋น (นามสมมุติ) อายุ16ปี ,นายมนตรีหรือมล อายุ23 ปี, นายเกียรติศักดิ์หรือบูม อายุ 23 ปี , น.ส.อริสาหรือฝน อายุ 22 ปีและด.ญ.เอ(นามสมุติ)อายุ 15 ปี ซึ่งผู้ต้องหา 5 คน เป็นผู้ต้องหาในคดีทำร้ายนายเรดจนเสียชีวิต

แต่หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายนายบุญจันทร์และร่วมกันปล้นรถจักรยานยนต์ของนายต้าแล้ว จึงได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 5 คน รวมทั้งเด็กหญิงอายุ 15 ปีอีกหนึ่งคน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ รวมถึงข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร เพิ่มเติมด้วย.

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

นักศึกษาสาว ปวส. รับไม่ได้ แฟนหนุ่มบอกเลิก ชักมีดปักอกซ้ายตายคาที่

นักศึกษาสาว ปวส. สาว ปวส.ยืนสะอื้นหน้าศพแฟน รับไม่ได้โดนแฟนหนุ่มบอกเลิก หลังคบกันได้ 5 เดือน ชักอาวุธมีดขึ้นมาปักอกซ้ายดับอนาถ

นักศึกษาสาว ปวส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุพบผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ภายในซอยรามอินทรา 75 (ซอยสันติสุข)

แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. ในที่เกิดเหตุพบ นายพีรศิลป์ อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 2 ถูกอาวุธมีดแทงปักเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย 1 แผล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงกันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีม่วง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

นักศึกษาสาว

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบ น.ส.สุพรรษา อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 2 กำลังยืนร้องไห้รอให้การกับทางตำรวจ ก่อนเชิญตัวไปสอบสวนที่ สน.คันนายาว

นางรัตนา อายุ 53 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ลูกชายเคยมาระบายให้ฟังว่า อยากจะเลิกคบกับเพื่อนหญิง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยถูกไล่ทำร้ายด้วยอาวุธมีด

เนื่องจากเป็นคนอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว อีกทั้งฝ่ายหญิงเคยมีครอบครัวมาก่อน ตนจึงกำชับให้ลูกชายคอยระมัดระวังตัวด้วย จนกระทั่งในวันนี้ถูกทางฝ่ายหญิงทำร้ายด้วยอาวุธมีดเล่มเดิม เนื่องจากลูกชายเพิ่งจะขอเลิกรา หลังจากเพิ่งคบกันได้เพียง 5 เดือน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

วงจรปิดนาทีชีวิต เขยลั่นไกฆ่ายกครัวเมีย 5 ศพ ลูกสาวท้องคลานไปกอดพ่อ

วงจรปิดนาทีชีวิต พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผบก.ภ.จ.อุตรดิตถ์ ได้ประชุมชุดสืบสวนเพื่อติดตามหาคนร้าย คือ นายธีรพล อายุ 39 ปี ใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิง นายวิรัตน์ อายุ 48 ปี พ่อตา ถูกยิงเข้าหน้าทะลุท้ายทอย และนางกัญญารัตน์ บุตรสาวของนายวิรัตน์

วงจรปิดนาทีชีวิต ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุและตั้งครรภ์ประมาณ 4 เดือน ถูกยิงเข้าทะลุศีรษะและกลางหลัง เสียชีวิตคาที่ในโรงจอดรถ

จากนั้น จะได้ไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 71 ม.2 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ บ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ซึ่งนายธีรพล ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิง นางน้ำผึ้ง อินทรสิทธิ์ อายุ 48 ปี แม่ยาย นางน้ำผา อินทรสิทธิ์ อายุ 48 ปี

วงจรปิดนาทีชีวิต

พี่สาวฝาแฝดของนางน้ำผึ้ง ถูกยิงหลายนัดเข้าที่หัวและหน้าอก เสียชีวิตภายในห้องนอน และนางกนกวรรณ อายุ 53 ปี พี่สาวของนางน้ำผึ้ง เสียชีวิตอยู่บริเวณริมถนนหน้าบ้าน

นายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอพิชัย กล่าวว่า จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ทราบว่า คนร้าย ได้ก่อเหตุจุดแรกที่บ้านเลขที่ 71 ม.2 ต.พญาแมน ยิงแม่ยายและพี่สาวฝาแฝดเสียชีวิตในห้องนอน จากนั้นขณะขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ พี่สาวของผู้ตายคือนางกนกวรรณ

ได้ยินเสียงปืนจึงวิ่งออกมาดู ทำให้ถูกยิงเสียชีวิตอีก 1 ราย รวมเป็น 3 ราย หลังจากนั้น คนร้าย ได้ขับรถไปที่บ้านเลขที่ 177 ม.1 ใช้อาวุธปืนยิงพ่อตาและภรรยาเสียชีวิต รวมทั้ง 2 จุด มีผู้เสียชีวิต 5 ราย

นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นายเอกราช กำแหง และนายเขียว ยีมุบ ซึ่งเป็นญาติกับผู้ตาย ขณะนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์

ซึ่งในจุดแรกบริเวณโรงจอดรถนั้น กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพนาทีเกิดเหตุไว้ได้ โดยก่อนเกิดเหตุ นายธีรพล คล้ายมีปากเสียงกับภรรยาและพ่อตา ก่อนชักปืนออกมาจ่อยิงพ่อตา นางกัญญารัตน์พยายามวิ่งเข้าไปช่วยพ่อจึงถูกยิงล้มลงไปด้วย

ระหว่างนั้น ผู้ก่อเหตุได้วิ่งไล่ยิงหญิงสาวคนหนึ่งจนหายออกไปจากกล้องวงจรปิด ส่วนนางกัญญารัตน์ที่ได้รับบาดเจ็บก็คลานเข้าไปกอดพ่อของตนเองเอาไว้ แล้วแน่นิ่งไปทั้งคู่ จากนั้น นายธีรพลได้เดินกลับไปหาผู้บาดเจ็บที่นอนอยู่ ก่อนใช้ปืนจ่อยิงอีกหลายนานแล้วหลบหนีไป

ส่วนสาเหตุทราบเบื้องต้นจากชาวบ้านว่า ผู้ก่อเหตุมีปัญหาทะเลาะกับภรรยาบ่อยครั้งจากความหึงหวง โดยวันนี้ทะเลาะกันตั้งแต่ช่วงเช้า ผู้ก่อเหตุเคยขู่คาดยกครัว รวม 7 หลัง มาก่อหน้านี้ จนกระทั่งก่อเหตุสลดดังกล่าว ส่วนคนร้าย หลังจากก่อเหตุแล้วได้หลบหนีโดยใช้รถโตโยต้า แคมรี่ สีขาว ทะเบียน กล 4561 พิษณุโลกหลบหนี

ล่าสุด รถคันดังกล่าวได้นำรถเก๋งมาจอดไว้ภายในโรงแรม อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งจอดไว้หน้าห้องพักหมายเลข 9 สภาพรถถูกล็อกประตูไว้ โดยแม่บ้านของโรงแรม เปิดเผยว่า นายธีรพลได้ขับรถเก๋งเข้ามาเปิดห้องพัก จากนั้นได้มาแจ้งว่าขอยืมรถจยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 437 พิษณุโลก เพื่อไปรับเพื่อนสาวที่ห้างแห่งหนึ่ง แต่ขณะนี้ก็ยังไม่กลับเข้ามาแต่อย่างใด

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นพื้นที่รอบบริเวณเพื่อรอเจ้าหน้าที่วิทยาการ ศพฐ.6 เข้ามาตรวจสอบเก็บหลักฐานภายในรถเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี คาดว่าน่าจะยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ ในเบื้องต้นตำรวจได้เช็คไปทางสัญญาณโทรศัพท์ของผู้เกิดเหตุ ปรากฏว่าอยู่จังหวัดปทุมธานี

ขอบคณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

ทนายแก้ต่างยืนยัน “ใบเตย เพลงที่มีงูออกมา” ไม่มีเอี่ยวคดียาเสพติด

ทนายแก้ต่างยืนยัน  “ใบเตย เพลงที่มีงูออกมา” ออกมายืนยันแก้ต้าง เน็ตไอดอลสาวไม่มีเอี่ยวกับคดียาเสพติด ญาติจ่อประกันตัวสัปดาห์หน้า

ทนายแก้ต่างยืนยัน นายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความ น.ส.สุพัตรา บัวแก้ว หรือ ใบเตย เพลงที่มีงูออกมา ผู้ต้องหาร่วม นายพรชัย แฟนหนุ่มมียาเคไว้ในครอบครองเพื่อขาย เดินทางมาพร้อม กับมารดาและเพื่อนของใบเตย ขณะเยี่ยมระหว่างการฝากขัง

ทนายแก้ต่างยืนยัน

เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับน้องใบเตยเบื้องต้นยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดดังกล่าว แต่ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียดในสำนวนคดีของพนักงานสอบสวนว่าดำเนินคดีทั้งหมดกี่ข้อหา โดยในวันจันทร์ที่ 14 มกราคมนี้ จะเดินทางไปเยี่ยมและพูดคุยให้คำปรึกษาน้องใบเตย ที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี

ขณะที่ วันนี้ญาติได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นประกันตัว คาดว่าจะยื่นประกันตัวในสัปดาห์หน้า ภายหลังจากได้ทราบรายละเอียดการดำเนินคดีที่ชัดเจนแล้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ใบเตย และแฟนหนุ่ม ทั้งสองไม่ได้ยื่นประกันตัวระหว่างการฝากขังวันนี้ เนื่องจากทั้งสองยังมีหมายจับคดีอื่นของศาลจังหวัดชลบุรีด้วย โดยเมื่อสิ้นสุดเวลาทำการของศาลแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตังทั้งสองไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษมีนบุรี ระหว่างฝากขัง 12 วันนี้ต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

รวบแล้ว หนุ่มกัมพูชาแก้ผ้าอล่างฉ่าง สารภาพจะเปิดรถสาวเพราะเมาแล้วหื่น

รวบแล้ว ตำรวจ สน.พหลโยธิน รวบหนุ่มกัมพูชาแล้วแก้ผ้าหวังจะเปิดประตูรถเก๋งของหญิงสาวคนหนึ่ง รับสารภาพเมาจนเกิดอารมณ์ทางเพศ

รวบแล้ว จากกรณีที่หญิงสาวรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถ เผยให้เห็นภาพของชายคนหนึ่งไม่สวมเสื้อ เดินตามรถระหว่างที่กำลังถอยเข้าบ้าน แล้วอยู่ๆ ก็ถอดกางเกงออกพร้อมกับพยายามเปิดประตูรถ เคราะห์ดีที่หญิงสาวกดล็อกประตูรถเอาไว้ทัน บีบแตร-เปิดไฟสูงไล่ โดยผู้โพสต์ได้เข้าแจ้งความแล้วที่ สน.พหาลโยธิน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด (8 ม.ค.62) ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้จับกุมตัว นายแกมเรียล อายุ 28 ปี ชาวกัมพูชา อาชีพรับจ้างทั่วไป ได้ภายในซอยที่เกิดเหตุ ในข้อหาเป็นชาวต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และข้อหาอนาจาร ก่อนจะประสานหญิงสาวผู้เสียหายรายดังกล่าวเข้ามาชี้ตัว ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นชายคนที่ก่อเหตุ

รวบแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ทางฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุ จนทราบตัวคนร้ายจึงไปควบคุมตัวมาได้

เบื้องต้น พบเป็นชาวต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ตรวจเลือดไม่พบสารเสพติด ผู้ต้องหารับสารภาพเมาสุราจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ และได้ก่อเหตุดังกล่าว สำหรับหลักฐานสำคัญคือ ลายสักตรงกับภาพที่ปรากฏในคลิป ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ จะส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผลักดันกลับประเทศ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ ยังเตือนหญิงสาวว่าต้องมีสติ อย่างผู้เสียหายรายนี้ที่ไม่ประมาท แม้ว่าจะอยู่หน้าบ้านตนเอง ไม่รีบร้อนลงจากรถ ต้องดูให้แน่ว่าไม่มีคนแปลกหน้าตามมา และต้องล็อกรถตลอดเวลา เมื่ออยู่ตามลำพังคนเดียว หากเกิดเหตุไม่น่าไว้ใจต้องส่งสัญญาณให้คนรอบข้างรับรู้ เพื่อช่วยเหลือได้ทันท่วงที

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

แค้นไม่ร่วมโกงเจ้านาย เปิดชนวนเหตุ มือปืนยิงหนุ่มเซลส์แมนต่อหน้าลูก 6 ขวบ

แค้นไม่ร่วมโกงเจ้านาย กรณีนายพงษ์ศิลป์ หรือ หนุ่ย อายุ 25 ปี หนุ่มเซลส์แมนขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ถูกเพื่อนร่วมงานจ่อยิง 5 นัด จนเสียชีวิต ต่อหน้าภรรยาและลูกสาววัย 6 ขวบ

แค้นไม่ร่วมโกงเจ้านาย วันที่ 5 ม.ค. 62 นายวสันต์ เจ้าของปั๊มน้ำมัน เปิดเผยว่า ทราบเรื่องที่ทั้ง 2 คนมีปัญหากัน แต่ก็ได้เรียกมาคุย ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องนี้ขึ้น หลังจากนี้คงปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย เบื้องต้นได้มอบหมายให้ญาตินำเงินช่วยเหลือค่าทำศพและพวงหรีดมามอบให้กับผู้เสียชีวิตในฐานะนายจ้างแล้ว

แค้นไม่ร่วมโกงเจ้านาย

ที่วัดเทวสังฆาราม ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งบรรยากาศการรดน้ำศพเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ภรรยาและแม่ของผู้เสียชีวิต ร้องไห้ทรุดตัวลงกับพื้น เพราะยังทำใจไม่ได้ที่สามีและลูกชายจากไปอย่างกะทันหัน

น.ส.มีนา อายุ 26 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต บอกว่า สามีกับผู้ก่อเหตุเคยเป็นเพื่อนที่ทำงานกัน โดยสามีทำงานมาได้ประมาณ 1 ปี แต่ช่วงหลังมีปัญหากัน ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีแม้แต่เรื่องชกต่อยกัน แต่เมื่อคืนนี้ก่อนจะเกิดเหตุ นายเดี่ยว ผู้ก่อเหตุ พร้อมกับเพื่อนที่มาร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ เดินเข้ามาถามสามีว่า “พวกมึงมีปัญหาอะไรกับกู” แต่สามีไม่ได้ตอบโต้ จนเจ้าของปั๊มน้ำมันมาเห็น จึงพาตัวผู้ก่อเหตุและเพื่อนออกไป เจ้าของปั๊มจึงบอกให้ปล่อยไป อย่ามีเรื่องกัน จากนั้นทั้งหมดก็สังสรรค์กันตามปกติ

จนมาถึงช่วงที่กำลังจะกลับบ้าน หลังตน สามีและลูกสาว วัย 6 ขวบ ลาเจ้าของปั๊มน้ำมัน แล้วกำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ นายเดี่ยววิ่งเข้ามาต่อยสามี แต่ถูกคนในงานห้ามไว้ และพาตัวออกไป แต่นายเดี่ยวกลับชักปืนรัวใส่สามีหลายนัด แม้สามีจะวิ่งหนี แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังวิ่งตามไปยิง ตอนนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนตนทำอะไรไม่ถูก แต่ด้วยความที่ยืนอยู่ด้วยกันในระยะประชิด ในรถก็มีลูกสาว ตนจึงรีบวิ่งไปดูลูก จนมาพบคราบเลือดที่เสื้อของตัวเอง จึงรู้ว่าสามีถูกยิง ลูกสาววัย 6 ขวบ กรีดร้องด้วยความตกใจ ซึ่งลูกสาวมาบอกตอนหลังว่า รู้สึกเหมือนมีเศษอะไรกระเด็นมาถูกขา จนมาพบว่าเป็นปลอกกระสุนปืน ตอนนี้ลูกรู้แล้วว่าพ่อเสียชีวิต

น.ส.มีนา บอกทั้งน้ำตาว่า รู้สึกพูดไม่ออก อึ้งไปหมด สามีเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำไมต้องมาฆ่ากัน แค่ทำให้เจ็บก็น่าจะพอแล้ว ฆ่ากันขนาดนี้แล้วลูกจะอยู่อย่างไร สามีเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่เคยเจ้าชู้ ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดี ส่วนผู้ก่อเหตุจะเข้ามาขอขมาศพหรือไม่เข้ามาก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคนตายไปแล้ว ก็กลับมาไม่ได้ สุดท้ายถ้าสามีฟังอยู่ อยากให้รู้ว่ารักมากและสัญญาจะดูแลลูกสาวให้ดีที่สุด

ขณะที่พี่ชายของคนตาย ให้ข้อมูลว่า ยังรู้สึกติดใจอยู่ เพราะน้องชายไม่เคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับใคร เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัวมาโดยตลอด เท่าที่ทราบน้องชายเคยเล่าให้ฟังว่า ผู้ก่อเหตุมาชักชวนให้โกงเงินเถ้าแก่ แต่น้องชายไม่เอาด้วย จึงผิดใจกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com