เพราะติดพนัน “เสี่ยเอ” เปิดร้านบังหน้า ลวงชิงเพชร 10 กะรัต

เพราะติดพนัน

เพราะติดพนัน “เสี่ยเอ” โจรฉกเพชร 10 กะรัต ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ สอบประวัติพบเคยรวยเป็นเจ้าของร้านเพชรมาก่อน

เพราะติดพนัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก พ.ต.ท.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ รอง ผกก.สส.สน.บางรัก และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ร่วมกันควบคุมตัว

นายภิพัศพงษ์พัศฐ์ อายุ 59 ปี ชาวจ.ลพบุรี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่จ.777/2561 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ในข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม มาชี้จุดยังที่เกิดเหตุ ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 426/2-3 ซอยสองพระ ถนนสี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กทม.

เพราะติดพนัน

หลังจากเมื่อเย็นวานนี้ (14 ธ.ค.61) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายภิพัศพงษ์พัศฐ์ หลบหนีมาอยู่บริเวณตลาดบ้านแหลม หมู่ที่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จึงประสาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จันทบุรี ทำการสืบสวนติดตามจับกุม เมื่อเวลา 16.00 ของวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา

พบกับบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับดังกล่าว อยู่ที่บริเวณตลาดบ้านแหลม หมู่ที่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ทำการแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ ให้บุคคลดังกล่าวตรวจดู จนเป็นที่พอใจ

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากผู้ต้องหามีความรู้ด้านอัญมณีและค้าขายเพชรมานาน แต่ก่อนเป็นเจ้าของกิจการค้าขายอัญมณีที่จ.จันทบุรี จนมีฐานะรวย ได้รับฉายาในวงการค้าเพชรว่า “เสี่ยเอ” แต่ตอนหลังติดการพนันอย่างหนัก และประสบปัญหาทางธุรกิจจึงปิดกิจการ

และมีเงินติดตัว 40,000 บาท จึงเลือกวางแผนก่อเหตุ โดยนำเงิน 10,000 บาท มาเช่าร้านที่เกิดเหตุ และเงินอีก 20,000 บาท มาติดตั้งระบบประตูล็อกอัตโนมัติ และนำเงินอีก 10,000 บาท มาจ้างคนเข็นผักที่ จ.จันทบุรี (ชาวเขมร) มาทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์พาหลบหนี

หลังก่อเหตุแล้วก็หลบหนีไปแถววัดดวงแขและแยกย้ายกัน โดยผู้ต้องหาได้นำเพชรไปขายให้กับชาวต่างชาติคนหนึ่งในคาสิโนแถบชายแดนราคา 550,000 บาท และนำเงินมาจ่ายเป็นค่าจ้าง คนพาหลบหนี 100,000 บาท และเหลืออีก 400,000 และจะนำไปเล่นการพนันในบ่อน

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาคนที่ฉลาดวางแผนเป็นอย่างดี และมีซิมโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก ไว้ใช้ติดต่อกับทีมงาน และรู้ว่าตำรวจจะไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด

เส้นทางหลบหนี จึงพยายามเปลี่ยนรถ ตั้งแต่รถหลบหนีขึ้นแท็กซี่และไปขับรถวอลโว่สีเขียว รุ่น เอส80 หมายทะเบียน ฌห7271 ซึ่งเป็นรถของตัวเองที่จอดทิ้งไว้ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ก่อนจะหลบหนีไป จ.จันทบุรีและถูกจับกุมในที่สุด

นายวีกี้ ไวบัส อายุ 44 ปี นายหน้าค้าเพชรชาวอินเดีย เปิดเผย รู้จักกับคนร้ายผ่านนายหน้าผู้หญิง ชื่อ “รัศมี” เป็นเวลา 10 วัน โดยนายหน้าอ้างกับตนว่า คนร้ายต้องการซื้อเพชรและจะจ่ายเป็นเงินสดจำนวน 10 ล้านบาท

จากนั้นได้โทรศัพท์คิดต่อกับคนร้ายตลอดโดยคนร้ายของต่อรองราคาเหลือ 7 – 8 ล้านบาท เมื่อเจอกันครั้งแรกตนก็จำได้ว่าเคยเจอคนร้ายเปิดบูธขายเพชรอยู่ที่งานจิวเวอร์รี่ ที่เมืองทองธานี จากนั้นได้นัดกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายตนจึงได้ตัดสินใจให้คนร้ายดูเพชร

จากนั้นคนร้ายก็ได้ขโมยเพชรก่อนหลบหนีไป จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหามีการเปลี่ยนชื่อ สกุล และเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เพื่อให้ยากแก่การสืบสวนติดตามจับกุมตัว และกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวจำนวนหลายครั้ง หลายท้องที่ โดยผลการตรวจสอบประวัติดังนี้

1.นายมาโนช โพธิ์ศรี “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย” สน.บางรัก บก.น.6

2.นายตู้อู่ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันลักทรัพย์” สภ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี

3.นายตู้อู่ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันปล้นทรัพย์” สภ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

4.นายวสุรัตน์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันลักทรัพย์” สน.ปทุมวัน บก.น.6

5.นายจิรพัฒน์จิตต์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ลักทรัพย์ฃ สน.ตลิ่งชัน บก.น.7

6.นายจิรพัฒน์วิตต์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ” สน.บางโพงพาง บก.น.5

7.นายจิรพัฒน์วิตต์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ” สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี

8.นายภิพัศสพงษ์พัศฐ์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์” สภ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี

9.นายภิพัศสพงษ์พัศฐ์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ลักทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ” สภ.บางบัวทอง

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อคนร้ายที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์แล้ว “ชื่อนายตั้ม” ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัว

นอกจากนี้ ยังพบว่ารถวอลโว่สีเขียวของคนร้ายมีตราของสำนักอัยการสูงสุด ตราของเรือนจำจังหวัดจันทบุรี และภายในรถมีบัตรอนุญาตรถเข้าออกเรือนจำจันทบุรี จากการตรวจสอบพบว่าตราดังกล่าว คนร้ายได้ซื้อมาเองเพื่อติดไว้ให้บุคคลทั่วไปพบเห็นและคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ หลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้น ทางพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัว ผู้ต้องหาไปฝากขังยังศาลอาญากรุงเทพใต้ ต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *