ล่าโจรใต้ บุกยิงหญิงวัย 52 ดับสยองคาร้านน้ำชา จับตัวได้ 2 อีก 2 รอด

ล่าโจรใต้

ล่าโจรใต้ บุกยิงหญิงวัย 52 ดับสยองคาร้านน้ำชา จับตัวได้ 2 อีก 2 รอด

ล่าโจรใต้ บุกยิงหญิงวัย 52 ดับสยองคาร้านน้ำชา จับตัวได้ 2 อีก 2 รอด

ล่าโจรใต้

บุกยิงหญิงวัย 52 ดับสยองคาร้านน้ำชา อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี 3 คนร้ายขี่รถ จยย.

มาจอดหน้าร้าน หนึ่งคนลงจากรถทำทีเข้ามาซื้อน้ำชา สบโอกาสชักปืนลั่นไกจ่อยิง

หัวเหยื่อขณะนั่งกินน้ำชาจนร่วงตกเก้าอี้สิ้นใจคาที่ก่อนวิ่งกลับไปซ้อนท้ายเพื่อน

ซิ่งเผ่นหนีลอยนวล ตำรวจพุ่งปมมรณะเรื่องส่วนตัวโยงฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

ส่วนที่ จ.สงขลา แกะรอยตามรวบ 2โจรใต้พัวพันคดียิงถล่มสำนักสงฆ์และลอบบึมป่วนเมือง

หนีไปได้ 2 คนเป็นแนวร่วมอาร์เคเคระดับปฏิบัติการ ค้นรถพบกระสุนปืนพร้อมอุปกรณ์

ยังชีพเพียบ ก่อนขอหมายศาลบุกค้นโรงเรียนสอนศาสนาให้ที่พักพิง

ด้านศาลจังหวัดยะลาพิพากษาจำคุก21ปี 7 โจรใต้ ลอบวางเพลิงเผา หจก.ชินวรยะลา

ก่อสร้าง เมื่อปี 60 บาคาร่า

สถานการณ์รุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง คนร้ายบุกยิงผู้หญิงตายคาร้านน้ำชาเปิดเผยเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 14 ก.ย. ร.ต.อ.พลเทพ เกิดมุด รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตในร้านน้ำชา บ้านเลขที่ 24 บ้านบาแฆะ หมู่ 5 ต.พิเทน จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ทราบ พร้อมนำกำลังไปตรวจสอบ ในร้านพบศพนางแมะด๊ะ เจ๊ะสู อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ 2 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง นอนจมกองเลือดอยู่ข้างโต๊ะ ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะ 1 นัด ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนหัวกระสุน 1 ชิ้น เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเดินมานั่งกินน้ำชาที่ร้านเกิดเหตุอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านของผู้ตาย ภายในร้านมีเพื่อนบ้านนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ระหว่างนั้นมีคนร้าย 3 คนนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.มาจอดหน้าร้าน หนึ่งในคนร้ายลงจากรถเดินเข้ามาทำทีซื้อน้ำชา ก่อนสบโอกาสชักปืนพกออกมาจ่อยิงเข้าที่ศีรษะผู้ตาย 1 นัดจนร่วงตกเก้าอี้เสียชีวิตคาที่ สร้างความแตกตื่นตกใจให้คนในร้าน ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งกลับไปขึ้นซ้อนท้ายรถ จยย.ที่เพื่อนติดเครื่องจอดรออยู่หลบหนีไป ตำรวจกระจายกำลังออกตามล่าตัวพร้อมวิทยุสกัดจับแต่ยังไม่พบวี่แวว

พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กล่าวว่า ผู้ตายมีอาชีพรับจ้างกรีดยางและเป็นคนตรงไปตรงมาเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน หลังเกิดเหตุสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่เก็บวัตถุพยานเพิ่มเติมพร้อมสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพอทราบเบาะแสของคนร้ายบางคนแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ กำลังประสานพยานให้มาชี้ตัวภาพจากแฟ้มประวัติอาชญากรรมและคดีความมั่นคงว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ เพื่อจะหาความเชื่อมโยงกับหลักฐานอื่นๆ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่คงต้องรอผลตรวจวัตถุพยานอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจะเร่งสืบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

ที่ จ.สงขลา ช่วงเช้าวันที่ 15 ก.ย. พล.ท.จตุพร กลัมพสุต รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดนาทวี นำกำลังเข้าตรวจค้นโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ เป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หมู่ 8 ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา โดยประสานกับผู้นำศาสนาและผู้บริหารโรงเรียนเพื่อเป็นสักขีพยานในการตรวจค้น ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 ก.ย. ร.ต.อ.พิทยาคม ธรรมพิทักษ์ ผช.ฝขว.ฉก.ตชด.43 สืบทราบว่ามีแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่ จ.สงขลา พบเป้าหมายต้องสงสัยเป็นชาย 4 คนขับรถเก๋งฮอนด้าซีวิค สีทอง ทะเบียน กฉ 9154 สงขลา มาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อริมถนนสายเอเชีย ต.ลำไพล อ.เทพา จึงประสานตำรวจ สภ.ห้วยปลิง เข้าตรวจค้น

ปรากฏว่า คนในรถไหวตัวทันรีบเปิดประตูวิ่งเผ่นหนี เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจับกุมได้ 2 คนคือนายเดะแว อาแว อายุ 34 ปี ชาว อ.เทพา จ.สงขลา ผู้ต้องสงสัยคดีลอบยิงสำนักสงฆ์ชะเมา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อกลางปี 61 และนายสาการียา อาแวลาเตะ อายุ 30 ปี ชาว อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ผู้ต้องสงสัยคดีลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าใน อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 61 ส่วนที่หลบหนีไปได้ 2 คนคือนายอับดุลเลาะ บาเฮง และนายฮาฟิส โต๊ะแวมะ สมาชิกระดับปฏิบัติการของกลุ่มอาร์เคเค มีหมายจับติดตัวหลายหมาย ตรวจค้นในรถพบกระสุนปืน 5.56 มม. 90 นัด อุปกรณ์ที่ใช้ดำรงชีพในป่า เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆ รวม 44 รายการ

สอบสวนผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 2 รายให้การอ้างว่า ของที่พบในรถเป็นของเพื่อนทั้ง 2 คนที่หลบหนีไป โดยพวกตนทั้ง 4 คนพักอาศัยอยู่ในโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิมานาน 3-4 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้นโรงเรียนสอนศาสนาดังกล่าว ผู้ต้องหาชี้ห้องพักในโรงเรียนที่เป็นที่หลบซ่อนตัว เจ้าหน้าที่เก็บดีเอ็นเอและหลักฐานอื่นๆ เพื่อสืบสวนถึงผู้เกี่ยวข้อง แต่การเข้าตรวจค้นส่วนอื่นๆของโรงเรียน เจ้าหน้าที่ต้องขอหมายศาลเข้าตรวจค้นอีกครั้งในช่วงเช้าวันเดียวกัน ผลการตรวจค้นไม่พบผู้ต้องสงสัยและหลักฐานอื่นเพิ่มเติม

พล.ท.จตุพรเผยว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คนเป็นแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดน บางคนเป็นมือปืนรับจ้างมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงทั้งในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี แต่ยังไม่มีข้อมูลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีปล้นร้านทองใน อ.นาทวี จ.สงขลา จะส่งตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวไว้ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้า จชต. เพื่อซักถามและติดตามผู้ที่หลบหนีอีก 2 คนมาเข้าสู่ขบวนการตามกฎหมาย พร้อมทั้งเรียกผู้บริหารโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ มาสอบสวนอีกครั้ง เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาให้ที่พักพิงแต่อย่างใด

ที่ จ.ยะลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ศาลจังหวัดยะลา ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายมะซูรี สาเมาะ นายไซฟู กะลูแป นายอามีน กลาตัน นายมูหามะไอดี สามอ นายอาหามะ มะแซ นายฮากิ เจ๊ะลี และนายอารีฟิน บาเหะ เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันวางเพลิงเผาโรงเรือน ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม และร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์และเคหสถานผู้อื่นในเวลากลางคืน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ก.พ.60 เวลา 00.15 น. มีกลุ่มคนร้ายกว่า 20 คน ลอบวางเพลิงเผา หจก.ชินวรยะลาก่อสร้าง ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.ลิดล อ.เมืองยะลา ท้องที่ สภ.ลำใหม่ เจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่าเป็นการกระทำของนายมะซูรี กับพวก รู้ตัวผู้กระทำความผิด 9 คน ติดตามจับกุมได้ 7 คน ส่วนอีก 2 คนอยู่ระหว่างหลบหนี ศาลพิจารณาสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานแล้วพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้ง 7 คนละ 21 ปี จากนั้นนำตัวทั้งหมดส่งเข้าเรือนจำต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *