มูลนิธิกระจกเงา เปิด 10 ข้อสรุป ประเด็นสงสัยคดีเด็ก 2 ขวบ

มูลนิธิกระจกเงา

มูลนิธิกระจกเงา  สรุป 10 ประเด็น คลายข้อสงสัย คดีเด็กชายวัย 2 ขวบชาวพม่า เสียชีวิตในไร่อ้อย จ.สุพรรณบุรี เล็งถอดบทเรียนเหตุการณ์

มูลนิธิกระจกเงา ได้บรรยายข้อเท็จจริงเป็นบทสรุป 10 ประเด็น เพื่อคลายข้อสงสัยให้กับสังคม ในคดีเด็กชายวัย 2 ขวบชาวเมียนมา เสียชีวิตอยู่ในไร่อ้อย จ.สุพรรณบุรี หลังจากคดีดังกล่าวได้คลี่คลายและไขกระจ่างความจริงค่อนข้างน่าชัดแล้ว โดยระบุว่า…

มูลนิธิกระจกเงา

1. ผลการตรวจชันสูตรศพเด็กชายวัย 2 ขวบ โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม สอดคล้องกับผลการชันสูตรของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

2. ผลการตรวจชันสูตร ไม่พบร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากของมีคม-ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย -มีร่องรอยการถูกกัดแทะจากสัตว์-กระดูกไม่แตกหัก

3. ประเด็นเรื่องเด็กเป็นโปลิโอหรือไม่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุตรวจสอบแล้วไม่พบข้อบ่งชี้ของกระดูกว่าเป็นโรคโปลิโอ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของทีมงานมูลนิธิกระจกเงา ที่ได้สัมภาษณ์ผู้ปกครองผ่านล่าม ว่าเด็กวิ่งเล่นได้ปกติ

4. ประเด็นเรื่องอุบัติเหตุจากรถไถ การสัมภาษณ์ข้อมูลของทีมงานมูลนิธิกระจกเงา วันเกิดเหตุ คนขับรถไถ ผ่านจุดที่เด็กน่าจะวิ่งเล่นเป็นครั้งสุดท้ายจริง ระบุว่าพบเด็ก 2 คนอยู่ข้างทาง แต่ไม่สามารถยืนยันว่าเป็นเด็กที่หายไปหรือไม่

ตรวจสอบลักษณะคันไถ หางหลังเป็นคราดแบบลากไถ ไม่ใช่แบบผาน ที่เป็นใบจาน ข้อมูลห้วงเวลาการทำงานในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง คนขับรถไถยังอยู่ในพื้นที่หลังเด็กหายไป สอดคล้องกับผลชันสูตรศพว่าไม่พบบาดแผลที่ร่างกายของเด็ก จึงไม่ใช่อุบัติเหตุจากรถไถชน

5. แนวทางการสืบสวนและการประชุมคดี แม้จะตั้งประเด็นเรื่องการพลัดหลงเป็นลำดับแรก แต่มีการตั้งประเด็นข้อสันนิษฐานบุคคลพาเด็กไปควบคู่ไปด้วย ทีมงานมูลนิธิกระจกเงาได้เข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดี

ตำรวจสืบสวนมีการติดตามข้อมูลของบุคคลที่ใช้สารเสพติด บุคคลพ้นโทษในคดีทางเพศ และบุคคลที่มีอาการวิลกจริตในพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติการสืบสวนของทุกเคสเด็กหาย ที่ต้องตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ก่อนเสมอ

6. กรณีผู้ต้องหา เป็นชายวิกลจริต ที่ตำรวจจับกุม ข้อเท็จจริงในการสืบสวน มีการติดตามสืบสวนบุคคลนี้ก่อนพบศพเด็กหาย ข้อมูลพื้นฐานของพฤติกรรมและลักษณะการให้การเบื้องต้น มีข้อสงสัยว่าบุคคลนี้อาจเกี่ยวข้อง

แต่เนื่องจากคำให้การวกวนด้วยอาการวิกลจริต จึงต้องรอผลตรวจชันสูตรและการตรวจที่เกิดเหตุสนับสนุน ตลอดจนการร่วมสอบปากคำโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

7. ตำรวจแจ้งว่า การสอบปากคำเด็กหญิงวัย 3 ขวบ โดยกระบวนการของทีมสหวิชาชีพ เด็กให้ข้อมูล ในทำนองว่ามีผู้ใหญ่เพศชายจับมือเด็กหายแล้วพาไป ทั้งนี้ ไม่ได้ให้เด็กหญิง 3 ขวบชี้ภาพผู้ต้องหา เนื่องจากเด็กอาจจดจำลักษณะโดยละเอียดไม่ได้ จำได้เพียงสาระสำคัญว่าเป็นผู้ใหญ่เพศชาย

8. ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาชายวิกลจริต ในข้อหาปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กไปจากความปกครองของบิดามารดา เพียงข้อหาเดียว เพราะพยานหลักฐานที่สอดคล้องกันและมีอยู่ เชื่อได้ว่าพาเด็กไปจริง ส่วนการเสียชีวิตของเด็ก ไม่มีพยานหลักฐานยืนยัน ว่าเกิดจากสาเหตุใด จึงตั้งข้อหานี้ก่อนเพียงข้อหาเดียว

9. ตำรวจได้วัดระยะทางจากจุดที่เด็กวิ่งเล่นเป็นครั้งสุดท้ายจนถึงจุดพบศพระยะทางประมาณ 900 เมตร จึงมีคำถามว่าเหตุใดจึงหาไม่เจอในช่วงเวลาแรก มูลนิธิกระจกเงาอยู่ในพื้นที่รวม 6 วันเต็ม จึงเข้าใจการค้นหาว่า พื้นที่กว้างใหญ่มาก

การค้นหาทำรอบทิศทางโดยเฉพาะถนนตัดไร่อ้อยเส้นหลัก (ถนนเส้นที่เด็กวิ่งเล่นครั้งสุดท้าย) จุดพบศพ ไม่ใช่ถนนเส้นหลัก ไม่ใช่ทางตรง ผ่านไร่อ้อยอีกหลายแปลง การค้นหาด้วยจำนวนกำลังคนไม่มากนัก จึงเหนื่อยล้า การค้นหาเน้นหนักในไร่อ้อยแปลงที่ติดถนน วันที่พบศพเป็นวันที่มีการระดมกำลังการค้นหามากที่สุด และแบ่งพื้นที่รับผิดชอบชัดเจนที่สุด จึงทำให้ประสบความสำเร็จในการค้นหา

10. แม้ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ อาจถูกตั้งคำถาม มีข้อสงสัย มีความคลางแคลงใจจำนวนมาก แต่เนื่องจากเป็นการเผชิญเหตุเฉพาะหน้า ย่อมมีข้อผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ บทเรียนแนวทางปฏิบัติ มูลนิธิกระจกเงา จะได้ถอดบทเรียนและข้อเสนอแนะต่อสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากการพบตัวเด็ก ถือเป็นความสำเร็จในภารกิจ สิ่งเหล่านี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชน และสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข่าว สิ่งสำคัญที่สุดคือสังคมควรตระหนักต่อปัญหาเด็กหาย เริ่มจากตัวเองที่ไม่ปล่อยบุตรหลานวิ่งเล่นตามลำพัง อันอาจจะเกิดความเสี่ยงในการพลัดหลงหรือเกิดเหตุร้ายได้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *