ลักษณะพิเศษ

ดูบอลออนไลน์ พากย์ไทย CTH

ดูบอลออนไลน์ พากย์ไทย cth พบกับ ลิงค์ดูบอลวันนี้

ดูบอลออนไลน์ พากย์ไทย cth ลิ้งค์ดูบอล มือถือ CTH ช่องดูบอลออนไลน์ ดูบอล CTH ดูบอลออนไลน์ true ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ พรีเมียร์ลีก ฟรี  ออนไลน์ ที่เราได้รวม ลิ้งดูบอล cth hd ลิ้งดูบอล cth พากย์ไทย
ถ่ายทอดสด ฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 รอบสุดท้าย โปรแกรม ตาราง ดูบอลออนไลน์ พันทิป ทีมชาติไทย อินเดีย ยูเออี บาห์เรน วันที่ 5 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ประเทศยูเออี
ดูบอลสด ดูบอลไทย ลิงค์ดูบอล ดูวอลเลย์บอลสด วอลเลย์บอลหญิงไทย แบดมินตัน ดูแบดสด มวย ดูมวยสด มวยไทย7สี ดูบอลย้อนหลัง ดูบอลออนไลน์ พากย์อังกฤษ
ระบบก็จะแสดงลิ้งให้ท่านเลือกรับชมตามลิงค์ต่างๆที่แสดงได้เลย โดยลิ้งจะมาก่อนบอลเตะประมาณ 5-10 นาที
ขอให้มีความสุขในการ ดูบอลออนไลน์ พรุ่งนี้ บอลวันนี้ ดูบอลออนไลน์ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ไทยลีก ลาลีกาสเปน…

หัวใจจะวาย หนุ่มขุดมันประจันหน้า เสือโคร่ง ระยะชิดในจังหวัดตาก

หัวใจจะวาย หนุ่มขุดมันประจันหน้า เสือโคร่ง

เกือบจะหยุดหายใจ ชายหนุ่มขุดมันสำปะหลังในไร่ด้านหลังหมู่บ้าน ชิดกับแนวป่าเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองวังเจ้า จังหวัดตาก หนุ่มขุดมันประจันหน้า เสือโคร่ง ตัวเบ้อเริ่มยืนจ้องมองมองตา เล่านาทีรวบรวมความเก่งกล้า

ช่วงวันที่ 15 เดือนมกราคม63 ผู้รายงานข่าวได้รับแจ้งจาก นาย เครื่องหมายชัย สังข์คง อายุ 28 ปี ชาวบ้าน กลุ่มที่ 7 ตำบลเชียงทองคำ อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ว่า เกิดเหตุการณ์ระทึกกับตัว

เอง มีความคิดว่าจะไม่มีชีวิตรอดแล้ว เมื่อจำต้องเผชิญหน้ากับเสือโคร่งตัวใหญ่ ขนาดลำตัวยาวราวๆ 2 เมตร ในขณะที่ตัวเองกำลังเข้าไปขุดมันในไร่ด้านหลังหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ใกล้กับแนวป่าเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองวังเจ้า พื้นที่ กลุ่มที่ 10 ตำบลเชียงทองคำ อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก

โดยนายเครื่องหมายชัย เล่าว่า ทุกปีตัวเองจะทำไร่มันทิ้งเอาไว้ในไร่ ปริมาณ 5-6 ไร่ โดยรอบๆนี้เป็นหลักที่การกสิกรรมที่อยู่ใกล้กับแนวป่าของเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองวังเจ้า ในช่วงเวลา

ที่ตัวเองกำลังวุ่นอยู่กับการก้มเก็บหัวมันสำปะหลังที่ขุดทิ้งเอาไว้เมื่อวานนี้ใส่ไว้ในกระเช้าใบใหญ่ แล้วก็เมื่อยืนขึ้นกำลังจะเดินขึ้นมาบนแปลงต่อไปที่อยู่บนเนิน ถึงกับจำเป็นต้องตกตะลึง เมื่อพบเสือโคร่งตัวใหญ่ ลำตัวยาวราวๆ 2 เมตร สูงพอๆกับเอวของตัวเอง หรือโดยประมาณ 110 ซม. ยืนหันมามองตัวเอง ในระยะ โดยประมาณ 120 เมตร ทำให้ตัวเอง แทบจะหยุดหายใจ เหงื่อแตกท่วมตัว แข้งขาเหน็ดเหนื่อย ก้าวขาไม่ออก นึกในใจ วันนี้คงจะถูกเสือกินอปิ้งแน่ๆ

แต่โชคดี ที่ทั้งคนรวมทั้งเสือยืนจ้องมองกันอยู่โดยประมาณ 1-2 นาที ต่อจากนั้นเจ้าเสือโคร่งตัวใหญ่ก็เบาๆเดินเดินทอดน่องผ่านแปลงมันสำปะหลังไปอย่างช้าๆบางก้าวก็เหยียบยอดแปลง

มัน กระทั่งยุบเป็นรอยตีน ขนาดกว้าง 14 ซม. ยาวราวๆ 15 ซม. ก่อนที่จะเดิน หายเข้าไปในดงหญ้า ด้านทิศตะวันออกของยอดเนินอีกฝั่งหนึ่ง เมื่อเสือโคร่งหายไปในดงหญ้า ตัวเองก็เก็บความกล้าหาญ หามกระเช้าที่ใส่มันสำปะหลังจำนวนไม่ใช่น้อย วิ่งมาที่รถสามล้อแดง ระยะทางร้อยกว่าเมตร โดยที่ไม่เคยรู้สึกถึงความหนัก อาการเมื่อยล้า กลับไปอยู่ที่บ้านไปถือโทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่บ้าน ผสานข้าราชการอุทยานแห่งชาติลำคลองวังเจ้า เข้ามาวิเคราะห์

ซึ่งจากการตรวจดู พบว่าจุดที่เสือโคร่งตัวนี้เดินออกมาจากดงหญ้าข้างแปลงมันสำปะหลังนั้น รอยตีนก้าวแรก และก็แนวแนวทางการเดิน อยู่ห่างจากนายเครื่องหมายชัย ไม่ถึง 50 เมตร ซึ่ง

ในตอนนั้นนายเครื่องหมายชัยกำลังยุ่งอยู่กับการขุดเก็บมันสำปะหลัง ส่วนเจ้าเสือโคร่ง มีความคิดเห็นว่ามีคนอยู่ในแนวแนวทางการเดิน ก็เลยเบี่ยงทางเดินตัดแปลงมันสำปะหลังไปทางทิศตะวันออกอย่างช้าๆเสมือนจะกลัวคนเห็น จนกว่านายเครื่องหมายชัยลุกขึ้นยืนพอดิบพอดี ก็เลยมีการเจอหน้ากัน ในระยะราว 120 เมตร อีกทั้งเสือแล้วก็คนต่างหันมาจ้องหน้ากัน ก่อนที่จะแยกย้ายหายไปในแนวป่า

ด้านนายอดศักดา ศรีลิมคละเคล้านท์ ผู้ใหญ่บ้านกลุ่มที่ 10 ตำบลเชียงทองคำ อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก บอกว่า ข้างหลังเกิดเหตุตัวเองได้ผสานไปยังข้าราชการอุทยานแห่งชาติลำคลอง

วังเจ้า ให้มาวิเคราะห์ร่องรอยแล้วก็กระทำการสืบเสาะหาเสือโคร่งตัวนี้ พื้นฐานจากภาวะรอยตีนแล้วก็ลักษณะการก้าวเดินพบว่าเป็นเสือโคร่งที่มีความสมบูรณ์ ร่างกายแข็งแรง ลำตัวยาวราว 2

เมตร น้ำหนัก ราว 100-130 กก. ส่วนต้นสายปลายเหตุคาดว่า เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากภาวะพื้นที่ในป่าชั้นในของเขตอุทยานฯ มีไฟป่าเกิดขึ้นบ่อยมาก สัตว์ป่าต่างพากันย้ายถิ่นหนีย้ายถิ่นที่อยู่ ทำให้เสือโคร่งตัวดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วถอยร่นออกมาจากป่าชั้นใน เพื่อมาหาแหล่งของกินที่บริบูรณ์กว่า แต่ข้าราชการอทยานแห่งชาติลำคลองวังเจ้า ได้ส่งกลุ่มป้องกันเสือแล้วก็กระทำเที่ยวตรวจ เพื่อความปลอดภัยทั้งคนรวมทั้งสัตว์ ตลอดทั้งวันทั้งคืน.…

ผัวโหดรับสารภาพ ฆ่าเมียดับ เอาผ้าห่อศพอุ้มไปทิ้งในป่าอ้อย

ฆ่าเมียดับ จากกรณี เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา พบชิ้นส่วนของมนุษย์ถูกไฟเผาไหม้ภายในป่าไร้อ้อย ซึ่งตั้งอยู่ด้านท้ายของหมู่บ้านโคกเวง ม.10 ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ต่อมาทราบชื่อ ผู้เสียชีวิต คือ นางสาวทวน อายุ 52 ปี ซึ่งญาติได้แจ้งความคนหายไว้เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 62 และชาวบ้านสงสัยว่าคนร้ายคือ นายเสมอ อายุ 56 ปี สามีของผู้เสียชีวิต เพราะไม่มีออกตามหาภรรยา แถมยังท้าทายชาวบ้านว่าไม่มีวันหาตัวเจอ

ล่าสุด (11 ม.ค.) เมื่อเวลา 13.00น. พ.ต.อ.จุลฑะ จันทน ผกก.สภ.กาบเชิง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กาบเชิง สามารถจับกุมตัว นายเสมอ อายุ 56 ปี สามีผู้เสียชีวิต ได้ในเขตพื้นที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ขณะไปรับจ้างตัดอ้อย และนำตัวมาสอบปากคำ

โดย นายเสมอ ได้รับสารภาพ ว่าเป็นคนลงมือฆ่า นางสาวทวน อายุ 52 ปี ผู้เป็นภรรยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 63 โดยตัวเองได้มีปากเสียงกันกับ น.ส.ทวน ภรรยา ได้ทำร้ายร่างกาย จนกระทั่ง น.ส.ทวน แน่นิ่งไป ตนเองก็ได้อุ้มเอาร่าง น.ส.ทวน ไปทิ้งในป่าอ้อยท้ายหมู่บ้าน และไม่ห่างจากบ้านตนเองมากนัก แล้วกลับมาอยู่ที่บ้าน

ชาวบ้านมาสอบถามหานางทวน ตนเองก็บอกว่าไม่รู้ ว่าเขาหายไปไหน แม้แต่ชาวบ้านค้นหา ตนเองก็ไม่ได้ออกตามหาด้วย จนกระทั่งเดินทางออกจากบ้านไปรับจ้างตัดอ้อยที่จังหวัดสุพรรณบุรี จนกระทั่งมีผู้พบศพ นางทวน ถูกไฟไหม้ในป่าอ้อย ตำรวจไปตามจับตัวได้

ฆ่าเมียดับ ถูกชาวบ้านรุมแช่งด่าทำร้าย

จากนั้น พ.ต.อ.จุลฑะ จันทน ผกก.สภ.กาบเชิง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พนักงานสอบสวนเวร สภ.กาบเชิง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกาบเชิง ได้นำตัวนายเสมอ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านของนายเสมอ โดยนายเสมอได้มีปากเสียงกันและลงมือทำร้ายภรรยา ซึ่งเป็นที่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ซักเกร็งอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเสียชีวิต และเอาผ้าห่อศพอุ้มไปทิ้งในป่าอ้อย ท้ายหมู่บ้าน

ซึ่งขณะทำแผนปะกอบคำรับสารภาพ มีชาวบ้านในหมู่บ้านที่ทราบข่าว พากันเดินทางมามุงดูและส่งเสียงด่าสาปแช่งด้วยความไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถยนต์ออกจากหมู่บ้าน เพราะเกรงว่าจะถูกชาวบ้านรุมทำร้ายผู้ต้องหา

และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิง ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย และซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย…

จากสถานะการณ์ ฆ่าภรรยาเอาถุงดำคลุมหัว ใช้เชือกผูกเท้า ยัดใส่กระเป๋า ทิ้งศพลงทะเล

ชาวบ้านเปิดเผยผัวไต้หวัน ความก้าวหน้าปัจจุบัน เมื่อวานนี้ (12 มกราคม 63) เวลา 17.30 น. มีผู้เจอ ศพหญิงสาว ถูกฆาตกรรมผูกมือผูกเท้า เอาถุงสีดำปกคลุมหัวยัดใส่กระเป๋า ลอยสมุทรมาเกยริมทะเลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ช่วงวันที่ 10 เดือนมกราคม 2563

ก่อนหน้านี้พลตำรวจตรีประการ ประควร ผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมตำรวจแล้วก็ชุดสืบสาว สามารถจับตัว นายทาง จือหยาง อายุ 38 ปี ชนชาติไต้หวัน ผู้ต้องหาฆ่า นางสาวเลี่ยว ลี่ ลี่ อายุ 33 ปี เชื้อชาติจีน ซึ่งเป็นเมีย

วานนี้ข้าราชการ นำเพศผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำยอมรับสารภาพ โดยนายทาง จือหยาง ฆ่าเมียด้วยการใช้แขนรัดคอกระทั่ง เสียชีวิต ก่อนไปซื้อเทปกาวสีเหลือง เชือก และก็สายเคเบิ้ลไท จากร้านแห่งหนึ่งในอำเภอศรีราชา

ก่อนที่จะทำใช้เทปกาวผูกรอบหัวแล้วก็ใช้เคเบิ้ลไทผูกมือและก็ใช้เชือกผูกเท้า ยัดใส่กระเป๋าที่มีไว้ใส่ของเมื่อเดินทางก่อนที่จะเอามาใส่ด้านหลังรถเก๋งฮอนด้า สีขาว ขับเข้าไปในซอกซอยลึกกว่า 700 เมตร ขอบริมหาดบางพระ กลุ่ม 2 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ก่อนที่จะเปิดด้านหลังรถยนต์แล้วโยนกระเป๋าที่ข้างในมีศพเมียที่เสียชีวิตอยู่ลงไปในทะเล

ชาวบ้านเปิดเผยผัวไต้หวัน ฆ่า นางสาวเลี่ยว ลี่ ลี่ อายุ 33 ปี

ชาวบ้านเปิดเผยผัวไต้หวัน

ซึ่งภายหลังการควบคุมตัวนายทาง จือหยางมาทำแผนในจุดที่ทิ้งเสร็จแล้ว ทางข้าราชการก็ได้กักคุมกลับขึ้นรถเพื่อนำตัวไปสอบปากคำเสริมเติมอย่างประณีตก่อนที่จะส่งฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป

ด้านนายจ้อย อายุ 62 ปี ราษฎรที่มองเห็นสถานะการณ์ขณะผู้ต้องหานำศพไปทิ้ง เล่าว่า เมื่อตอนโดยประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 8 เดือนมกราคม 2563 มองเห็นนายทาง จือหยาง ขับขี่รถ

เก๋งคันดังที่กล่าวถึงมาแล้ว โดยเปิดกระจกข้างรถผู้ขับ เข้าไปในซอกซอยแล้วลงไปที่หาด ที่ธรรมดาราษฎรแถวนั้นจะไม่มีผู้ใดขับลงไป ขับขี่รถลงไปขอบชายทะเล

ซึ่งตอนนั้นน้ำทะเลลดพอดิบพอดี ขับกระทั่งล้อเก๋งจมลงไปในทราย ตัวเองก็เลยเดินเข้าไปมอง กับเรียกหลานๆมาช่วยชูรถเก๋งที่จมขึ้น โดยไม่รู้ว่ารถยนต์คันดังที่ได้กล่าวมาแล้วนำศพมาทิ้งสมุทร

>> ชะงัก ศพหญิงสาวเหมือนคนท้องถูกฆ่าตายยัดกระเป๋า ลอยเกยริมหาดบางพระ

>> รู้สึกตัวแล้ว สาวถูกฆ่าตายยัดกระเป๋าลอยเกยชายหาด ที่จริงเป็นคนจีน คาดผัวเป็นคนลงมือ…

กองปราบจับมือยิงถล่ม กรรมการมัสยิดยะลา หลังหนีคดีนาน 4 ปี

กองปราบจับ มือยิงถล่มกรรมการมัสยิดยะลา

กองปราบ ร่วม ตำรวจยะลา บุกจับคาบ้านพัก อัสมาน เฮงตาเก๊ะ มือยิงถล่มกรรมการมัสยิดยะลา เสียชีวิต หลังหลบซ่อนคดีนาน 4 ปี เจ้าตัวยังให้การไม่ยอมรับ

ผู้รายงานข่าวกล่าวว่าตอนวันที่ 22 ธันวาคม62 พันตำรวจเอกวิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผู้กำกับการ6 บก.ป. นำกำลังร่วมกับ พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.จังหวัดยะลา รวมทั้งเจ่า

หน้าที่ตำรวจ ภ.จว.จังหวัดยะลา จับตัว นายอัสมาน เฮงตาเก๊ะ อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดจังหวัดยะลา ที่ 354/2558 ระบุวันที่ 18 พ.ย. 2558 ในข้อกล่าวหา ด้วยกันฆ่าคนอื่นๆโดยจงใจโดยตริตรองไว้ก่อน ด้วยกันมีอาวุธปืนเครื่องลูกกระสุนปืนการทำศึกซึ่งนายทะเบียนไม่อาจจะผลิใบอนุญาตให้ได้เอาไว้ภายในครองโดยมิได้รับอนุญาต แล้วก็ด้วยกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ถนนสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควรจะ จับได้ที่ ที่พักในพื้นที่ ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี

พันตำรวจเอกวิระชาญ บอกว่า ตอนวันที่ 30 กันยายน2558 เวลาที่ นายซาบาวี สาและก็ อายุ 37 ปี กำลังขับรถยนต์มาตามทางถนนสายบ้านสาคอ-บ้านบาโด บ้านสาคอ กลุ่ม 4 ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองจังหวัดยะลา ได้ผู้ร้าย 3 ราย ใช้อาวุธปืนการศึกลอบยิงกระหน่ำใส่รถยนต์ กระทั่งทำให้นายชาบาวี เสียชีวิต ปัจจัยพื้นฐานคาดว่าน่าจะเป็นการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่

เนื่องจากว่าคนเสียชีวิตเป็นเยี่ยมในคณะกรรมการสุเหร่าจังหวัดยะลา รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ทำงานทางด้านสังคมในพื้นที่ จังหวัดยะลา ดำเนินงานร่วมกับภาครัฐโดยตลอด

ถัดมาข้าราชการจับผู้ร้ายที่ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 2 คน เหลือนายอัสมาน ที่หลบซ่อนหนีอยู่ ถัดมาชุดจับตัวสืบรู้ดีว่านายอัสมาน มาอาศัยอยู่ที่ที่พักใน จังหวัดปัตตานี ก็เลยนำกำลังจับตัวได้ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

จากการไต่สวน นายอัสมาน ให้การไม่ยอมรับ นำตัวส่ง สภ.เมืองจังหวัดยะลา จังหวัดยะลา ฟ้องถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1732258

สาวกาฬสินธุ์โดดโรงแรมพัทยา ร่วงห้องพักชั้น 22 ตายในวันเกิด

สาวโดดโรงแรมพัทยา ชั้น 22 น้อยใจแฟน

สาวโดดโรงแรมพัทยา วัย 23 ปี น้อยอกน้อยใจแฟนหนุ่มคนญี่ปุ่น หลังเถียงกันอย่างหนัก กระโดดจากชั้น 22 ของโรงแรมหรูหาดจอมเทียนพัทยา ดับสลดในวันเกิดตนเอง

ผู้รายงานข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม62 ร.ต.อ.ทรัพย์สมบัติ แก้วมูลมุข รอง สว.(สอบปากคำ) สภ.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี รับแจ้งเหตุมีคนตกจากที่สูงเสียชีวิต เหตุเกิดที่โรงแรมดี วารี จอมเทียน บีช เขตหาดจอมเทียนพัทยา หมู่ 11 ตำบลหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งก็เลยรีบนำกำลังตำรวจพัทยาและก็เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์รีบไปวิเคราะห์

จุดเกิดเหตุเป็นโรงแรมหรู สูง 38 ชั้น รอบๆทางเท้าข้างตัวตึกเจอร่าง นางสาวสุทธิรักษา สร้อยกุดเรือ อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ นอนเสียชีวิตในภาวะร่างชนกับต้นไม้ก่อนตกลงพื้น คอหัก แขนและก็ขาหัก โดยมีกรุ๊ปพี่น้องร้องไห้ระงมด้วยความเศร้าใจอยู่ข้างๆ ตรวจทานเจอผู้เสียชีวิตพักอยู่ห้องชั้น 22 ของอพาร์เม้นท์ ข้างในห้องไม่มีร่องรอยการถอดถอนค้นอะไร

ไต่ถาม นายบุญเพิ่ม ความสว่างดา อายุ 43 ปี น้าเขย ทราบดีว่า วันนี้ซึ่งตรงกับวันเหมือนวันเกิดของผู้เสียชีวิต ก่อนเกิดเหตุได้ไปกินเลี้ยงสังสรรค์กันมา แล้วได้ทะเลาะกับแฟนชายหนุ่มอย่างหนัก แม้กระนั้นได้มีข้าราชการเข้ามาช่วยหยุดเหตุแล้ว ทำให้คนเสียชีวิตกำเนิดน้อยเนื้อต่ำใจ เมื่อกลับมาถึงที่พักก็ขังตนเองเอาไว้ภายในห้อง ตัวเองมานะที่จะเข้าไปอยู่ด้วย แต่ว่าไม่อาจจะเข้าไปได้ นางสาวสุทธิรักษาก็เลยตกลงใจกระโจนลงมาเสียชีวิตดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

พื้นฐานตำรวจได้ตรวจตราจุดเกิดเหตุอย่างรอบคอบ พร้อมผสานข้าราชการชุดสืบสาวลงพื้นที่ตรวจตรา โดยคาดคะเนว่าคนเสียชีวิตบางทีอาจกำเนิดความรู้สึกน้อยใจจากแฟนชายหนุ่มคนญี่ปุ่น ประกอบกับมีการดื่มสุรามา ก็เลยกลับมาตกลงใจกระโจนอาคารฆ่าตัวตายดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ส่วนศพได้มอบให้ข้าราชการช่วยเหลือนำส่งโรงหมอบางละมุง เพื่อรอคอยเครือญาติมาติดต่อรับศพไปประกอบพิธีบาปทางศาสนาถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1731741

เหยื่อ เอ้ ชินเขต แจ้งเหตุ ตร. ถูกบุกรุกยามวิกาล หลังมาเคาะห้องตอนดึก

เหยื่อ เอ้ ชินเขต แจ้งเหตุ ตร. ถูกบุกรุกยามวิกาล

สาวใหญ่วัย 55 แจ้งเหตุ ตำรวจรัตนาธิเบศร์ ถูกชายนิรนามเคาะห้องยามดึกดื่น และก็บากบั่นเข้ามาในห้องแต่ว่าเพียงพอเรียกคนช่วยก็วิ่งหนีไป ตระหนกตกใจบริเวณใบหน้าฆาตกรตรงกับ เอ้ ชินเขต ก็เลยมาแจ้งเหตุเอาผิดข้อกล่าวหาบุกรุก

จากในกรณีที่ผู้ร้ายพยายามเข้ากระทำอนาจารนิสิตสาวปีที่ 1 สาขาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมีชื่อ ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ปากซอยสวยวงศ์วานว่านเครือ 34 ตำบลทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ จังหวัดกรุงเทพ

ซึ่งผู้เสียหายสาวนั้นได้ร้องตะโกนเรียกกระทั่งทำให้ผู้ร้ายเห็นท่าไม่ดีวิ่งออกมาจากห้องสุขาแล้ววิ่งขึ้นรถสองแถวสีแดงที่หยุดเดินเครื่องรออยู่รอบๆหน้าห้องสุขาขับแอบหนีไปอย่างเร็ว

ช่วงเวลาเดียวกันข้าราชการได้ลงพื้นที่ติดตามตัว จนกระทั่งสามารถติดตามจับตัวนายนนทกานต์ แก้วใหม่ หรือ เอ้ ชินเขต อายุ 33 ปี อาชีพขับวินรถปิคอัพสองแถวหน้าห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ผู้ต้องหาในคดีนี้จากที่เสนอข่าวสารไปก่อนหน้าที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 20 ธันวาคม62 ร.ต.ท.ภาณุพงศ์ เพียรทำ รอง สว.(สืบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี รับแจ้ง จาก นางสาวประทุม ทองทำธุระ อายุ 55 ปี ประชาชนกลุ่ม 3 ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จ.บุรีรัมย์ ปฏิบัติงานเป็นคนดูแลห้องพักแห่งหนึ่ง

ซอยงามวงศ์วาน 31 ตำบลบางเขน อำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรี ว่าเวลา 01.30 น. เมื่อคืนนี้ที่ผ่านได้มีฆาตกรเป็นชายอายุราว 30 ปี เข้ามาเคาะหอพักตนบ่อยตนไม่กล้าเปิด เพียงพอครู่หนึ่งมองเห็นเงียบไปรู้สึกว่าชายดังที่กล่าวถึงมาแล้วไปแล้วจึงได้เปิดทางออกมาออกมามอง ปรากฏว่าชายดังที่กล่าวมาแล้วได้วิ่งสวนเข้ามาในห้อง ตนก็เลยร้องตะโกนขอร้อง ฆาตกรได้วิ่งแอบหนีไป

ถัดมาวันนี้ได้มีประชาชนนำภาพถ่ายให้มองว่ามีผู้ร้ายไปก่อเหตุพยายามทำอนาจารนิสิตด้านในปั๊มน้ำมันปากซอยงามวงศ์วาน 34 ตำบลทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ จ.กรุงเทพฯ เมื่อตนมองภาพถึงกับสะดุ้งเพราะเหตุว่าเป็นผู้ร้ายที่มาก่อเหตุบุกเข้ามาในห้องตนเมื่อคืน ซึ่งเสื้อผ้าที่ผู้ร้ายใส่เป็นชุดเดียวกัน ตนก็เลยตกลงใจเข้าแจ้งเหตุดำเนินคดีบุกรุกเพื่อให้ฟ้องกับผู้ต้องหารายนี้ถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1730893

นาทีฆ่า ปืนสงครามรุมกระหน่ำ ฆ่าเจ้าของอู่ที่จังหวัดตรัง สุดเหี้ยมหาญ

นาทีฆ่า ฆ่าเจ้าของอู่ ที่จังหวัดตรัง

เจอภาพนาทีฆ่า ฆาตกรยิงกระหน่ำ ฆ่าเจ้าของอู่ ที่ อ.รัษฎา จ.ตรัง ใช้อาวุธปืนการทำศึกรัวใส่อย่างไร้เมตตาปรานี เสียงดังกึกก้องกว่า 20 นัดหมาย ยังยิงใส่ผู้ที่อยู่นอกรถยนต์ด้วย ชี้เป็นการก่อเหตุที่เหี้ยมหาญมากมาย

จากเหตุเมื่อเวลาดึก เวลา 00.20 น. คืนวันที่ 18 เดือนธันวาคม นายเครื่องหมายชัย หรือช่างวัช กลับขัน อายุ 53 ปี เป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถเครื่องหมายชัยการช่าง อยู่กลุ่ม 1 ต.คทดลองปาง อำเภอรัษฎา จังหวัดจังหวัดตรัง ถูกผู้ร้ายยิงด้วยอาวุธปืนการสู้รบ เสียชีวิตค้างรถปิคอัพมิตซูบิชิ 4 ประตู สีขาว เลขทะเบียน กจ 6409 จังหวัดตรัง หยุดอยู่หน้าอู่ซ่อมรถ ส่วนเมียแล้วก็ลูกน้องอีก 1 คน บาดเจ็บอย่างรุนแรง

ปัจจุบัน เจอรูปภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านค้าเกิดเหตุบันทึกภาพชาย 2 คน ถือปืนเข้ามายิงใส่รถยนต์ที่ผู้เสียชีวิตขับมาหยุด เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ลูกปืนถูกตัวถังแล้วก็กระจกรถ มีสะเก็ดไฟ โดยรัวยิงเสียงหูดับตับไหม้กว่า 20 นัดหมาย นานราว 20 วินาที

เว้นแต่ยิงใส่รถยนต์ ยังเล็งยิงใส่ผู้ที่อยู่นอกรถยนต์ด้วย ก่อนที่จะถอบกลับขึ้นรถหลบซ่อนไป ซึ่งจากภาพจะมีความเห็นว่าเป็นการก่อเหตุที่เหี้ยมหาญเป็นอย่างมาก ส่วนอาวุธปืนการศึกน่าจะเป็นอาก้าแบบพับฐาน.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/south/1728750

ยกฟ้อง สันธนะ คดีกันโชกทรัพย์สมบัติ พ่อค้า-แม่ค้า ตลาดใหม่ดอนเมือง

ศาลอาญาตัดสินคดี ยกฟ้อง สันธนะ ประยูรรัตน์

ศาลอาญาชี้ขาดยกฟ้อง สันธนะ ประยูรรัตน์ คดีข่มขู่สินทรัพย์ ตลาดใหม่ดอนเมือง ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนัก เจ้าตัวจ่อฟ้องกลับ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม62 ที่ห้องพินิจ 910 ศาลอาญา ศาลนัดหมายฟังคำวินิจฉัยคดีกันโชกทรัพย์สมบัติผู้ค้าตลาดดอนเมืองเลขลำดับดำ อำเภอ1951/61 ที่บุคลากรอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสันธนะ ประยูรรัตน์ กับพวกรวม 11 คนเป็นเชลย ในความผิดพลาดฐานด้วยกันกันโชกทรัพย์สมบัติ อั้งยี่ รังโจน อื่นๆอีกมากมาย

กรณีเมื่อระหว่างต้นเดือน เดือนมกราคม-ต้นเดือน เม.ย.59 ต่อเนื่องกัน เชลยทั้งหมดทั้งปวง ด้วยกันสมคบคิดกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปคิดแผนกันโชกทรัพย์สมบัติโดยแบ่งกลุ่มละ 3-5 คน สับเปลี่ยนหมุนวนไปข่มขวัญ จะประทุษร้าย ต่อชีวิต ร่างกาย ผู้เสียหายอีกทั้ง 19 ราย รวมทั้งกรุ๊ปผู้ประกอบร้าน ที่เช่าพื้นที่ด้านในรอบๆตลาดดอนเมือง ตำบล-เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ถ้าเกิดแข็งข้อ ไม่ยินยอมจ่ายค่าคุ้มครองเป็นเดือนๆรวมเป็นเงิน 750,000 บาท

โดยศาลพิจารณาหลักฐานแล้วมีความคิดเห็นว่า แม้ว่าจะมีการเรียกเก็บเงินทุกเดือนจริง แต่ว่ามิได้เป็นรูปแบบของการบังคับบีบบังคับ โดยเชลยจะไปเป็นกรุ๊ป 3-4 คน ซึ่งไม่มีการนำเอา

อาวุธอะไร และก็จะนำสมุดให้ผู้ค้าเซ็นชื่อ ข้างในมีเนื้อความบอกว่ายินดีมอบเงินให้ตลาดใหม่ ซึ่งมีการเรียกเก็บเงินเป็นแบบอย่างปรับปรุงตลาดใหม่ดอนเมือง เพื่อนำไปเป็นค่าความสะอาด

ค่าเก็บขยะ ค่าพนักงานที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย แล้วก็ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าบำรุงรักษาตลาด ถือได้ว่าเป็นการพึ่งพาอาศัยผลดีซึ่งกันและกัน เวลาที่ที่ผ่านมาเชลยไม่เคยถูกฟ้องร้องมาก่อน แต่ว่าภายหลังข้าราชการตรวจหาตลาดกลับมีการฟ้องศาลเกิดขึ้นซึ่งผิดวิสัยทั่วๆไป หลักฐานที่โจทก์นำสืบไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะยอมรับฟังได้ว่าเชลยทั้งยัง 11 คน กระทำผิดตามฟ้อง ก็เลยตัดสินยกฟ้อง

นายสันธนะ บอกว่า คดีนี้ศาลยกฟ้อง ตัวเองก็จัดแจงที่จะขยายผลถึงผู้ที่มีการเกี่ยวข้องใน 3 ระดับ เป็น ผู้ใช้อำนาจเมืองในระดับออกคำสั่ง, เจ้าหน้าที่รัฐระดับผู้สั่งการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐข้างกระทำการ ซึ่งข้าราชการกลุ่มนี้รู้ว่าความประพฤติดังที่กล่าวถึงแล้ว ได้แก่การใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้องแม้กระนั้นก็ยังคงใช้อำนาจดังที่ได้กล่าวมาแล้วแกล้งพสกนิกรแล้วก็คนทั่วๆไป พร้อมการันตีจะมีการฟ้องกลับอย่างแน่แท้.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1727995

นุ๊ก สุทธิดา แจ้งเหตุ ปอท.ถูกคนเลียนแบบเฟซบุ๊ก ไปหลอกคนให้โอนเงินร่วมทำบุญสุนทาน

นุ๊กสุทธิดา พร้อมผู้เสียหายแล้วก็ทนายความษิทรา

นุ๊ก สุทธิดา พร้อมผู้เสียหายแล้วก็ทนายความษิทรา ฟ้องร้องปอท.ถูกคนเลียนแบบเฟซบุ๊ก ชื่อ “Nook Sutida” หลอกประชากรให้โอนเงินร่วมทำบุญทำกุศล โดย ตำรวจจะแยกเป็น 2 คดี เป็น เลียนแบบเฟซบุ๊กไม่ถูก พระราชบัญญัติคอมฯ และก็ ฉ้อฉลพลเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 เดือนธันวาคม62 นางสาวสุทธิดา สุขสม ณ อยุธยา หรือ นุ๊ก สุทธิดา อดีตกาลศิลปินนักร้องมีชื่อเสียง และ ทนายความษิทรา เบี้ยมีขึ้น เลขาธิการมูลนิธิคณะทำงานทนายความพสกนิกรฯ เดินทางเข้าหา พันตำรวจเอกศรีวัฒน์ ดีพอเพียง รอง ผบกรัมปอท. เพื่อฟ้องร้องฟ้องร้องผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กเลียนแบบ ชื่อ “Nook Sutida” คดโกงผู้เสียหาย โดยกล่าวถึงว่าจะนำเงินดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วไปทำบุญทำกุศล โดยมี นางสาวมาดี ประเสริฐนนทนนท์ ผู้เสียหายเดินทางมาร่วมแจกแจง

ทนายความษิทรา เผยออกมาว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กเลียนแบบได้ส่งเมสเซนเจอร์ใจความผ่านทางเฟซบุ๊ก หลอกขอรับบริจาคผู้เสียหายปริมาณหลายราย และก็มีสหายศิลปินนักแสดงแทบกลายเป็นเหยื่อบัญชีเฟซบุ๊กเลียนแบบดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยมั่นใจว่าได้ทำมานานแล้ว ก็เลยได้นำหลักฐานเป็นเนื้อความพูดคุย แล้วก็เลขที่บัญชีที่โอนเงินไปให้ มามอบให้ ปอท. ช่วยวิเคราะห์หาเพศผู้กระทำผิด ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆที่ถูกเฟซบุ๊กเลียนแบบทักเนื้อความไปขอช่วยทำบุญทำกุศลให้ติดต่อมายังตน เพื่อนำหลักฐานมาแจ้งเหตุตำรวจ ปอท.เพิ่ม

ด้าน นางสาวสุทธิดา บอกว่า เฟซบุ๊กเลียนแบบดังกล่าวข้างต้นนำรูปตนไปใช้แอบอ้างเนื่องจากว่าตนเป็นคนมักจะทำบุญ ก็เลยใช้ภาพลักษณ์แบบนี้ไปหลอกคนอื่นโดยมีผู้เสียหายติดต่อมายังตนถามคำถามว่ามีการให้ช่วยโอนเงินเพื่อช่วยทำบุญทำกุศล ซึ่งตนไม่เคยรู้เนื้อหา ซึ่งถ้าเกิดมีการช่วยทำบุญทำกุศลจริง ตนจะโพสต์เลขที่บัญชีโดยตรงที่จะให้ช่วยเหลือ และไม่จำต้องผ่านบัญชีตนเองอะไร ดังนี้ ตนมีเฟซบุ๊ก 2 บัญชีแต่ว่าไม่ค่อยได้เล่น รวมทั้งถ้ามีการอัปรูปจะมีผู้ช่วยรอจัดแจงให้ พร้อมฝากบุคคลที่เลียนแบบเฟซบุ๊ก ไม่อยากที่จะให้ไปฉ้อโกงบุคคลอื่นๆอ้างทำบุญทำทานเนื่องจากเป็นบาป

ระหว่างที่ นางสาวมาดี เปิดเผยว่า เฟซบุ๊กเลียนแบบได้ทักร่วมทำบุญสุนทานไถ่ชีวิตโค ราคาตัวละ 25,000 บาท ตนสงสัยว่าการทำบุญทำทานตามเลื่อมใสเพราะเหตุใดถึงกำหนดจำนวนเงินดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยตนโอนเงินไปเพียงแค่ 20 บาทเพื่อเป็นหลักฐาน ทั้งตนทำธุรกิจส่วนตัว และก็ต้องการให้ สุทธิดา หรือ นุ๊ก มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ให้ แม้กระนั้นผู้ใช้บัญชีเลียนแบบดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นกล่าวถึงว่าไม่สบายเนื่องจากติดถ่ายโปรโมทผลิตภัณฑ์ให้อีกแบรนด์หนึ่ง นอกเหนือจากนั้น เมื่อบากบั่นขอเบอร์ติดต่อกลับถูกเลี่ยง

ส่วน พันตำรวจเอกศรีวัฒน์ บอกว่า คดีนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน 1. ตำรวจจะสืบสวนผู้เสียหายเพื่อเอาผิดบัญชีเฟซบุ๊กเลียนแบบ ในข้อกล่าวหา พระราชบัญญัติความประพฤติปฏิบัติความผิดพลาดทางคอมพิวเตอร์ และก็ หลอกลวงราษฎร 2. ส่วน นุ๊ก สุทธิดา จะไต่สวนในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ พร้อมฝากถึงบุคคลที่คิดจะทำการในรูปแบบนี้ ให้หยุดความประพฤติปฏิบัติ เหตุเพราะเป็นความผิดตามข้อบังคับและก็มีอัตราโทษสูง.…

พ่อค้าสุดช็อก พบบิลค่าน้ำ พุ่งทะลุ 2 ล้าน น้ำประปาโร่ขออภัย รับผิดพลาด

พ่อค้าช็อก บิลค่าน้ำ กว่า 2 ล้านบาท

พ่อค้าช็อกพบ บิลค่าน้ำ พุ่งสูงยิ่งกว่า 2 ล้านบาท น้ำประปารุดขออภัย อธิบายบกพร่อง-บันทึกข้อมูลคลาดเคลื่อน ด้านพ่อค้าไม่ชอบใจ แม้กระนั้นขอฝาก เจ้าหน้าที่ปรับแก้ปฏิบัติงานถ้วนถี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จากกรณี นายสมชาย วงศ์สังธะ พ่อค้าขายอาหารทะเล อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นราษฎรในพื้นที่ ตำบลบางโปรง อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดสมุทรปราการ ได้นำภาพใบเสร็จรับเงินแจ้งจ่ายค่าน้ำของการประปานครหลวง สาขาจังหวัดสมุทรปราการ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก กับระบุตัวเลขที่จะต้องจ่ายค่าน้ำ เป็นจำนวนเงิน 2,289,323.96 บาท ก่อนที่จะโพสต์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจะถูกแชร์ต่อ รวมทั้งมีการเข้ามาให้ความคิดเห็นจำนวนมาก

ความก้าวหน้าปัจจุบัน เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (14 ธันวาคม) ผู้รายงานข่าวลงพื้นไปที่บ้านข้างหลังดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งอยู่ด้านในตรอกบางโปรง 11 ตำบลบางโปรง อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อไต่ถามความจริงที่เกิดขึ้น จาก นายสมชาย ผู้ครอบครองเรื่อง ช่วงเวลาเดียวกันได้มีข้าราชการจากการประปา นำโดย นายชัยพร รัตนธนังพงศ์พันธุ์ ผู้จัดการที่ทำการน้ำประปาสาขาจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางเข้ามาที่บ้านข้างหลังดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เพื่ออธิบายถึงข้อบกพร่องกับปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมนำตะกร้าแล้วก็ใบเสร็จรับเงินแจ้งค่าน้ำรอบเดี๋ยวนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่จะต้องจ่าย 469.52 บาท มามอบให้กับ นายสมชาย ด้วย

โดย นายสมชาย บอกว่า ตนพักอยู่ 2 คนกับแม่ แต่ละเดือนจะจ่ายค่าน้ำประปาไม่เกิน 300 บาท แม้กระนั้นเห็นด้วยว่าเดือนที่ผ่านมาแม่ลืมไปจ่าย จนกระทั่งถูกตัดมิเตอร์น้ำ แต่ว่าตนได้ไปทำงานต่อเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็แล้วแต่การใช้ชีวิตประจำวันสำหรับคนธรรมดาทั่วไป

ซึ่งใช้น้ำสำหรับการดำรงชีพนั้น ซึ่งตนก็อยู่กับแม่อายุ 76 ปี เพียงแค่ 2 คน ก็เลยไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะใช้น้ำสูงถึง 2 ล้านบาท ดังนี้ทางการน้ำประปาเมืองหลวงได้ออกมาขออภัย และก็ชี้แจงเกี่ยวกับข้อไม่ถูกผลาดดังกล่าวข้างต้นแล้ว ตนไม่พึงใจเอาความอะไร แต่ว่าต้องการฝากให้กลับไปปรับปรุงแก้ไขหลักการทำงานของข้าราชการ ให้มีความละเอียดรอบคอบในขั้นตอนทำงานมากกว่านี้

ด้าน นายชัยพร รัตนธนังตระกูล ผู้จัดการที่ทำการน้ำประปาสาขาจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวอธิบายว่า ภายหลังจากวิเคราะห์แนวทางการออกใบเสร็จรับเงินแล้ว ได้รับรู้ว่าเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากข้าราชการคีย์ข้อมูลเข้าระบบบันทึกค่าน้ำประปาคลาดเคลื่อน ก็เลยทำให้ข้อมูลการใช้น้ำดังที่กล่าวมาข้างต้นสูงเกินจริง ช่วงเวลาเดียวกันก็ได้รู้ว่าข้าราชการได้นำใบเสร็จรับเงินดังที่กล่าวถึงแล้วกลับมาที่ที่ทำการน้ำประปาสาขาจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อกระทำยกเลิกใบแจ้งค่าน้ำประปาเดิมแล้ว เพื่อปรับแก้รวมทั้งผลิใบแจ้งค่าน้ำประปาใหม่ โดยการวัดจำนวนการใช้น้ำจากค่าถัวเฉลี่ยใช้น้ำก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะส่งใบแจ้งค่าน้ำประปาใหม่ให้กับผู้ใช้น้ำทางไปรษณีย์ แม้กระนั้นระหว่างที่นำส่งนั้นข้าราชการได้กลับนำใบเสร็จรับเงินแจ้งค่าน้ำประปาใบเดิมที่มียอดค่าใช้น้ำสูงแตกต่างจากปกติไปให้ผู้ใช้น้ำ ก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดหัวข้อดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วขึ้น อย่างไรก็ดีสำหรับขั้นตอนแล้วก็มาตรฐานลักษณะการทำงานของการประปานั้น ธรรมดามีระบบระเบียบที่ดีอยู่แล้ว แต่ว่าสิ่งที่บกพร่องนั้นมีต้นเหตุมาจากตัวบุคคล ซึ่งพวกเราจะสั่งย้ำให้ข้าราชการดำเนินงานอย่างละเอียดถ้วนถี่มากยิ่งกว่านี้ แล้วก็จำเป็นต้องกราบขออภัยทางผู้ใช้น้ำถึงข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นด้วย…