หนุ่ม 26 คว้าไม้ไผ่ฟาดหัวเพื่อนบ้านจนตาย ! อ้างยอมไม่ได้ผู้ตายด่าบุพการี

หนุ่ม 26 ปี หลังก่อเหตุใช้ไม้ไผ่ทุบตีศีรษะเพื่อนบ้านจนเสียชีวิต ส่วนสาเหตุผู้ต้องหาอ้างว่าผู้ตายได้มาหาเรื่อง ด่าบุพการีและนำไม้ไผ่จะมาทำร้ายตนก่อน

หนุ่ม 26 ปี คว้าไม้ไผ่ฟาดหัวเพื่อนบ้านจนตาย เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ที่ห้องประชุมชัยสุนทร กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม

ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนายธรรมชาติ อายุ 26 ปี พร้อมของกลางไม้ไผ่เปื้อนเลือด ความยาว 79 เซนติเมตร เส้นรอบวง 13 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร จำนวน 1 ท่อน

หลังก่อเหตุใช้ไม้ไผ่ทุบตีศีรษะ นายสัญญา กิ่งภูเขา อายุ 44 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2561 ที่บริเวณถนนสาธารณะหน้าบ้านเลขที่ 50 หมู่ 2 ต.ภูแล่นช้าง อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์

หนุ่ม 26

พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รรท.ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สำหรับพฤติการณ์ในวันเกิดเหตุนายสัญญา กิ่งภูเขา ผู้ตาย ได้ถือท่อนไม้ไผ่ของกลางจะไปทำร้ายนายธรรมชาติ ผู้ต้องหา จากนั้นจึงเกิดการต่อสู้กันและผู้ต้องหาได้ยื้อแย่งไม้ไผ่ของกลางได้

จึงได้ใช้ไม้ไผ่ตีทำร้ายนายสัญญาที่บริเวณศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเลือดอาบทั้งตัว จากนั้นชาวบ้านที่พบเห็นได้นำตัวนายสัญญาไปส่งโรงพยาบาลอำเภอนาคู ก่อนจะส่งต่อมาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

หลังก่อเหตุนายธรรมชาติ ได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงขอหมายจับและสามารถทำการจับกุมตัวได้ ซึ่งทางญาติก็ได้พานายธรรมชาติ มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนมูลเหตุในครั้งนี้ผู้ต้องหาให้การว่า เนื่องจากผู้ตายมีอาการเมาสุราและได้เดินเข้ามาดุด่าถึงบุพการีของตน ทำให้มีปากเสียงกัน

จากนั้นผู้ตายก็ได้นำไม้ไผ่จะมาทำร้ายตน ซึ่งตนก็ได้พยายามแย่งไม้ไผ่ออกจากมือผู้ตาย และด้วยความโกรธแค้นที่ผู้ตายด่าว่าบุพการี ตนจึงได้ตัดสินใจใช้ไม้ไผ่ทุบตีเข้าที่บริเวณศีรษะประมาณ 2 ครั้ง ด้วยความกลัวจึงได้วิ่งหลบหนีไป

แต่เมื่อทราบว่าตนได้ทำร้ายร่างกายนายสัญญา จนเสียชีวิต จึงติดต่อกับทางญาติขอเข้ามอบตัว ส่วนการประกันตัวทางญาติสามารถยื่นการประกันตัวได้เนื่องจากผู้ต้องหายอมรับสารภาพและเข้ามามอบตัวเอง โดยเจ้าหน้าที่จะได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย”

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เปิดใจ ภรรยา “ลุงจรูญ” สูญเสียคู่ชีวิตกว่า 40 ปี ซ้ำยังมีหนี้กู้สร้างหอพักเกือบ 2 ล้าน

เปิดใจ ภรรยา ลุงเจ้าของหอพักเหยื่อแก๊งวัยรุ่นรุมทำร้ายจนตาย เผยยังทำใจไม่ได้และคิดถึงสามีที่แต่งงานอยู่กินกันมา 40 ปีทุกวัน ผวา หวั่นกลุ่มผู้ก่อเหตุหวนมาข่มขู่ทำร้ายคนในบ้าน

เปิดใจ ภรรยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (5 ต.ค.) รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่าบรรยากาศงานศพของ นายจรูญ อายุ 60 ปี เจ้าของหอพักที่เสียชีวิต จากการถูกกลุ่มวัยรุ่นแก๊งทวงหนี้รุมทำร้ายระหว่างเข้าไปช่วยระงับเหตุทะเลาะวิวาท เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 28 ก.ย.61 ที่ผ่านมา ที่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 6 ตำบลสันนาเม็ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

มีเพื่อนบ้านและคนรู้จักแวะเวียนเข้าไหว้ศพ พร้อมทั้งแสดงความเสียใจกับครอบครัวอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยคืนนี้จะมีการสวดบำเพ็ญกุศลศพเป็นคืนที่ 6 และจะมีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 6 ต.ค.61 นี้

นางศรีวรรณ อายุ 58 ปี ภรรยาของนายจรูญ เปิดเผยว่า ขณะนี้แม้ว่าจะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ตัวเองและทุกคนในบ้านทั้งแม่ของนายจรูญวัย 91 ปี และลูกชายยังทำใจยอมรับกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ได้

เปิดใจ ภรรยา

และจากนี้ไปยังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร เพราะตลอดเวลาที่แต่งงานและอยู่กินกันมาประมาณ 40 ปี นายจรูญเป็นสามีและหัวหน้าครอบครัวที่ดี ดูแลทุกคนในครอบครัวมาโดยตลอด

ซึ่งทุกวันนี้ตัวเองคิดถึงนายจรูญอยู่เสมอ ทุกคืนนอนไม่หลับต้องกินยานอนหลับช่วย โดยมีเพียงรูปถ่ายคู่กันและรูปถ่ายกับลูกชายเพียงไม่กี่รูปเท่านั้นไว้ให้ดูต่างหน้า ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นรูปถ่ายคู่กันเมื่อครั้งไปทำบุญที่วัดที่ตัวเองตั้งไว้ให้เป็นรูปหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

สำหรับหอพักที่เกิดเหตุนั้น นางศรีวรรณ บอกว่า นายจรูญ กู้เงินจาก ธ.ก.ส.เกือบ 2 ล้านบาท มาสร้าง โดยนำที่ดินที่สร้างหอพักและบ้านเป็นหลักค้ำประกัน ด้วยความตั้งใจไว้ว่าจะได้เก็บค่าเช่าและหักต้นทุน เหลือเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูครอบครัวและตัวเองในยามแก่เฒ่า

แต่เพิ่งจะเปิดให้เช่าได้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ก็มาเกิดเหตุการณ์ความสูญเสียในครั้งนี้ขึ้นเสียก่อน ซึ่งยอมรับตามตรงว่าในเวลานี้ยังคิดไม่ออก ว่าหลังจากนี้ไปจะทำอย่างไรต่อไปดีเพื่อดูแลบริหารจัดการหอพัก และหนี้สินที่มีภาระอยู่ต้องผ่อนชำระเดือนละเป็นหมื่น จากการเก็บค่าเช่าหอพักที่มี 9 ห้อง และเก็บค่าเช่าเพียงห้องละ 1,100 บาท เท่านั้น

นอกจากนี้ นางศรีวรรณ กล่าวถึงการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัววัยรุ่นที่ก่อเหตุได้จำนวนหนึ่งแล้วว่า อยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวให้ได้ครบทุกคน และดำเนินการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ หากจับกุมได้ทั้งหมดแล้วอยากให้มีการนำมาแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ เพราะครอบครัวและญาติอยากจะรู้จากปากผู้ก่อเหตุ ว่าทำไมจึงได้ลงมือก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยมอย่างนี้ แต่คงไม่ให้มาขอขมาศพ เพราะสิ่งที่ทำไปเกินกว่าจะให้อภัยได้

โดยระหว่างนี้ที่ยังจับกุมตัวคนร้ายได้ไม่ครบ ยอมรับว่าตัวเองและทุกคนในครอบครัวรู้สึกหวาดผวาเป็นอย่างมาก ว่ากลุ่มคนร้ายจะหวนกลับมาข่มขู่ทำร้าย แม้แต่ผู้ที่เช่าหอพักอยู่ก็หวาดกลัวและย้ายออกไปเหลือเพียงห้องเดียว หรือหากจับกุมได้หมดก็ยังมีความเป็นห่วงอยู่ดี ว่าหากกลุ่มผู้ก่อเหตุพ้นโทษออกมาจะหวนกลับมาข่มขู่ทำร้ายหรือไม่ ซึ่งอยากจะร้องขอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องนี้ด้วย

ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้น รายงานข่าวแจ้งว่าที่สถานีตำรวจภูธรสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายศักดิ์ชัย ,นายอารักษ์ และนายอนิวัต ที่ถูกจับกุมมาสอบสวน พร้อมของกลางมีดที่ใช้ในวันก่อเหตุรุมทำร้ายเจ้าของหอพักเสียชีวิตและนายแดง ชาวเมียนมา ได้รับบาดเจ็บสาหัสกะโหลกร้าวเลือดคั่งในสมอง ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอำเภอสันทราย

ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนเป็นบุคคลในภาพจากกล้องวงจรปิดจริง โดยวันเกิดเหตุตนพร้อมพวกได้นั่งดื่มสุราในงานวันเกิด นายสุพิฌาย์ หรือ นุ๊ก ขณะนั้นมีโทรศัพท์เข้ามาว่านายบรรจง หรือ แบงค์ ถูกทำร้ายร่างกายจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามพรรคพวกไป เมื่อไปถึงตนได้เป็นคนกระโดดถีบประตู และงัดบานเกล็ดประตูหอพักจริง ส่วนมีดที่ถือวิ่งไปนั้นเป็นมีดของนายแดง ชาวเมียนมาร์ที่ตนเองแย่งมาได้

อย่างไรก็ตาม ยืนยันไม่ได้เป็นคนทำร้าย ทั้งนายแดง และนายจรูญ ผู้เสียชีวิต ขณะที่นายอนิรุต ให้การว่า นายอนิวัต ซึ่งเป็นน้องชายเป็นคนพาไปและขณะเกิดเหตุตนได้ถีบประตูห้อง แต่ไม่รู้ทำร้ายใครไปบ้างเนื่องจากอยู่ในช่วงชุลมุน

เบื้องต้น ตำรวจ ตั้งข้อร่วมกัน ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ และผู้อื่นถึงแก่ความตาย ร่วมกันบุกรุกเคหสถาน เวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์

ขณะที่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายบุญญฤทธิ์ หรือ โปร หัวหน้าแก๊งเก็บเงินกู้สายจังหวัดลำพูน ได้เข้ามอบตัวที่ สภ.มะขาม จังหวัดจันทบุรี แล้วหลังถูกตำรวจออกหมายจับ

โดยล่าสุดวันนี้ตำรวจออกหมายจับเพิ่ม 7 ราย มอบตัว 3 ราย ขาดอีก 4 ราย คือ นายดิเรก หรือ ช้าง,นายแม็ก ไม่ทราบนามสกุล, นายวิชิต ไม่ทราบนามสกุล และ นายเบนซ์ ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com