ผลพิสูจน์ “ซากแมว” โดนหมาขย้ำตาย เจอสารแปลกปลอมคล้ายยาซึม

ผลพิสูจน์ “ซากแมว” ผลผ่าพิสูจน์ซากแมวตาย หลังถูกปล่อยทิ้งจนสุนัขขย้ำตาย 33 ตัว พบสารแปลกปลอมคล้ายยาซึมในแมวที่รอดชีวิต ขณะที่ซากแมวตัวอื่นๆ

ผลพิสูจน์ “ซากแมว” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนกรณีแมว จำนวน 33 ตัว ถูกสุนัขในวัดทุ่งงาย ต.ทุ่งงาย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กัดตายเหลือรอดอยู่เพียงตัวเดียว หลังจากที่มีคนขับรถกระบะนำไปปล่อยไว้ในวัด

ซึ่งเมื่อวานนี้ทางปศุสัตว์ จ.สงขลา และผู้ใหญ่บ้านทุ่งงาย ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.คอหงส์ แล้ว เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่นำมาปล่อย รวมทั้งมีการขุดซากแมว 4 ตัว ไปผ่าพิสูจน์เพื่อหาสารแปลกปลอม เพราะเชื่อว่าแมวทั้งหมดน่าจะถูกวางยามาก่อนแล้ว

ผลพิสูจน์

ล่าสุดในทางคดีตำรวจชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของรถยนต์กระบะที่นำแมวมาทิ้งไว้ซึ่งเป็นรถกระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นเอ็นวี สีบรอนซ์ หรือ เทา แต่หมายเลขทะเบียนไม่ชัด เพื่อแกะรอยเส้นที่มาของรถยนต์คันนี้ รวมทั้งป้ายหมายเลขทะเบียนเพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของ

รวมทั้งตรวจสอบแหล่งที่มีการเลี้ยงแมวเป็นจำนวนมากๆ ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ว่ามีที่ใดบ้าง แต่เชื่อว่ารถกระบะคันนี้น่าจะอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงไม่ได้ขับมาไกล และขอความร่วมมือผู้ที่ทราบเบาะแสของรถกระบะคันนี้ ให้แจ้งข้อมูลไปที่ สภ.คอหงส์ หมายเลข 074-211411 หรือเพจ สภ.คอหงส์

ร.ต.อ.ชุติพนธ์ สุบรรณน้อย รองสารวัตรสอบสวน สภ.คอหงส์ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ในทางการสอบสวนยังรอผลการตรวจสอบรถยนต์ว่าเป็นของใคร หากทราบผู้ครอบครองก็จะออกหมายเรียก มาทำการสอบสวนว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ รวมทั้งรอผลการผ่าพิสูจน์ศพแมวว่ามีร่องรอยของการทารุณกรรมสัตว์หรือไม่ เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมซึ่งโทษถึงขั้นจำคุกและปรับ

ส่วนความคืบหน้าผลการตรวจพิสูจน์แมวที่รอดชีวิต 1 ตัว และผลการผ่าพิสูจน์แมว 4 ตัว ที่ขุดหลุมไปตรวจเมื่อวานนี้ ผลออกมาแล้ว โดย น.ส.ศิรพันธ์ งามพร้อมวงษ์ กลุ่มอาสาบ้านหมายิ้ม เป็นตัวแทนของ Watchdog Thailand เปิดเผยว่า ผลการตรวจปัสสาวะแมวที่รอดชีวิต พบสารแปลกปลอมบางอย่างคล้ายกับยาซึมหรือยาในกลุ่มเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถระบุชนิดได้

ส่วนผลการผ่าพิสูจน์แมวที่ตายทั้ง 4 ตัว พบว่าสาเหตุการตายมาจากถูกสุนัขกัดและภายในบอบช้ำ ในกระเพาะอาหารมีข้าวที่ยังไม่ย่อย ซึ่งเป็นไปได้ว่ามีการคลุกข้าวให้กินและอาจผสมยาบางชนิดเข้าไปในข้าวก่อนที่จะนำไปปล่อย ส่วนตัวเมียมีการทำหมันเรียบร้อย บ่งชี้ว่าแมวทั้งหมดมีการเลี้ยงดูอย่างดี

โดยหลังจากนี้จะส่งชิ้นเนื้อและตัวอย่างเลือดไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสารแปลกปลอมว่าเป็นสารชนิดใด และนำไปเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ที่นำแมวมาทิ้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เบรกหน้าทิ่ม ! นาทีขวัญผวาเจอชายปริศนา นอนขวางกลางถนนมิตรภาพ

เบรกหน้าทิ่ม หนุ่มขอนแก่นแชร์คลิปเตือนใจ เพราะเกือบขับรถเหยียบทับร่างชายนอนขวาง กลางถนนมิตรภาพ

เบรกหน้าทิ่ม ภาพจากกล้องหน้ารถยนต์ของ นายภูมิพัฒน์ อายุ 40 ปี สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญ วินาทีที่ขับรถยนต์มาตามทางอยู่ดีๆ ปรากฏว่าถนนข้างหน้ามีชายเมาพุ่งนอนอยู่กลางถนน ทำให้รถเกือบจะพุ่งชนและเหยียบชายคนดังกล่าว กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ หลังคลิปถูกนำไปแชร์ในโซเชียลมีเดีย

เบรกหน้าทิ่ม

โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้าเมืองขอนแก่น ในช่องจราจรเลนขวาสุด หน้าบ้านกุดกว้าง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จุดดังกล่าวมีโครงการก่อสร้างถนนอยู่ โดยชายคนดังกล่าวสวมใส่กางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ เมื่อรถหยุดจอดยังลุกขึ้นมาโวยวาย ทำให้ นายภูมิพัฒน์ ได้ขับออกไป

นายภูมิพัฒน์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ขับรถจะกลับบ้านที่เมืองขอนแก่น โดยภรรยาเป็นคนขับ แต่ขณะที่ขับรถยนต์มาถึงจุดก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟบ้านกุดกว้าง ปรากฏว่าเห็นคนนอนอยู่บนถนนข้างหน้า จึงตะโกนร้องบอกภรรยาหยุดรถ

เมื่อรถหยุดระหว่างทาง ห่างจากจุดที่ชายคนดังกล่าวนอนอยู่ไม่ไกลนัก ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวก็ได้ลุกขึ้นมา พร้อมกับ ตะโกนว่า “ทำไมไม่เหยียบให้ตายๆ ไป!” สร้างความตกใจเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อมาตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น เพราะคาดว่าชายคนดังกล่าวอาจจะมึนเมา

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปสอบถามชาวบ้านบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ จึงทราบว่า ช่วงเวลาประมาณ 09.30 น. มีชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ซึ่งเป็นชายคนเดียวกับที่นอนขวางถนนในคลิป ได้เดินมาและตะโกนเอะอะโวยวายเหมือนคนเมาสุราหรือสารเสพติด รวมทั้งมีการท้าตีท้าต่อย จากนั้นก็เดินหายเข้าภายในหมู่บ้านไป ซึ่งชาวบ้านต่างไม่คุ้นหน้าชายคนดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

อดีตนักฟุตบอลทีมดัง ผันตัวเป็นโจร ปล้นทองเกลี้ยงร้าน 200 บาท

อดีตนักฟุตบอลทีมดัง ย่องเบาเข้าไปลักทองคำหลายร้อยกิโลกรัมภายในร้านห้างทองทวีชัย 4 สาขาตลาดสะพานดำ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

อดีตนักฟุตบอลทีมดัง นายนนทกร หรือ เข้ อายุ 27 ปี อดีตผู้รักษาประตูทีมฟุตบอลชื่อดังในภาคเหนือ ซึ่งมีหมายจับคดีลักรถยนต์ และเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดีลักทรัพย์ร้านทองทวีชัย 4 ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามจับกุม

ซึ่งมีการสืบทราบว่า นายนนทกร ได้หายตัวไปตั้งแต่หลังเกิดเหตุร้านทองถูกงัด และหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านภรรยาในพื้นที่ จ.น่าน ทางเจ้าหน้าที่จึงนำหมายจับในคดีลักรถจักรยานยนต์เดินทางไปเฝ้าประกบก่อนจะจับกุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด ซึ่งจากการตรวจสอบคนร้าย พบทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งด้วย

อดีตนักฟุตบอลทีมดัง

ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ นายนนทกร ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุคนเดียว โดยได้มาเฝ้าดูลาดเลาทุกวัน นานกว่า 1 สัปดาห์ จนกระทั่งเตรียมพร้อมจะลงมือ จึงได้ไปซื้อลูกกุญแจที่เหมือนกับของร้านทอง ซึ่งปิดล็อคอยู่ที่ประตูหลังบ้าน มาสับเปลี่ยนด้วยการรอจังหวะใกล้จะปิดร้าน แล้วจึงนำกุญแจที่ซื้อมาปิดล็อกให้แทนก่อน จากนั้น จึงรอให้ถึงช่วงกลางดึก จึงบุกเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว เมื่อได้ทองมาแล้ว

จึงนำทองที่ได้มาส่วนหนึ่งนำไปเก็บไว้ที่บ้านพักบริเวณด้านหลังสนามกีฬากลาง จากนั้น จึงได้นำทองส่วนหนึ่งติดตัวไป โดยได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ที่ศูนย์ท่ารถ แล้วขึ้นรถโดยสารเดินทางนำทองไปตระเวนขายในพื้นที่ จ.แพร่ และน่าน ได้เงินมาจำนวน 300,00 บาท ก่อนมาถูกจับกุม

นายนนทกร บอกว่า การก่อเหตุครั้งนี้ เป็นเพราะเพิ่งตกงาน โดยเมื่อก่อนเคยเป็นผู้รักษาประตูทีมฟุตบอล แล้วผันตัวมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ถูกไล่ออก เนื่องจากตนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักรถ จึงไม่มีงานอะไรทำ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา ดูหนังเกี่ยวกับการโจรกรรมมาหลายเรื่อง

จึงทำให้มีความคิดเลียนแบบหนังเหล่านี้ ไปนำไปก่อเหตุ และทำได้จริง ตนมองว่าเจ้าของร้านเป็นคนไม่ค่อยระวัง จึงทำให้ตนเข้าไปก่อเหตุได้ง่าย ซึ่งก่อนหน้าที่จะเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว ตนมีความคิดที่จะปล้นรถขนเงินด้วยซ้ำ แต่ตนไม่มีรถยนต์ใช้ในการหลบหนี จึงได้เลือกก่อเหตุกับร้านทองแทน

อย่างไรก็ตาม หลังการสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายนนทกรเดินทางไปที่บ้านพัก ที่ตัวผู้ต้องหาให้การว่านำทองส่วนหนึ่งไปซูกซ่อนไว้ พบทองรูปพรรณบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกแบบหูหิ้ว จึงยึดเอาไว้ตรวจสอบ จากนั้น จึงได้พาตัวไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพจุดเส้นทางหลบ

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

สะเทือนใจ-ยายนิรนามดวงกุดข้ามถนนตัดหน้าเก๋งซิ่งทางตรงถูกชนเสียชีวิต

สะเทือนใจ ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ คำกอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้ง มีอุบัติเหตุรถเก๋งชนคนเดินเท้าเสียชีวิตบริเวณ

สะเทือนใจ ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋ง ซูซูกิ สวิฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน 7 กส 7442 กทม. ใน สถาพด้านหน้ารถพังยับเยินและกระจกแตก ห่างออกไปไม่ไกลพบศพหญิงชราไม่ทราบชื่อ ตรวจสอบภายในตัวไม่พกเอกสารใดๆ

สะเทือนใจ

ภายในตัวในสภาพ ศีรษะมีแผลฉีกขาด ซี่โครง หัก ขาทั้งสองข้างหักผิดรูปนอนจมกองเลือดอยู่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน นายธิติพันธ์ อายุ 26 ปี คนขับรถเก๋งคันทราบว่า ตนได้ขับรถออกมาจากห้างบิ๊กซีสัตหีบ มาตามทางเพื่อมุ่งหน้าเข้าตลาดสัตหีบ พอมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ผู้ตายได้วิ่งข้ามถนนออกมาอย่างกะทันหันทำให้หักหลบไม่ทันจึงชนเข้าอย่างจัง

ด้าน ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้บันทึกที่เกิดเหตุ ก่อนจะสอบสวนคนขับรถเพิ่มเติ่ม ก่อนจะมอบศพให้มูลนิธิเก็บรักษาไว้รอญาติมาติดต่อเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com