ผลพิสูจน์ “ซากแมว” โดนหมาขย้ำตาย เจอสารแปลกปลอมคล้ายยาซึม

ผลพิสูจน์ “ซากแมว” ผลผ่าพิสูจน์ซากแมวตาย หลังถูกปล่อยทิ้งจนสุนัขขย้ำตาย 33 ตัว พบสารแปลกปลอมคล้ายยาซึมในแมวที่รอดชีวิต ขณะที่ซากแมวตัวอื่นๆ

ผลพิสูจน์ “ซากแมว” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนกรณีแมว จำนวน 33 ตัว ถูกสุนัขในวัดทุ่งงาย ต.ทุ่งงาย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กัดตายเหลือรอดอยู่เพียงตัวเดียว หลังจากที่มีคนขับรถกระบะนำไปปล่อยไว้ในวัด

ซึ่งเมื่อวานนี้ทางปศุสัตว์ จ.สงขลา และผู้ใหญ่บ้านทุ่งงาย ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.คอหงส์ แล้ว เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่นำมาปล่อย รวมทั้งมีการขุดซากแมว 4 ตัว ไปผ่าพิสูจน์เพื่อหาสารแปลกปลอม เพราะเชื่อว่าแมวทั้งหมดน่าจะถูกวางยามาก่อนแล้ว

ผลพิสูจน์

ล่าสุดในทางคดีตำรวจชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของรถยนต์กระบะที่นำแมวมาทิ้งไว้ซึ่งเป็นรถกระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นเอ็นวี สีบรอนซ์ หรือ เทา แต่หมายเลขทะเบียนไม่ชัด เพื่อแกะรอยเส้นที่มาของรถยนต์คันนี้ รวมทั้งป้ายหมายเลขทะเบียนเพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของ

รวมทั้งตรวจสอบแหล่งที่มีการเลี้ยงแมวเป็นจำนวนมากๆ ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ว่ามีที่ใดบ้าง แต่เชื่อว่ารถกระบะคันนี้น่าจะอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงไม่ได้ขับมาไกล และขอความร่วมมือผู้ที่ทราบเบาะแสของรถกระบะคันนี้ ให้แจ้งข้อมูลไปที่ สภ.คอหงส์ หมายเลข 074-211411 หรือเพจ สภ.คอหงส์

ร.ต.อ.ชุติพนธ์ สุบรรณน้อย รองสารวัตรสอบสวน สภ.คอหงส์ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ในทางการสอบสวนยังรอผลการตรวจสอบรถยนต์ว่าเป็นของใคร หากทราบผู้ครอบครองก็จะออกหมายเรียก มาทำการสอบสวนว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ รวมทั้งรอผลการผ่าพิสูจน์ศพแมวว่ามีร่องรอยของการทารุณกรรมสัตว์หรือไม่ เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมซึ่งโทษถึงขั้นจำคุกและปรับ

ส่วนความคืบหน้าผลการตรวจพิสูจน์แมวที่รอดชีวิต 1 ตัว และผลการผ่าพิสูจน์แมว 4 ตัว ที่ขุดหลุมไปตรวจเมื่อวานนี้ ผลออกมาแล้ว โดย น.ส.ศิรพันธ์ งามพร้อมวงษ์ กลุ่มอาสาบ้านหมายิ้ม เป็นตัวแทนของ Watchdog Thailand เปิดเผยว่า ผลการตรวจปัสสาวะแมวที่รอดชีวิต พบสารแปลกปลอมบางอย่างคล้ายกับยาซึมหรือยาในกลุ่มเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถระบุชนิดได้

ส่วนผลการผ่าพิสูจน์แมวที่ตายทั้ง 4 ตัว พบว่าสาเหตุการตายมาจากถูกสุนัขกัดและภายในบอบช้ำ ในกระเพาะอาหารมีข้าวที่ยังไม่ย่อย ซึ่งเป็นไปได้ว่ามีการคลุกข้าวให้กินและอาจผสมยาบางชนิดเข้าไปในข้าวก่อนที่จะนำไปปล่อย ส่วนตัวเมียมีการทำหมันเรียบร้อย บ่งชี้ว่าแมวทั้งหมดมีการเลี้ยงดูอย่างดี

โดยหลังจากนี้จะส่งชิ้นเนื้อและตัวอย่างเลือดไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสารแปลกปลอมว่าเป็นสารชนิดใด และนำไปเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ที่นำแมวมาทิ้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เบรกหน้าทิ่ม ! นาทีขวัญผวาเจอชายปริศนา นอนขวางกลางถนนมิตรภาพ

เบรกหน้าทิ่ม หนุ่มขอนแก่นแชร์คลิปเตือนใจ เพราะเกือบขับรถเหยียบทับร่างชายนอนขวาง กลางถนนมิตรภาพ

เบรกหน้าทิ่ม ภาพจากกล้องหน้ารถยนต์ของ นายภูมิพัฒน์ อายุ 40 ปี สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญ วินาทีที่ขับรถยนต์มาตามทางอยู่ดีๆ ปรากฏว่าถนนข้างหน้ามีชายเมาพุ่งนอนอยู่กลางถนน ทำให้รถเกือบจะพุ่งชนและเหยียบชายคนดังกล่าว กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ หลังคลิปถูกนำไปแชร์ในโซเชียลมีเดีย

เบรกหน้าทิ่ม

โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้าเมืองขอนแก่น ในช่องจราจรเลนขวาสุด หน้าบ้านกุดกว้าง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จุดดังกล่าวมีโครงการก่อสร้างถนนอยู่ โดยชายคนดังกล่าวสวมใส่กางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ เมื่อรถหยุดจอดยังลุกขึ้นมาโวยวาย ทำให้ นายภูมิพัฒน์ ได้ขับออกไป

นายภูมิพัฒน์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ขับรถจะกลับบ้านที่เมืองขอนแก่น โดยภรรยาเป็นคนขับ แต่ขณะที่ขับรถยนต์มาถึงจุดก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟบ้านกุดกว้าง ปรากฏว่าเห็นคนนอนอยู่บนถนนข้างหน้า จึงตะโกนร้องบอกภรรยาหยุดรถ

เมื่อรถหยุดระหว่างทาง ห่างจากจุดที่ชายคนดังกล่าวนอนอยู่ไม่ไกลนัก ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวก็ได้ลุกขึ้นมา พร้อมกับ ตะโกนว่า “ทำไมไม่เหยียบให้ตายๆ ไป!” สร้างความตกใจเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อมาตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น เพราะคาดว่าชายคนดังกล่าวอาจจะมึนเมา

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปสอบถามชาวบ้านบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ จึงทราบว่า ช่วงเวลาประมาณ 09.30 น. มีชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ซึ่งเป็นชายคนเดียวกับที่นอนขวางถนนในคลิป ได้เดินมาและตะโกนเอะอะโวยวายเหมือนคนเมาสุราหรือสารเสพติด รวมทั้งมีการท้าตีท้าต่อย จากนั้นก็เดินหายเข้าภายในหมู่บ้านไป ซึ่งชาวบ้านต่างไม่คุ้นหน้าชายคนดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

อดีตนักฟุตบอลทีมดัง ผันตัวเป็นโจร ปล้นทองเกลี้ยงร้าน 200 บาท

อดีตนักฟุตบอลทีมดัง ย่องเบาเข้าไปลักทองคำหลายร้อยกิโลกรัมภายในร้านห้างทองทวีชัย 4 สาขาตลาดสะพานดำ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

อดีตนักฟุตบอลทีมดัง นายนนทกร หรือ เข้ อายุ 27 ปี อดีตผู้รักษาประตูทีมฟุตบอลชื่อดังในภาคเหนือ ซึ่งมีหมายจับคดีลักรถยนต์ และเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดีลักทรัพย์ร้านทองทวีชัย 4 ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามจับกุม

ซึ่งมีการสืบทราบว่า นายนนทกร ได้หายตัวไปตั้งแต่หลังเกิดเหตุร้านทองถูกงัด และหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านภรรยาในพื้นที่ จ.น่าน ทางเจ้าหน้าที่จึงนำหมายจับในคดีลักรถจักรยานยนต์เดินทางไปเฝ้าประกบก่อนจะจับกุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด ซึ่งจากการตรวจสอบคนร้าย พบทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งด้วย

อดีตนักฟุตบอลทีมดัง

ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ นายนนทกร ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุคนเดียว โดยได้มาเฝ้าดูลาดเลาทุกวัน นานกว่า 1 สัปดาห์ จนกระทั่งเตรียมพร้อมจะลงมือ จึงได้ไปซื้อลูกกุญแจที่เหมือนกับของร้านทอง ซึ่งปิดล็อคอยู่ที่ประตูหลังบ้าน มาสับเปลี่ยนด้วยการรอจังหวะใกล้จะปิดร้าน แล้วจึงนำกุญแจที่ซื้อมาปิดล็อกให้แทนก่อน จากนั้น จึงรอให้ถึงช่วงกลางดึก จึงบุกเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว เมื่อได้ทองมาแล้ว

จึงนำทองที่ได้มาส่วนหนึ่งนำไปเก็บไว้ที่บ้านพักบริเวณด้านหลังสนามกีฬากลาง จากนั้น จึงได้นำทองส่วนหนึ่งติดตัวไป โดยได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ที่ศูนย์ท่ารถ แล้วขึ้นรถโดยสารเดินทางนำทองไปตระเวนขายในพื้นที่ จ.แพร่ และน่าน ได้เงินมาจำนวน 300,00 บาท ก่อนมาถูกจับกุม

นายนนทกร บอกว่า การก่อเหตุครั้งนี้ เป็นเพราะเพิ่งตกงาน โดยเมื่อก่อนเคยเป็นผู้รักษาประตูทีมฟุตบอล แล้วผันตัวมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ถูกไล่ออก เนื่องจากตนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักรถ จึงไม่มีงานอะไรทำ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา ดูหนังเกี่ยวกับการโจรกรรมมาหลายเรื่อง

จึงทำให้มีความคิดเลียนแบบหนังเหล่านี้ ไปนำไปก่อเหตุ และทำได้จริง ตนมองว่าเจ้าของร้านเป็นคนไม่ค่อยระวัง จึงทำให้ตนเข้าไปก่อเหตุได้ง่าย ซึ่งก่อนหน้าที่จะเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว ตนมีความคิดที่จะปล้นรถขนเงินด้วยซ้ำ แต่ตนไม่มีรถยนต์ใช้ในการหลบหนี จึงได้เลือกก่อเหตุกับร้านทองแทน

อย่างไรก็ตาม หลังการสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายนนทกรเดินทางไปที่บ้านพัก ที่ตัวผู้ต้องหาให้การว่านำทองส่วนหนึ่งไปซูกซ่อนไว้ พบทองรูปพรรณบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกแบบหูหิ้ว จึงยึดเอาไว้ตรวจสอบ จากนั้น จึงได้พาตัวไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพจุดเส้นทางหลบ

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

สะเทือนใจ-ยายนิรนามดวงกุดข้ามถนนตัดหน้าเก๋งซิ่งทางตรงถูกชนเสียชีวิต

สะเทือนใจ ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ คำกอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้ง มีอุบัติเหตุรถเก๋งชนคนเดินเท้าเสียชีวิตบริเวณ

สะเทือนใจ ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋ง ซูซูกิ สวิฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน 7 กส 7442 กทม. ใน สถาพด้านหน้ารถพังยับเยินและกระจกแตก ห่างออกไปไม่ไกลพบศพหญิงชราไม่ทราบชื่อ ตรวจสอบภายในตัวไม่พกเอกสารใดๆ

สะเทือนใจ

ภายในตัวในสภาพ ศีรษะมีแผลฉีกขาด ซี่โครง หัก ขาทั้งสองข้างหักผิดรูปนอนจมกองเลือดอยู่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน นายธิติพันธ์ อายุ 26 ปี คนขับรถเก๋งคันทราบว่า ตนได้ขับรถออกมาจากห้างบิ๊กซีสัตหีบ มาตามทางเพื่อมุ่งหน้าเข้าตลาดสัตหีบ พอมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ผู้ตายได้วิ่งข้ามถนนออกมาอย่างกะทันหันทำให้หักหลบไม่ทันจึงชนเข้าอย่างจัง

ด้าน ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้บันทึกที่เกิดเหตุ ก่อนจะสอบสวนคนขับรถเพิ่มเติ่ม ก่อนจะมอบศพให้มูลนิธิเก็บรักษาไว้รอญาติมาติดต่อเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

หนุ่มขาดยาโรค ประสาทกำเริบ ฆ่าพี่ชายเจ้าอาวาสวัด ตายสยองข้างเมรุ

หนุ่มขาดยาโรค ประสาทกำเริบ ศพพี่ชายเจ้าอาวาสเสียชีวิตร่างเปลือยข้างเมรุเผาศพ ก่อนพบผู้ก่อเหตุเป็นชายป่วยโรคประสาท

หนุ่มขาดยาโรค ประสาทกำเริบ พ.ต.ท.เจริญศักดิ์ อุบลพิทักษ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.หนองหาน ภ.จว.อุดรธานี ในขณะปฏิบัติหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกัน เป็นเหตุทำให้มีเสียชีวิต ภายในวัดหายโศก วังพญานาค บ้านโศกหมูที่ 9 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ขอให้เจ้าหน้าตำรวจออกตรวจยังสถานที่เกิดเหตุด้วย

หนุ่มขาดยาโรค

หลังจากได้แจ้งเหตุแล้วรับแจ้งเหตุรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนออกไปยังสถานที่เกิดเหตุถึงบริเวณวัดหายโศกวังพญานาค พบชาวบ้านมุงดูศพทีถูกฆ่าที่ข้างบันใดเมรุเผาศพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยนายแพทย์ธนพล สองจันทร์ ตรวจพิสูจน์ศพสภาพศพนอนหงายไม่สวมเสื้อผ้าบริเวณหน้าอกซ้าย ถูกเสียบด้วยด้ามเสียมปักอก และบริเวณท้ายทอยถูกเสียมด้วยวัตถุมีคม ถูกเสียบด้วยฉมวก

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสมควร อายุ 50 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายอนันต์ อายุ 54 ปี ชาวบ้านโศกหมู มีอาการทางประสาท ไม่สวมเสื้อหลังก่อเหตุแล้วได้ไปรื้อค้นกุฏิเจ้าอาวาสและทำลายกระถางดอกไม้ที่ประตูทางเข้าวัดและหลบหนีเข้าหมู่บ้าน

จากการสอบสวนในเบื้องต้นจาก นายชาญยุทธ ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการทางประสาทระยะขาดยาจึงมีอาการทางประสาท เมื่อวานที่ผ่านมาได้เข้ามาในวัดได้มาทำความสะอาดรอบๆ เมรุเผาศพ ยังบอกกับเจ้าอาวาสว่าจะเตรียมเผา

ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นได้พักอาศัยอยูในวัดนานประมาณ 2 ปี เป็นคนชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ ในคืนที่เกิดเหตุผู้ตายไปดื่มเหล้ากับเพื่อนภายในหมู่บ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ออกจากวงเหล้าเข้ามาภายในวัดและช่วงเช้าเป็นถูกฆ่าเป็นศพเปลือยข้างเมรุศพ

พ.ต.ท.เจริญศักดิ์ อุบลพิทักษ์ รอง ผกก.สอบสวน กล่าวว่า ก่อนลงมือฆ่าทั้งสองทดเลาะกันอยู่บริเวณม้านั่งข้างเมรุเผาศพ และพบรอยลากยาวประมาณ 15 เมตร

ลงมือฆ่าใกล้บันใดเมรุเผาศพในสภาพเปลือย ส่วนสาเหตุนั้นอาจเกิดจากการมีปากเสียงแล้วทะเลาะวิวาทกัน จึงลงมือฆ่าหลังก่อเหตุและหลบหนีไป โดยในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวได้ภายในหมู่บ้านและได้ควบคุมตัวมาที่โรงพักหนองหาน

พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.กล่าวส่าเหตุเกิดจากผู้ต้องหามีอาการทางประสาททราบว่า ยาที่กินอยู่เกินหมด ทำให้อาการป่วยกำเริบ เดินเข้ามาภายในวัดไม่สวมเสื้อผ้าในช่วงกลางคืน อาจเกิดมีปากิสียงกันทะเลาะกันจึงลงมือฆ่าหลังก่อเหตุหลบหนีเข้าหมู่บ้านและเจ้าหน้าสามารถควบตัวได้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

โจรแสบ ย่องลัก รถจักรยาน เสือภูเขา

คนร้าย ลักทรัพย์ รถจักรยาน

ลักทรัพย์ รถจักรยาน อยู่ดีๆ ก็หาย-โจรแสบย่องลัก 21 พ.ย. 2561 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้าย ลักทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายจอดไว้ตรงข้ามร้าน แล้วถูกคนร้ายลักทรัพย์ไป โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ จึงเดินทางไปตรวจสอบ  โจรแสบย่องลัก ที่เกิดเหตุร้านฟิชเซ็นเตอร์ภายในตลาด รังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่หน้าร้านพบนายสมบูรณ์ สุขสวัสดิ์ อายุ 52 ปี เจ้าของร้านขายปลาสวยงามและอุปกรณ์

รถจักรยาน

เปิดคลิป จากกล้องวงจรปิด ให้ผู้สื่อข่าวดู หลังถูกคนร้ายลักทรัพย์รถจักรยาน ปั่นเสือภูเขาสีฟ้า ราคาประมาณ 5,000 บาท ซึ่งตนเองจอดไว้หน้าร้านบูรณ์สติกเกอร์ฝั่งตรงข้ามร้านไป

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองจอดไว้เวลา 10.00 น. ทราบว่าหายเมื่อเวลา 12.00 น. และได้ไปแจ้งความไว้กับ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ สมบุญจิตร สารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์แล้ว

นายสมบูรณ์ สุขสวัสดิ์ เปิดเผยต่อไปอีกว่า หลังตนเองทราบว่า รถจักรยาน หาย จึงประสานเพื่อนให้เปิดกล้องวงจรปิดหน้าร้านเพื่อตรวจสอบพบว่าคนร้ายเป็นชาย 1 คน

อายุประมาณ 30-40 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีครีม สวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงินแดง เดินผ่านจุดที่ตนเองจอดรถจักรยานไว้ ก่อนจะเดินกลับมาแล้วเข็นจักรยานออกจากจุดจอดแล้วปั่นหลบหนีไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

พ่อผู้ตายลั่น ถ้าแม่ค้าส้มปืนโหด ไม่มาขอขมาศพ จะไม่เผาลูกสาว

พ่อผู้ตายลั่น ความคืบหน้า แม่ค้าส้มเลือดร้อน ชักปืนตบหน้า รัวยิงหมดแม็ก คู่กรณีดับคาตลาด ญาติรับศพผู้ตาย พ่อลั่น ให้ผู้ต้องหาขอขมาศพลูกสาวตน ถ้าไม่ไป ตนก็จะไม่เผาศพลูกสาว

พ่อผู้ตายลั่น เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 18 พ.ย. 61 นางพูนสูข อายุ 53 ปี พร้อมด้วย นายโชว์นันท์ อายุ 61 ปี พ่อและแม่ พร้อมด้วยญาติๆ ได้เดินทางมาที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรับศพ นางสาวศรัญญา อายุ 30 ปี ถูกนางสาวทิพท์ อายุ 38 ปี (ผู้ต้องหา) แม่ค้าขายส้มยิงเสียชีวิตเหตุเกิดเมื่อวานที่ผ่านมา (18 พ.ย.) ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ด้าน นางพูนสูข ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้ตนเองยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกสาวไปอย่างไม่มีวันกลับ เพราะลูกแม่เป็นคนดี ขยันทำงาน ตั้งแต่เรียนจบมาก็ช่วยแม่ขายของมาโดยตลอด ไม่ใช่เด็กเกเร ซึ่งครั้งแรกแม่ขายของอยู่ตลาดสี่มุมเมือง ต่อมาเห็นลูกสาวมีครอบครัวแล้ว จึงได้เช่าที่ขายของภายในตลาดไอยราให้

พ่อผู้ตายลั่น

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทางด้านผู้ต้องหาทำเกินกว่าเหตุไป ซึ่งทำไมเขาต้องทำถึงขนาดนี้ ซึ่งทางผู้ต้องหานั้นได้โทรศัพท์มาหาลูกของแม่ ลูกสาวไม่ได้โทรศัพท์มาบอกอะไรกับแม่ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็ก และเงินแค่พันกว่าบาท ส้มแค่ร้อยกว่ากิโลกรัม ลูกค้าเอามาคืน และก็คงมีปากเสียงกัน เขาบอกว่าไม่ใช่ส้มของเขา ดูบอลออนไลน์ ลูกแม่ไปตัดส้มเขามาและส้มเกิดเน่า และลูกแม่ก็คงไม่คิดว่าผู้ต้องหาจะคาดแค้นถึงขนาดนี้

ทางผู้ต้องหาก็โทรศัพท์มาให้ลูกแม่ไปหาที่แผง พอลูกแม่ไปลูกแม่ก็เดินไปหา และพูดไม่กี่คำ ทางผู้ต้องหาก็ใช้อาวุธปืนยิงลูกแม่เลย และยังมากระทืบลูกแม่ซ้ำอีก

ส่วน นายโชว์นันท์ อายุ 61 ปีพ่อผู้ตายบอกว่า ให้คนที่ยิงไปขอขมาศพลูกสาวตน ถ้าคนยิงไม่ไป ตนก็จะไม่เผาศพลูกสาว ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรับไม่ได้ และทางครอบครัวจะนำศพของลูกสาวไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ม.7 ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตร.กาฬสินธุ์ ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมช่วงลอยกระทง-จับทันควัน 2 พ่อค้ายา

ตร.กาฬสินธุ์  ที่ลานอเนกประสงค์ หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภจว.กาฬสินธุ์ เป็นประธานพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2561

ตร.กาฬสินธุ์ โดยมี พ.อ.ประวัติ จารุตัน เสธ.กกล.รส.จ.กส. นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมูลนิธิ อาสาสมัครกู้ชีพ กู้ภัย อปพร. กว่า 300 นายร่วมพิธี

พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เนื่องจากวันที่ 22 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ เป็นวันลอยกระทงตามประเพณี ที่จะมีประชาชน ทุกเพศ ทุกวัย

ตร

นักท่องเที่ยว ร่วมงานตามสถานที่จัดงานจำนวนมาก อาจทำให้เกิดปัญหาการจราจร อาชญากรรม รวมทั้งอุบัติเหตุ สร้างความเดือดร้อนรำคาญ และอันตรายจากการละเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด และโคมลอย

รวมทั้งอาจจะเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพก่อความไม่สงบ และลักขโมยทรัพย์สิน ตลอดทั้งฉวยโอกาสลักลอบค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายด้วย

พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการป้องกันปัญหา ตลอดทั้งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 4 จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง มูลนิธิ อาสาสมัครกู้ชีพ กู้ภัย อปพร.จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างพร้อมกันทั่วจังหวัด ในห้วงวันที่ 17-21 พฤศจิกายน 2561 กำหนด 5 วัน

อย่างไรก็ตาม หลังการปล่อยแถวระดมกวาดล้าง พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ชาตรี ปรีชากุล รอง ผบก.ภ.จว.กส. พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด

สภ.เมืองกาฬสินธุ์ แถลงผลการจับกุมตัว นายภานุ ดูบอลออนไลน์หรือเปา อายุ 22 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.หัวนาคำ อ.ยาตลาด จ.กาฬสินธุ์

และ นายแสงสุรีย์ หรือเอ็ม อายุ 21 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.หัวนาคำ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 2,000 เม็ด และ รถเก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กค 9656 ร้อยเอ็ด 1 คัน

โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้บริเวณถนนภายในบ้านฝายแตก ม. 3 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ขณะทั้งสองคนกำลังนำยาบ้ามาส่งให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่

ซึ่งสารภาพว่า นำมาจำหน่ายให้กับเยาวชนในช่วงเทศกาลลอยกระทง เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย และทำการขยายผลต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา       https://www.sanook.com

อย่าโยนบาปให้คนสวน ปัดไม่รู้เด็ก ป.2 ถูกข่มขืน ญาติยังมั่นใจเป็นฝีมือรุ่นพี่

อย่าโยนบาปให้คนสวน จากกรณี เด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.2 ของโรงเรียน ใน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ อ้างว่าถูกรุ่นพี่ชั้น ป.3 ชื่อ ด.ช.โบ๊ต (นามสมมติ) โรงเรียนเดียวกัน

อย่าโยนบาปให้คนสวน ข่มขืนภายในห้องน้ำของโรงเรียน เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่ง ด.ช.โบ้ต ยืนยันไม่ได้ก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวหา โดยวันเกิดเหตุตนไปเอาน้ำให้ครูพร้อมเพื่อนอีก 2 คน ระหว่างทางได้แวะเข้าห้องน้ำโดยไม่พบผู้เสียหายแต่อย่างใด ซึ่งก็มีคนสวนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วยนั้น

อย่าโยนบาปให้คนสวน

ล่าสุดที่โรงเรียนที่เกิดเหตุ นายดวน (สงวนนามสกุล) อดีตภารโรง เปิดเผยว่า ตนมาตัดหญ้าตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยตัดเฉพาะด้านหน้าอาคาร ส่วนด้านหลังมีคนสวนอีกรายที่โรงเรียนจ้างมาตัด แต่ตนไม่ทราบว่าเจ้าตัวอยู่ในเหตุการณ์หรือไม่ เนื่องจากวันเกิดเหตุตนไม่ได้มาทำงาน เมื่อทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็ค่อนข้างตกใจและตั้งคำถามว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะเด็กยังอายุน้อยทั้ง 2 ฝ่าย

จากนั้นทีมข่าวได้ไปดูบริเวณด้านหน้าห้องน้ำ ซึ่งมีร่องรอยการตัดหญ้า และหญ้าแห้งที่กองอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ สอบถามครูรายหนึ่งระบุ คนตัดหญ้า เอาเครื่องตัดหญ้าไปซ่อมที่บริเวณบ้านช้างหมอบ ทีมข่าวจึงเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าว

นายโชค คนตัดหญ้าที่ทางโรงเรียนจ้างไปตัดหญ้าช่วงเปิดเทอม เปิดเผยว่า ตนไปตัดหญ้าที่โรงเรียนตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม โดยวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ตนตัดหญ้าอยู่บริเวณด้านข้างอาคารใกล้กับห้องสมุด ถึงเวลาประมาณ 11.00 น. ก็ย้ายไปตัดด้านหน้าห้องน้ำ

ซึ่งขณะนั้นก็มีเด็กมัธยมประมาณ 8-9 คน เข้ามาช่วยกันเก็บเศษหญ้าไปทิ้งอีกด้วย ขณะนั้นไม่มีความผิดปกติใดๆ และไม่ทราบเรื่องที่มีการข่มขืนกันในห้องน้ำ แต่เห็นว่ามีคนเดินผ่านไปมาตลอด ซึ่งเท่าที่สังเกตพบว่าเด็กที่มาเข้าห้องน้ำก็มักจะมากันเป็นกลุ่ม ส่วนเด็กที่ขนน้ำนั้นตนจำไม่ได้

นายโชค กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นวันเปิดเทอมวันแรก เด็กๆ ยังพลุกพล่าน ออกมาเดินและช่วยกันทำความสะอาดโรงเรียน ทำให้บรรยากาศไม่ได้เงียบหรือเปลี่ยว ดังนั้นหากมีเรื่องการข่มขืนเกิดขึ้นจริงก็อาจจะมีคนรู้เรื่อง

ขณะที่ ย่าของด.ญ.แอน ผู้เสียหาย กล่าวว่า ขณะนี้หลานอยู่ที่บ้านพักเด็กกับแม่ และอา ซึ่งหลานก็ยังบ่นคิดถึงบ้าน ตนเองก็สงสาร แต่คิดว่าหลานควรอยู่ที่บ้านพักเด็กไปก่อน เพื่อให้สภาพจิตใจดีขึ้น จึงจะสามารถกลับมาอยู่บ้านได้ โดยทางคดีตอนนี้ต้องรอผลจากแพทย์ ซึ่งตนก็กลัวหลานสาวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

โดยเรื่องที่ ด.ช.โบ๊ต ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่ามีคนตัดหญ้าอยู่บริเวณที่เกิดเหตุด้วยนั้น ตนคิดว่าไม่ใช่ เพราะเพื่อนอีก 2 คน คือ ด.ช.มิน (นามสมมติ) และ ด.ช.หลุยส์ (นามสมมติ) บอกว่าไม่มี ซึ่งมีคลิปเสียงที่ลูกสาวตนซึ่งเป็นอาของเด็กหญิงอัดไว้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

นศ.ช่างยนต์ขี่ จยย.หักหลบรถส่งน้ำแข็ง-ร่างกลิ้งถูกล้อทับดับอนาถ

นศ.ช่างยนต์ขี่  พ.ต.ท.ทรงจักร วงศ์พรหม พนักงานสอบสวนเวร สภ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

นศ.ช่างยนต์ขี่ ที่ทางหลวงสาย 24 อุบลราชธานี-สีคิ้ว ขาออก อ.ปราสาท บริเวณหน้าปั๊มแก๊ส ปตท.หมู่ที่ 4 ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

หลังได้รับแจ้งได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีชมพู-ดำ ทะเบียน 1กฎ 4724 ลพบุรี จอดอยู่ปากทางเข้าปั๊มแก๊ส ปตท. ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพและ กู้ภัย “กังแอน วีอาร์ กู้ชีพ” ได้เข้าช่วยเหลือ และนำส่ง โรงพยาบาลปราสาทแล้ว

นศ.ช่างยนต์ขี่

ทราบชื่อคือ นายณัฐพล อายุ 16 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เรียนอยู่ที่วิทยาลัยการอาชีพปราสาท สาขาช่างยนต์ ชั้นปีที่ 1 จากการสอบถามเพื่อนๆ ผู้บาดเจ็บบอกว่า นายณัฐพล พักอาศัยอยู่กับพ่อที่อำเภอปราสาท ขณะเกิดเหตุเดินทางมาเรียนหนังสือตามปกติในช่วงเช้า และมาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

ส่วนรถบรรทุก 6 ล้อ เป็นรถบรรทุกน้ำแข็งของโรงน้ำแข็งประสงค์ทรัพย์ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ทะเบียน 82-6311 บุรีรัมย์ จอดอยู่บริเวณปั๊มแก๊ส มี นายประหยัด อายุ 25 ปี ภูมิลำเนาในพื้นที่ ต.ไพศาล อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เป็นผู้ขับขี่ บอกว่า เหตุเกิดขณะที่ตนเองกำลังเลี้ยวรถเข้าไปในปั๊มแก๊สเพื่อส่งน้ำแข็งและรู้สึกว่า ล้อหลังเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่าง จึงจอดรถและลงมาดู ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐาน พร้อมบันทึกภาพ บริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลปราสาทเพื่อติดตามอาการผู้บาดเจ็บ และทราบในเวลาต่อมาผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล

จากการสอบสวน และตรวจสถานที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถบรรทุกคันที่เกิดเหตุได้ขับขี่มาตามถนน จากแยกปราสาทมุ่งหน้าไป อ.ประโคนชัย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ขับขี่ได้เลี้ยวซ้ายเข้าปั๊มแก๊สอย่างกระชั้นชิดเพื่อส่งน้ำแข็ง

จังหวะนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ขับมาด้วยความเร็ว ก่อนพุ่งชนล้อหลังและถูกล้อรถเหยียบดังกล่าว ทำให้นักศึกษาได้รับบาดเจ็บสาหัสและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลปราสาท

ขณะที่วงจรปิดของปั้มสามารถจับภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ขณะที่จักรยานยนต์พุ่งชน ด้านญาติทราบข่าวได้เดินทางมาขอรับศพ ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้เรียกผู้ขับขี่รถบรรทุกน้ำแข็ง มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …